11 August 2009

News Update : 11/08/2009

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์พุ่งเทียบยูโร ขณะนักลงทุนจับตาประชุม FED
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 19 นาทีที่แล้ว
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและสกุลเงินอื่นๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เพราะได้รับแรงหนุนจากอัตราว่างงานที่ร่วงลงเหนือความคาดหมาย นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะเสร็จสิ้นในวันพุธ
ค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.30% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4143 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.4185 ยูโร/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 1.29% เมื่อเทียบกับปอนด์ที่ 1.6464 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.6680 ปอนด์/ดอลลาร์ นอกจากนี้ ดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.39% เมื่อเทียบกับกับฟรังค์สวิสที่ 1.0850 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0808 ฟรังค์/ดอลลาร์ แต่อ่อนตัวลง 0.48% เมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 97.080 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 97.550 เยน/ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสตรเลียพุ่งขึ้น 0.05% แตะที่ 0.8374 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.8370 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และดอลลาร์นิวซีแลนด์ดีดขึ้น 0.70% แตะที่ 0.6762 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.6715 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ บลูมเบิร์กรายงานว่า ดอลลาร์สหรัฐแข็งแกร่งขึ้นหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าอัตราการว่างงานประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐร่วงลงแตะระดับ 9.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 1 ปี 3 เดือน สวนทางกับการคาดการณ์ว่าพุ่งแตะ 9.6% และตัวเลขการจ้างงานเดือนก.ค.ลดลง 247,000 ตำแหน่ง น้อยกว่าที่คาดว่าจะร่วงลง 325,000 ตำแหน่ง นักลงทุนจับตาดูการประชุมเฟดซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันพุธนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0 - 0.25% ในการประชุมซึ่งจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 11 ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ไม่มั่นใจว่าเฟดจะขยายเวลาการซื้อพันธบัตรออกไปจนถึงเดือนก.ย.หรือไม่ หลังจากอัตราว่างงานเดือนก.ค.ในสหรัฐปรับตัวลดลง ทั้งนี้ เฟดได้อัดฉีดเงินเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเพื่อผ่อนคลายภาวะตึงตัวในตลาดสินเชื่อ และรับมือกับความต้องการเงินสดของธนาคารพาณิชย์ ขณะที่นายลอว์เรนซ์ เมเยอร์ อดีตผู้ว่าการเฟดคาดว่า เฟดจะขยายเวลาของโครงการซื้อพันธบัตรระยะยาววงเงินรวม 3 แสนล้านดอลลาร์ไปจนถึงเดือนก.ย. ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์ในรูปของตราสารที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยรองรับ (MBS) และพันธบัตร เพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนมิ.ย., รายงานงบประมาณของรัฐบาลประจำเดือนก.ค.และมติการประชุมของเฟด ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธ ส่วนวันพฤหัสบดี สหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ค. และวันศุกร์ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค.

