30 July 2009

News Update : 30/07/2009

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 26 จุด หลังสหรัฐเผยยอดซื้อสินค้าคงทนดิ่งหนัก
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 36 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) จากแรงขายที่ส่งเข้าฉุดหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกดิ่งลงอย่างหนัก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ร่วงลงของสหรัฐ และความวิตกกังวลที่ว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของจีนอาจทำให้จีนลดความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 26 จุด หรือ 0.29% แตะที่ 9,070.72 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 4.47 จุด หรือ 0.46% แตะที่ 975.15 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 7.75 จุด หรือ 0.39% แตะที่ 1,967.76 จุด ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.25 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 3 ต่อ 2 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.11 พันล้านหุ้น แมนนี เวนทร็อบ นักวิเคราะห์จากบริษัท Integre Advisors ในกรุงนิวยอร์กกล่าวกับเอพีว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กซบเซาลงหลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ติดต่อกัน 2 วันทำการ โดยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 2.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับลงเพียง 0.6% ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ของสหรัฐร่วงลงอย่างหนัก หลังจากบริษัทรถยนต์ระงับการผลิตที่โรงงานหลายแห่ง โดยค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอย่างเจนเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) และไครสเลอร์ กรุ๊ป แอลแอลซี ได้สั่งปิดโรงงานหลายแห่งในระหว่างที่มีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อหวังลดต้นทุนและปรับลดสัดส่วนรถค้างสต็อกที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นในช่วงที่บริษัทเผชิญวิกฤตยอดขายตกต่ำเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ยอดสั่งจองรถและชิ้นส่วนประกอบรถตกต่ำลง อย่างไรก็ตาม แคททาพิลลาร์ อิงค์ เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับอุปสงค์ดีขึ้นจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั้งในและต่างประเทศที่เริ่มได้ผล โดยบริษัทรายงานผลกำไรไตรมาสสองที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งทำให้เห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์คาดว่า เศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะขยายตัวในอัตราเฉลี่ยที่ 1.5% นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับปัจจัยลบจากความวิตกกังวลที่ว่า การร่วงลงของตลาดหุ้นจีนอาจฉุดเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงและจะส่งผลให้ดีมานด์สินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงโลหะ ของจีนหดตัวลงด้วย โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์คาดการณ์ว่า ราคาทองแดงแนวโน้มอ่อนตัวลงในเร็วๆนี้ หลังจากทะยานขึ้นไปแล้ว 80% ตั้งแต่ช่วงต้นปี เนื่องจากสต็อกทองแดงของจีนที่ตุนไว้เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างบ้านและรถยนต์ มีจำนวนมากขึ้น นักวิเคราะห์จากซูมิโตโม่ เมทัล ไมนิ่ง ซึ่งเป็นผู้ผลิตโลหะรายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น กล่าวโดยอ้างข้อมูลประจำสัปดาห์ของ London Metal Exchange ว่า สต็อกทองแดงของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้น และจีนนำเข้าทองแดงน้อยลงหลังจากที่ทุ่มซื้อทองแดงในปริมาณมากสุดเป็นประวัติการณ์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมในประเทศ นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 4 ล้านล้านดอลลาร์ (5.85 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ไม่ได้ช่วยกระตุ้นดีมานด์อุตสาหกรรมที่ต้องใช้โลหะทองแดงเท่าใดนัก ขณะที่เศรษฐกิจโลกซึ่งมีแนวโน้มหดตัวลงอีก 1.4% ในปีนี้ ก็จะยิ่งทำให้ราคาทองแดงอ่อนตัวลงด้วย ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ปิดร่วงลงจากกระแสความวิตกกังวลเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศจีน จีนโดยหุ้นอ็อคซิเดนเชียลปิดร่วง 3.1% หุ้นชลัมเบอร์เกอร์ปิดร่วง 3.9%

