05 June 2009

ช่วง : กลยุทธ์เพื่อ SME (1 พค.- 31 พค.52)

How to
How to ในการสร้างนวัตกรรม (Innovation) ของ Guy Kawasaki
- Innovation เป็นวิธีใหม่ในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
- จงทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ อาศัยแรงปรารถนา มันถึงจะเกิด Innovation
- ถ้าของที่เราอยากทำ เราอยากคนเดียวหรือไม่ คนอื่นอยากบริโภคด้วยหรือไม่ ลองถามตัวเองดู
- innovation ต้องสร้างความสะดวกสบาย สร้างความพึงพอใจ สร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้บริโภคได้
- ในการคิด innovation เราต้องกระโดดข้ามเส้นโค้งไปอีกเส้นหนึง (เส้นโค้ง S-curve บอกถึงวงจรชีวิตของธุรกิจ ซึ่งมีลักษณะคล้ายตัว S เกิด โต อิ่มตัว ตกต่ำ ทุกธุรกิจจะเป็นอย่างนี้)
- เมื่อธุรกิจเริ่มอิ่มตัวแล้วต้องหันไปสร้างธุรกิจใหม่ (กระโดดไปอีกเส้นโต้งอีกเส้นหนึง) ซึ่งถ้าจะให้ดีต้องเป็นการสร้างเส้นโค้งใหม่ขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิด Innovation นั่นเอง
- มิต้องกังวลกับสินค้าที่มีนวัตกรรม ว่าจะต้องรอให้สมบูรณ์ทุกอย่างที่จะออกมาได้ ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์หรอก

สรุปทวนหลักในการสร้างนวัตกรรม (Innovation)
1. ทำของที่ตัวเราอยากใช้ก่อน
2. ของที่เราอยากใช้ คนอื่นอยากใช้ด้วย
3. กระโดดข้ามธุรกิจไปอีกธุรกิจหนึง
4. ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องออกของที่สมบุรณ์แบบ เพราะของที่ออกมายังไงก็มีข้อบกพร่องอยู่แล้ว อย่ารอให้สมบูรณ์แบบแล้วถึงค่อยออก
5. ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด นวัตกรรมไม่ใช่เหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วจบไป แต่มันเป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง
6. อย่าไปกลัวที่จะต้องเลือกลูกค้าเฉพาะ (Niche Market) กลัวว่าจะได้รายได้น้อย เพราะถ้าทำอะไรให้ทุกคนพอใจ ก็จะได้ของกลางๆ จะไปอยู่ในเกมส์ของคนอื่นๆ จงสร้างผลิตภัณฑ์ที่ให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่มนั้น Happy มากที่สุด
7. ให้ทำลายอุปสรรค ที่กีดขวางนวัตกรรมเข้าสู่ตลาด เพราะคนเราชอบคิดผลิตภัณฑ์ที่ง่ายๆ ลอกเลียนแบบผู้อื่น (มักง่าย ไม่ใช่เรียบง่าย) อุปสรรคของสินค้าใหม่ที่มีนวัตกรรม บางทีมันอาจจะมาจากลูกค้าเอง เพราะส่วนใหญ่เมื่อเราคิดขึ้นมา ผู้บริโภคไม่ทราบว่าจะใช้สินค้าของเราอย่างไร เพราะฉะนั้นเราต้องมีการให้ความรู้กับผู้บริโภคด้วย หรือให้มีสินค้าทดลองใช้ในกลุ่มที่เราวัดผลได้ เช่น พนักงานในบริษัท หรือเพิ่มขนาดของ
ทดลองที่แจก
8. ให้ดอกไม้หลากสีแบ่งบาน ก็คือ ให้เกิดประชาธิปไตยทางความคิดให้องค์กรการแสดงออก
>>> คนคิดนวัตกรรมจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นว่าลูกค้าอาจมีวิธีการใช้สินค้า อย่างที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน ซึ่งเป็นพื้นฐานของแนวความคิด Customer Innovation หมายถึง นวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากลูกค้านำไปใช้เอง เช่น น้ำยาอุทัย
9. Think Digital, Act analog บริษัทต้องรู้จักใช้เครื่องมือ เทคโนโลยีต่างๆ ผสมผสานกันเพื่อสร้างผลิตภัณท์ที่ยอดเยี่ยม แต่สุดท้ายต้องอย่าลืมว่าอยู่ที่คน คือ ตอบโจทย์ลูกค้า ไม่ใช่มีเทคโนโลยีการผลิตสุดยอด แต่ผลิตของออกมาแล้วไม่ตอบโจทย์ลูกค้า
10. อย่าผลิตนวัตกรรมใดๆ ออกมาที่ถึงแม้อาจจะแก้ปัญหาได้ แต่ปัญหานั้นอาจจะไม่ใช่ปัญหาของลูกค้าที่แท้จริง ซึ่งเมื่อเปลี่ยนเป็นคุณเองคุณก็ไม่ใช้ของนี้
11. อย่าปล่อยให้ใครบางคนเป็นอุปสรรคขัดขวางนวัตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นคนประเภทไม่อย่างเดียว หรือแม้แต่คนที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต ก็อาจจะเป็นอุปสรรคขวางนวัตกรรมได้

How to ในการสร้างนวัตกรรม (Innovation) ของ Donald Trump (จากหนังสือ คิดอย่างผู้ชนะ)
1. ผู้คนชอบพูดถึงสิ่งใหม่ๆ ว่ามีนวัตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่นวัตกรรมเป็นการนำองค์ประกอบต่างๆ มาประกอบรวมกัน เพื่อให้เกิดเป็นสิ่งใหม่
- การเกิดขึ้นของสิ่งที่เขาทำนั้น เกิดจากสามัญสำนึกล้วนๆ ไม่ได้คิดว่าตัวเองมีความคิดสร้างสรรค์แต่อย่างใด- คนคนหนึ่งเปลี่ยนเป็น นวัตกร ได้อย่างไร1. เกิดจากการเชื่อมโยงของสองสิ่งที่มันไม่เกี่ยวกันเลย2. หยิบฉวยเอาจากสิ่งใกล้ตัวมาเชื่อมต่อกัน3. คิดมาจากบางสิ่งบางอย่างที่ดูเหมือนจะน่าเบื่อ โดยใส่ใจและทำให้สมองและประสาทสัมผัส เปิดต่อสิ่งเร้าใหม่ๆ ตลอดเวลา

การสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของ SME
- ถ้าเราลงไปทำธุรกิจ ยังไงเราก็จะต้องเจอการแข่งขัน ถ้าเราไม่มีความได้เปรียบอย่างใดอย่างหนึ่งในการแข่งขัน เราตายอย่างเดียว
- แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลงไปแล้วมันได้เปรียบเสียเปรียบ เราต้องรู้ว่าเราลงสู่อุตสาหกรรมใด
แนวคิดของ Porter
1. ทำของอย่างเดียวกันให้ต้นทุนถูกกว่า ซึ่ง SME จะแข่งขันไม่ค่อยได้ เนื่องจากมีจำนวนผลิตต่ำกว่า บริษัทขนาดใหญ่
2. ทำของให้แตกต่าง หาความแตกต่างที่ลูกค้าอยากได้ แต่คนอื่นทำไม่ได้


Designed ByBlogger Templates