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดร่วง 33 เซนต์ ขณะตลาดจับตาข้อมูลศก.สหรัฐ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 18 นาทีที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) โดยสัญญาดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 71 ดอลลาร์/บาร์เรลเนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรก่อนที่ทางการสหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค, รายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ และมติการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 33 เซนต์ หรือ 0.47% ปิดที่ 70.60 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 70.09-71.57 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 1.54 เซนต์ ปิดที่ 1.9276 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนก.ย.บวกขึ้น 1.93 เซนต์ ปิดที่ 2.0274 ดอลลาร์/แกลลอน ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนก.ย.ขยับลง 9 เซนต์ หรือ 0.12% ปิดที่ 73.50 ดอลลาร์/บาร์เรล ฟิล ไฟน์ นักวิเคราะห์จากบริษัท อลารอน เทรดดิ้ง กล่าวว่า นักลงทุนเทขายทำกำไรก่อนที่กระทรวงพลังงานสหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบในวันพุธ โดยผลสำรวจนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 ส.ค.จะเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรล สต็อกน้ำมันกลั่นจะลดลง 100,000 บาร์เรล สต็อกน้ำมันเบนซินจะลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันจะลดลง 0.3% นักลงทุนจับตาดูการประชุมเฟดซึ่งจะมีการเปิดเผยมติในวันพุธนี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0 - 0.25% ในการประชุมซึ่งจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 11 ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ไม่มั่นใจว่าเฟดจะขยายเวลาการซื้อพันธบัตรออกไปจนถึงเดือนก.ย.หรือไม่ หลังจากอัตราว่างงานเดือนก.ค.ในสหรัฐปรับตัวลดลง ทั้งนี้ อัตราการว่างงานประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐร่วงลงแตะระดับ 9.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 1 ปี 3 เดือน สวนทางกับการคาดการณ์ว่าอัตราว่างงานจะปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 9.6% ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfar payroll) ลดลง 247,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะร่วงลง 325,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูความเคลื่อนไหวของพายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก หลังจากศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐระบุว่าความกดอากาศต่ำทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงใต้ที่หมู่เกาะเคปเวิร์ดอาจทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกแรกในมหาสมุทรแอตแลนติกในฤดูเฮอริเคนปีนี้ในอีก 2 วันข้างหน้า นายโฮเซ่ มาเรีย โบเทลโฮ เดอ วาสคอนเซลอส ประธานกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) และรมว.พลังงานแองโกลา กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ราคาน้ำมันดิบในปัจจุบันที่เคลื่อนไหวที่ระดับ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล ถือเป็นระดับที่ดีที่จะสนับสนุนโครงการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันของโอเปคให้อยู่รอดต่อไป อย่างไรก็ตาม นายโบเทลโฮ เดอ วานคอนเซลอส ปฏิเสธที่จะคาดการณ์ว่าโอเปคจะปรับขึ้นหรือลดโควต้าการผลิตน้ำมันดิบในการประชุมซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 9 ก.ย.นี้ที่กรุงเวียนนา

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ดอลล์แข็ง ฉุดทองคำปิดร่วง $12.60
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 41 นาทีที่แล้ว
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่งขึ้น หลังจากสหรัฐเปิดเผยอัตราว่างงานที่ร่วงลงอย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรและมีท่าทีระมัดระวังก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆในสัปดาห์นี้ รวมถึงยอดค้าปลีกประจำเดือนก.ค.
สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 946.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ดิ่งลง 12.60 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 959.30-944.20 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 14.355 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 31.30 เซนต์ ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ปิดที่ 1,250.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 17.60 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 276.60 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง2.45 ดอลลาร์ จอห์น เนดเลอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัท คิทโก อิงค์ ในเมืองมอนทรีอัล กล่าวกับบลูมเบิร์กว่า ดอลลาร์สหรัฐทะยานขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าอัตราการว่างงานประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐร่วงลงแตะระดับ 9.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 1 ปี 3 เดือน สวนทางกับการคาดการณ์ว่าพุ่งแตะ 9.6% และตัวเลขการจ้างงานเดือนก.ค.ลดลง 247,000 ตำแหน่ง น้อยกว่าที่คาดว่าจะร่วงลง 325,000 ตำแหน่ง