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐย่ำแย่ ฉุดทองคำปิดร่วง $11.90
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 54 นาทีที่แล้ว
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) เพราะไดรับแรงกดดันจากความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์และข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายและฉุดดีมานด์สินค้าโภคภัณฑ์ลดลงด้วย
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดที่ 927.20 ดอลลาร์/ออนซ์ ดิ่งลง 11.90 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 925.20-940.90 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 13.2580 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 48.20 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 4.3 เซนต์ ปิดที่ 2.4775 ดอลลาร์/ปอนด์ ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ปิดที่ 1,172.20 ดอลลาร์/ออนซ์ ดิ่งลง 24.40 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 255.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 4.50 ดอลลาร์ บลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคาร เพราะมีปัจจัยลบหลายด้านเข้ามากดดัน รวมถึงสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้น และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน สำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุด นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 2.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับลงเพียง 0.6% ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์พุ่งเทียบสกุลหลักๆ หลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.อ่อนแอ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 20 นาทีที่แล้ว
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆของโลก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ย่ำแย่ในสหรัฐ ได้กระตุ้นนักลงทุนให้เพิ่มการถือครองสกุลเงินดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง นอกจากนี้ การร่วงลงของตลาดหุ้นนิวยอร์กยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนหันเข้ามาซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตรา
ค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.98% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4038 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.4177 ยูโร/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.375 เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ระดับ 1.6372 ปอนด์/ปอนด์ จากระดับ 1.6433 ปอนด์/ดอลลาร์ ค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.62% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 95.130 เยน/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 94.540 เยน/ดอลลาร์ และทะยานขึ้น 1.16% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0871 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0746 ฟรังค์/ดอลลาร์ ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 1.25% แตะที่ 0.8166 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.8269 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.47% แตะระดับ 0.6550 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.6581 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ มาร์ค แชนด์เลอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Brown Brothers Harriman กล่าวกับเอพีว่า "โดยทั่วไปเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง นักลงทุนก็จะแห่กันเข้าไปเทรดในตลาดหุ้นนิวยอร์ก แต่เมื่อข้อมูลเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอ นักลงทุนมักจะมองว่าการลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์เป็นการลงทุนที่ปลอดความเสี่ยงในยามที่เศรษฐกิจผันผวน ตั้งแต่วันอังคารจนถึงวันพุธ สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจในเสถียรภาพเศรษฐกิจและเกิดการเทขายในตลาดหุ้นนิวยอร์ก จากนั้นนักลงทุนเริ่มกลับมาเพิ่มการถือครองสกุลเงินดอลลาร์" สำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุด ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 2.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับลงเพียง 0.6% ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น นักลงทุนจับตาดูการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยเมื่อวานนี้รัฐบาลสามารถประมูลพันธบัตรได้เพียง 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลง 1.92% การประมูลพันธบัตรในสัปดาห์นี้มีเป้าหมายที่จะระดมทุนกว่าแสนล้านดอลลาร์เพื่อนำมาใช้รองรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม ซึ่งพันธบัตรชุดดังกล่าวเป็นพันธบัตรประเภทรับประกันเงินเฟ้อ (TIPS) วงเงินรวม 1.15 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าสถิติรายสัปดาห์ที่ทำไว้ที่ 1.04 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขั้นต้นประจำไตรมาส 2

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดร่วง $3.88 หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งเกินคาด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 14 นาทีที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 6% เมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) ซึ่งเป็นสถิติที่ดิ่งลงหนักสุดในรอบกว่า 3 เดือน หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์พุ่งขึ้นเหนือความคาดหมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นที่ถดถอยของผู้บริโภคสหรัฐกำลังฉุดดีมานด์พลังงานร่วงลงด้วย นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังร่วงลงหลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ดิ่งลงอย่างหนัก
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 3.88 ดอลลาร์ ปิดที่ 63.35 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินเดือนส.ค.ลดลง 5.56 เซนต์ ปิดที่ 1.855 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์เดือนส.ค.ลดลง 9.34 เซนต์ ปิดที่ 1.6713 ดอลลาร์/แกลลอน ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอนส่งมอบเดือนก.ย.ดิ่งลง 3.35 ดอลลาร์ ปิดที่ 66.53 ดอลลาร์/บาร์เรล แอนดรูว์ เลโบว์ นักวิเคราะห์จากบริษัท MF Global กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า นักลงทุนกระหน่ำขายสัญญาน้ำมันดิบอย่างหนักหลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 24 ก.ค.พุ่งขึ้น 5.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 347.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ในโพลล์บลูมเบิร์กคาดว่าจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล แตะที่ 162.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินดิ่งลง 2.3 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 213.1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 400,000 บาร์เรล ส่วนอัตราการการกลั่นน้ำมันลดลง 1.2% แตะระดับ 84.6% สต็อกน้ำมันดิบที่ดิ่งลงเหนือความคาดหมายทำให้นักลงทุนกังวลว่าความเชื่อมั่นที่ถดถอยของผู้บริโภคสหรัฐกำลังฉุดดีมานด์พลังงานร่วงลงด้วย โดยเมื่อวานนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมิ.ย.ดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุด และล่าสุดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 2.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับลงเพียง 0.6% ซึ่งข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เหล่านี้ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากความวิตกกังวลที่ว่า การร่วงลงของตลาดหุ้นจีนอาจฉุดเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงและจะส่งผลให้ดีมานด์สินค้าโภคภัณฑ์ของจีนหดตัวลงด้วย นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขั้นต้นประจำไตรมาส 2

สหรัฐเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งเกินคาด 5.1 ล้านบาร์เรล สต็อกเบนซินร่วง 2.3 ล้านบาร์เรล
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 34 นาทีที่แล้ว
กระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 24 ก.ค.พุ่งขึ้น 5.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 347.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ในโพลล์บลูมเบิร์กคาดว่าจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล
ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล แตะที่ 162.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินดิ่งลง 2.3 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 213.1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 400,000 บาร์เรล ส่วนอัตราการการกลั่นน้ำมันลดลง 1.2% แตะระดับ 84.6% บลูมเบิร์กรายงานว่า สต็อกน้ำมันข้างต้นไม่นับรวมกับคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) ของสหรัฐซึ่งปัจจุบันมีน้ำมันดิบสำรองอยู่ประมาณ 689 ล้านบาร์เรล แต่รัฐบาลสหรัฐประกาศให้ปรับเพิ่มคลังน้ำมันสำรองประเภทดังกล่าวขึ้นสู่ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรลภายในปีพ.ศ. 2570 เพื่อรับมือกับภาวะติดขัดที่อาจเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการโจมตีของผู้ก่อการร้าย

กขช.อนุมัติประกันราคาข้าวปี 52/53 ข้าวขาว-ข้าวหอมปทุมฯ 1 หมื่นบาท/ตัน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 13 ชั่วโมง 36 นาทีที่แล้ว
นายวัชระ กรรณิกา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) มีมติอนุมัติราคาประกันข้าวเปลือกนาปี 52/53 สำหรับข้าว 2 ประเภท คือ ข้าวขาวตันละ 10,000 บาท และข้าวหอมปทุมธานีตันละ 10,000 บาท เช่นกัน พร้อมทั้งเพิ่มโควต้าการประกันราคาให้ข้าวให้แก่เกษตรกรเป็นรายละ 20 ตัน จากเดิมรายละ 16 ตัน
ส่วนการประกันราคาข้าวประเภทอื่นๆ นั้น ที่ประชุม กขช.มอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านการผลิตกลับไปพิจารณาและนำกลับมาเสนออีกครั้ง พร้อมกันนี้ ที่ประชุม กขช.ยังเห็นชอบในหลักการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก 6 ข้อ ประกอบด้วย การเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ, การจัดตลาดนัดข้าวเปลือกแต่ละจังหวัด, ผลักดันการส่งออกช่วงต้นฤดูการผลิต, การจำนำยุ้งฉางเกษตรกร, การแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือก และการเพิ่มปริมาณการสต๊อกข้าวของผู้ส่งออก แต่อย่างไรก็ดีนายกรัฐมนตรีได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์กลับไปพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้งก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุม กขช.ในครั้งหน้า นายวัชระ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม กขช.ยังได้อนุมัติค่าใช้จ่ายในการจัดทำข้าวสารบรรจุถุงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย โดยให้แจกจ่ายกระจายไปยัง 75 จังหวัดยกเว้นกรุงเทพฯ โดยคิดเป็นปริมาณข้าวสารที่จะนำมาบรรจุถุงประมาณ 6.15 ล้านถุง จากปริมาณข้าว 24,600 ตัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ครอบคลุม 57 ล้านคนทั่วประเทศ รายงานข่าว ระบุว่า วันนี้ที่ประชุม กขช.มีวาระจะต้องพิจารณางบประมาณสำหรับใช้ในการรับประกันราคาข้าวดังกล่าวตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอมา 4,050 ล้านบาท แต่เนื่องจากคณะกรรมการหลายคนยังเห็นว่างบประมาณที่ใช้ค่อนข้างสูงเกินไป จึงขอให้กลับไปทำตัวเลขมาใหม่และกลับมาเสนอในการประชุมครั้งหน้า