นักเศรษฐศาสตร์โกลด์แมนแซคส์คาดเศรษฐกิจจีนปีนี้ขยายตัว 9.4%

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 13 ชั่วโมง 11 นาทีที่แล้ว
โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป ได้ยกระดับคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้เป็น 9.4% เนื่องจากรัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะชะลอการใช้นโยบายที่เข้มงวดออกไปก่อน โดยก่อนหน้านี้ โกลด์แมน แซคส์ คาดว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 8.3% ในปีนี้ และคาดว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 11.9% ในปีหน้า
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของจีนขยายตัว 7.9% ในไตรมาส 2 ซึ่งดีดตัวขึ้นหลังจากที่อัตราการขยายตัวของจีนอยู่ในระดับที่อ่อนตัวที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี เนื่องจากรัฐบาลได้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 5.85 แสนล้านดอลลาร์ และยอดการปล่อยสินเชื่อที่สูงเป็นประวัติการณ์เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม ทางด้านนายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่าของจีนได้ออกมาย้ำเมื่อวานนี้ว่า จีนจะยังคงใช้นโยบายด้านการเงินเดิม หลังจากที่ราคาสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นจนทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า จีนจะคุมเข้มนโยบายทางการเงิน สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยว่า ยอดขายอสังหาริมทรัพย์จีนในช่วง 7 เดือนแรกพุ่งสูงขึ้นถึง 60% เมื่อพิจารณาในแง่ของมูลค่า ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลมากขึ้นว่า ยอดการปล่อยเงินกู้ที่สูงเป็นประวัติการณ์อาจจะทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยอดขายครึ่งปีแรกขยายตัวขึ้น 53% จากระดับปีที่แล้ว ส่วนการลงทุนด้านอสังหาฯเพิ่มขึ้น 11.6% จากระดับ 9.9%

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: แรงขายทำกำไรถ่วงดาวโจนส์ปิดลบ 32.12 จุด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 41 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีทะยานขึ้นหลายวันติดต่อกัน นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีท่าทีระมัดระวังก่อนที่จะมีการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทสหรัฐและข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐ และจับตาดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจ้างงานที่ออกมาดีเกินคาดของสหรัฐเป็นปัจจัยบวกที่สกัดกั้นแรงลบและพยุงดาวโจนส์ไม่ให้ปิดลบมากนัก
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 32.12 จุด หรือ 0.34% แตะที่ 9,337.95 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 3.38 จุด หรือ 0.33% แตะที่ 1,007.10 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 8.01 จุด หรือ 0.40% แตะที่ 1,992.24 จุด ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.09 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 8 ต่อ 7 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 1.86 พันล้านหุ้น ไรอัน เดทริค นักวิเคราะห์จาก Schaeffer`s Investment Research กล่าวกับเอพีว่า นักลงทุนจำนวนมากเข้ามาเทขายทำกำไรตั้งแต่ช่วงเช้า หลังจากดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นติดต่อกันหลายวัน อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปิดลบไม่มากนักเนื่องจากนักลงทุนยังขานรับอัตราการว่างงานประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐร่วงลงแตะระดับ 9.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 1 ปี 3 เดือน นอกจากนี้ นักลงทุนยังขานรับข่าวที่ว่า พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปี 2551 คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวและเชื่อว่าผลพวงของมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่รัฐบาลสหรัฐนำมาใช้นั้นจะเห็นผลมากขึ้นในไตรมาสนี้ "มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว อาจกล่าวได้ว่าภาวะถดถอยรุนแรงทางเศรษฐกิจได้สิ้นสุดลงแล้วในเดือนก.ค. หรืออาจจะสิ้นสุดลงในเดือนส.ค. แต่ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจได้ดิ่งลงสู่ก้นเหวแล้ว และเดือนส.ค.จะเป็นเดือนที่เราจะเริ่มเห็นผลพวงของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ" ครุกแมนกล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุมตลาดทุนโลกที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0 - 0.25% ในการประชุมซึ่งจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 11 ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ไม่มั่นใจว่าเฟดจะขยายเวลาการซื้อพันธบัตรออกไปจนถึงเดือนก.ย.หรือไม่ หลังจากอัตราว่างงานเดือนก.ค.ในสหรัฐปรับตัวลดลง นักลงทุนจับตาดูยอดค้าปลีกของสหรัฐ รวมทั้งยอขายของห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่างวอล-มาร์ท และเมซี ซึ่งจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ อีกทั้งจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนมิ.ย., รายงานงบประมาณของรัฐบาลประจำเดือนก.ค.และมติการประชุมของเฟด ซึ่งทั้งหมดจะมีการเปิดเผยในวันพุธ ส่วนวันพฤหัสบดี สหรัฐจะเปิดเผยราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ค.และยอดค้าปลีกเดือนก.ค. วันศุกร์จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นขั้นต้นเดือนส.ค. ทั้งนี้ หุ้นแมคโดนัล ปิดพุ่ง 4.3% หุ้นเมซีปิดลบ 4.75% หุ้นเบสท์บายปิดลบ 5.26%

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: แรงขายหุ้นแบงค์ ถ่วงฟุตซี่ปิดลบ 9.36 จุด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 4 นาทีที่แล้ว
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์รายงานว่า ธนาคารลอยด์ส แบงกิ้ง กรุ๊ป อาจต้องระดมทุนเพิ่ม ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ดิ่งลงหลังจากมีข่าวว่ารัฐบาลจีนระบุว่าบริษัท ริโอ ทินโต โจรกรรมข้อมูลของจีนเป็นเวลาหลายปี
บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดลบ 9.36 จุด หรือ 0.2% แตะที่ 4,722.20 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,688.77-4,731.56 จุด เบน พอทเตอร์ นักวิเคราะห์จาก IG Markets กล่าวว่า หุ้นกลุ่มธนาคารถูกเทขาย หลังจากไฟแนนเชียล ไทมส์รายงานว่า ธนาคารลอยด์ แบงกิ้ง กรุ๊ป ต้องระดมทุนเป็นวงเงินสูงถึง 1.5 หมื่นล้านปอนด์ผ่านการขายหุ้น ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นลอยด์ร่วงลง 4% และฉุดหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มธนาคารร่วงลงด้วย รวมถึงหุ้นรอยัล แบงค์ ออฟ สก็อตแลนด์ที่ดิ่งลง 3.6% ส่วนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ดิ่งลง รวมถึงหุ้นริโอ ทินโตที่ร่วงลง 3.2% หลังจากสำนักงานป้องกันความลับแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า ริโอ ทินโต ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกได้โจรกรรมข้อมูลความลับในวงการอุตสาหกรรมเหล็กของจีนมาเป็นเวลา 6 ปีแล้ว โดยข่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากจีนซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าสินแร่เหล็กต่อปีถึง 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ได้กักตัวผู้บริหารของริโอ ทินโต ไว้เป็นเวลา 1 เดือนแล้ว อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นลอนดอนได้รับแรงหนุนจากผลสำรวจของสมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ (CBI) ที่ระบุว่า ภาคเอกชนในอังกฤษสามารถขอสินเชื่อได้ง่ายกว่าเดิม ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่าวิกฤตสินเชื่อกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว ผลการสำรวจบริษัท 73 แห่งในอังกฤษระหว่างวันที่ 15-24 ก.ค.ที่ผ่านมาปรากฎว่า 18% ของทั้งหมดรู้สึกว่าการขอสินเชื่อทำได้ง่ายกว่าเดิมในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เทียบกับในเดือนพ.ค.ซึ่งบริษัท 20% เห็นว่าการขอสินเชื่อทำได้ยาก

น้ำมันร่วง33เซนต์-ดาวโจนส์ลบ32จุด

น้ำมันดิ่งต่อเนื่อง ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปิดแดนลบยกกระดาน ส่วนราคาทองคำ ลงอีกต่อเนื่องอีกกว่า 10 ดอลล์ ปิดการซื้อขายน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ของสหรัฐ ไลท์ สวีตครูส งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 33 เซนต์ ปิดอยู่ที่70.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่เบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน ลดลง 9 เซนต์ปิดที่ 73.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลทางด้านตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ลดลง 32.12 จุด หรือ 0.34 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 9,337.95 จุด แนสแดค ลดลง8.01 จุด หรือ 0.40 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 1,992.24 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 3.38 จุด หรือ 0.33 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 1,007.10 จุดสำหรับ ราคาทองคำ ลดลงต่อเนื่องอีก 12.60 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 946.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ภาวะตลาดหุ้นจีน:เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเช้าบวก 0.36% สวนทางดาวโจนส์
Tuesday, August 11, 2009 08:55:14
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้น สวนทางกับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีทะยานขึ้นหลายวันติดต่อกัน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 0.36% แตะ 3,261.41 จุด ส่วนดัชนีหุ้นเสิ่นเจิ้นเดินหน้าขึ้น 0.46%แตะ 13,033.09 จุด
--อินโฟเควสท์--