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: แรงซื้อหุ้นแบงค์ หนุนฟุตซี่ปิดบวก 18.69 จุด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 10 นาทีที่แล้ว
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) จากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารหลังจากธนาคารบังโก ซานตานเดร์ของสเปนที่เข้ามาตั้งสาขาในอังกฤษ รายงานตัวเลขที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นชโรเดอร์ หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ แนะนำให้นักลงทุนซื้อหุ้นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกไม่มากนักเนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังวิตกกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 18.69 จุด หรือ 0.41% แตะที่ 4,547.53 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,512.10-4,581.78 จุด แจน โลเอส นักวิเคราะห์จากเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค กล่าวว่า แม้ตลาดปิดในแดนบวก แต่นักลงทุนนักลงทุนส่วนใหญ่ยังวิตกกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุด ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 2.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับลงเพียง 0.6% ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น หุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้นหลังจากธนาคารบังโก ซานตานเดร์ของสเปนที่เข้ามาตั้งสาขาในอังกฤษ รายงานตัวเลขที่แข็งแกร่ง โดยหุ้นธนาคาร HSBC ปิดบวก 0.7% หุ้นธนาคารลอยด์ส แบงกิง กรุ๊ป ปิดพุ่ง 1.2% หุ้นรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ ปิดบวก 3.2% และหุ้นสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ปิดพุ่ง 3.6% ส่วนหุ้นประกันดีดขึ้น โดยหุ้นอาวิวาพุ่งขึ้น 3.3% หลังจากนักวิเคราะห์ของดอยช์ แบงก์ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นดังกล่าวขึ้นสู่ระดับ "buy" หุ้นพรูเดนเชียล ปิดบวก 1.5% และหุ้นสแตนดาร์ด ไลฟ์ ปิดบวก 2.2% หุ้นชโรเดอร์สปิดพุ่ง 4.6 % หลังจากนักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนเลย์ปรับขึ้นน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นดังกล่าว

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิบวก 18.22 จุดเช้านี้ ขานรับผลประกอบการ "ฮอนด้า"
Thursday, July 30, 2009 08:31:24
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวดีดตัวขึ้นช่วงเช้านี้ เพราะได้รับแรงหนุนจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงซึ่งช่วยพยุงหุ้นกลุ่มส่งออกฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการที่สดใสของบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ได้ช่วยกระตุ้นบรรยากาศให้คักคักขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนส่วนใหญ่มีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทญี่ปุ่นจะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีนิกเกอิบวก 18.22 จุด หรือ 0.18% แตะที่ระดับ 10,131.46 จุดโบรกเกอร์กล่าวว่า แม้ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงเนื่องจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจีน แต่การอ่อนตัวลงของค่าเงินเยนได้ช่วยพยุงหุ้นกลุ่มส่งออกดีดตัวขึ้นและหนุนดัชนีนิกเกอิฟื้นตัวขึ้นจากการติดลบในช่วงเปิดตลาด นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น รายงานผลกำไรสุทธิ 7.56 พันล้านเยนในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.ปีนี้ ดิ่งลง 95.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการยานยนต์หดตัวลงทั่วโลก อย่างไรก็ตามกำไรไตรมาสแรกของฮอนด้ายังดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าอาจขาดทุนอย่างไรก็ตาม นักลงทุนส่วนใหญ่มีท่าทีระมัดระวังก่อนที่บริษัทญี่ปุ่นรายอื่นๆจะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ รวมถึงบริษัท โซนี่ คอร์ป และเอ็นอีซี คอร์ป
--อินโฟเควสท์--