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ
Tuesday, August 11, 2009 08:56:10
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีทะยานขึ้นหลายวันติดต่อกัน นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีท่าทีระมัดระวังก่อนที่จะมีการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทสหรัฐและข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐ และจับตาดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจ้างงานที่ออกมาดีเกินคาดของสหรัฐเป็นปัจจัยบวกที่สกัดกั้นแรงลบและพยุงดาวโจนส์ไม่ให้ปิดลบมากนักดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 32.12 จุด หรือ 0.34% แตะที่ 9,337.95 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 3.38 จุด หรือ 0.33% แตะที่ 1,007.10 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 8.01 จุด หรือ 0.40% แตะที่ 1,992.24 จุด-- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) โดยสัญญาดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 71 ดอลลาร์/บาร์เรลเนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรก่อนที่ทางการสหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค, รายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ และมติการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 33 เซนต์ หรือ 0.47% ปิดที่ 70.60 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 70.09-71.57 ดอลลาร์-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่งขึ้น หลังจากสหรัฐเปิดเผยอัตราว่างงานที่ร่วงลงอย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรและมีท่าทีระมัดระวังก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆในสัปดาห์นี้ รวมถึงยอดค้าปลีกประจำเดือนก.ค.
สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 946.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ดิ่งลง 12.60 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 959.30-944.20 ดอลลาร์-- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและสกุลเงินอื่นๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เพราะได้รับแรงหนุนจากอัตราว่างงานที่ร่วงลงเหนือความคาดหมาย นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะเสร็จสิ้นในวันพุธค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.30% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4143 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.4185 ยูโร/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 1.29% เมื่อเทียบกับปอนด์ที่ 1.6464 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.6680 ปอนด์/ดอลลาร์นอกจากนี้ ดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.39% เมื่อเทียบกับกับฟรังค์สวิสที่ 1.0850 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0808 ฟรังค์/ดอลลาร์ แต่อ่อนตัวลง 0.48% เมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 97.080 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 97.550 เยน/ดอลลาร์
-- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์รายงานว่า ธนาคารลอยด์ส แบงกิ้ง กรุ๊ป อาจต้องระดมทุนเพิ่ม ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ดิ่งลงหลังจากมีข่าวว่ารัฐบาลจีนระบุว่าบริษัท ริโอ ทินโต โจรกรรมข้อมูลของจีนเป็นเวลาหลายปีดัชนี FTSE 100 ปิดลบ 9.36 จุด หรือ 0.2% แตะที่ 4,722.20 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,688.77-4,731.56 จุด
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิบวก 28.12 จุดเช้านี้ ขณะนักลงทุนจับตาประชุม FED,BOJ
Tuesday, August 11, 2009 08:30:38
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวดีดตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองในด้านบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบมติการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที นิกเกอิบวก 28.12 จุด หรือ 0.27% แตะที่ 10,552.38 จุดโบรกเกอร์กล่าวว่า นิกเกอิร่วงลงในช่วงเปิดทำการซื้อขาย เนื่องจากนักลงทุนเทขายหลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ แต่ต่อมานิกเกอิเริ่มดีดตัวขึ้นเนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองในด้านบวกต่อเศรษฐกิจ จึงได้เข้าซื้อหุ้นบางกลุ่ม รวมถึงหุ้นกลุ่มประกัน กลุ่มโลหะ และกลุ่มเซรามิกนักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบมติการประชุมของบีโอเจ และเฟด โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดและบีโอเจจะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย
--อินโฟเควสท์--


Designed ByBlogger Templates