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ
Thursday, July 30, 2009 08:40:46
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) จากแรงขายที่ส่งเข้าฉุดหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกดิ่งลงอย่างหนัก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ร่วงลงของสหรัฐ และความวิตกกังวลที่ว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของจีนอาจทำให้จีนลดความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 26 จุด หรือ 0.29% แตะที่ 9,070.72 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 4.47 จุด หรือ 0.46% แตะที่ 975.15 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 7.75 จุด หรือ 0.39% แตะที่ 1,967.76 จุด-- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 6% เมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) ซึ่งเป็นสถิติที่ดิ่งลงหนักสุดในรอบกว่า 3 เดือน หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์พุ่งขึ้นเหนือความคาดหมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นที่ถดถอยของผู้บริโภคสหรัฐกำลังฉุดดีมานด์พลังงานร่วงลงด้วย นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังร่วงลงหลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ดิ่งลงอย่างหนักสัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 3.88 ดอลลาร์ ปิดที่ 63.35 ดอลลาร์/บาร์เรล-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) เพราะไดรับแรงกดดันจากความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์และข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายและฉุดดีมานด์สินค้าโภคภัณฑ์ลดลงด้วยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดที่ 927.20 ดอลลาร์/ออนซ์ ดิ่งลง 11.90 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 925.20-940.90 ดอลลาร์-- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆของโลก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ย่ำแย่ในสหรัฐ ได้กระตุ้นนักลงทุนให้เพิ่มการถือครองสกุลเงินดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง นอกจากนี้ การร่วงลงของตลาดหุ้นนิวยอร์กยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนหันเข้ามาซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตราค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.98% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4038 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.4177 ยูโร/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.375 เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ระดับ 1.6372 ปอนด์/ปอนด์ จากระดับ 1.6433 ปอนด์/ดอลลาร์ค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.62% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 95.130 เยน/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 94.540 เยน/ดอลลาร์ และทะยานขึ้น 1.16% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0871 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0746 ฟรังค์/ดอลลาร์-- FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) จากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารหลังจากธนาคารบังโก ซานตานเดร์ของสเปนที่เข้ามาตั้งสาขาในอังกฤษ รายงานตัวเลขที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นชโรเดอร์ หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ แนะนำให้นักลงทุนซื้อหุ้นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกไม่มากนักเนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังวิตกกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 18.69 จุด หรือ 0.41% แตะที่ 4,547.53 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,512.10-4,581.78 จุด
--อินโฟเควสท์--

เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ 34.02/04 ปรับตัวอ่อนค่าจากเย็นวานนี้
Thursday, July 30, 2009 08:51:10
นักบริหารเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 34.02/04 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากเย็นวานนี้ที่ระดับ 34.01/03 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นไปตามค่าเงินในภูมิภาค และพบสัญญาณการเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) โดยเมื่อเวลา 08.30 น.เงินบาทปรับตัวอ่อนค่ามาอยู่ที่ระดับ 34.05/07 บาท/ดอลลาร์"พอเริ่มขยับอ่อนก็มีจังหวะ(ธปท.)การเข้าแทรกแซง ซึ่งค่อนข้างเยอะตั้งแต่เมื่อวานตลอดมาจนถึงวันนี้ ทำให้อ่อนขึ้นมาจนถึงขนาดนี้(34.05/05 บาท/ดอลลาร์)" นักบริหารเงิน กล่าวสำหรับกรณีที่นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ซึ่งสอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)นั้นไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อตลาดมากเท่าไหร่นัก โดยเมื่อคืนนี้ตลาดหุ้นในต่างประเทศและตลาดคอมมอนิตี้ปรับตัวลดลงมากส่วนความเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลหลักต่างประเทศช่วงเช้านี้ ค่าเงินเยนอยู่ที่ 95.00/02 เยน/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากเย้นวานนี้ที่ระดับ 94.71/76 เยน/ดอลลาร์ ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ 1.4062/4063 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าเช่นกันจากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.4140/4142 ดอลลาร์/ยูโรวันนี้ คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ระหว่าง 34.00-34.10 บาท/ดอลลาร์
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 0.45% สวนทางดาวโจนส์
Thursday, July 30, 2009 08:59:56
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้น สวนทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) จากแรงขายที่ส่งเข้าฉุดหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวขึ้น 0.45% แตะ 3,281.20 จุด ส่วนดัชนีหุ้นเสิ่นเจิ้น บวก 0.54% แตะ 13,141.76 จุดนักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดร่วงลงเนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางจีนอาจจะเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินใหม่ซู หนิง รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวว่า จีนจะยึดนโยบายการเงินแบบผ่อนปรนไว้ และหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพื่อให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวอย่างยั่งยืน
--อินโฟเควสท์--


Designed ByBlogger Templates