20 August 2009

News Update : 20/08/2009

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: แรงซื้อหุ้นพลังงาน หนุนดาวโจนส์ปิดบวก 61.22 จุด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 50 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ร่วงลงเกินคาด ซึ่งทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าดีมานด์พลังงานจะยังคงแข็งแกร่งแม้เศรษฐกิจสหรัฐยังอ่อนแออยู่ก็ตาม
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 61.22 จุด หรือ 0.66% แตะที่ 9,279.16 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 6.79 จุด หรือ 0.69% แตะที่ 996.46 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 13.32 จุด หรือ 0.68% แตะที่ 1,969.24 จุด ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 988 ล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในอัตราส่วน 3 ต่อ 2 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 1.99 พันล้านหุ้น ไบรอัน นิค นักวิเคราะห์จากบริษัท Barclays Wealth กล่าวกับเอพีว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดตลาดร่วงลงเนื่องจากนักลงทุนตื่นตระหนกที่ตลาดหุ้นจีนดิ่งลงอย่างหนัก ซึ่งเป็นเหตุให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงในสัปดาห์นี้ด้วย แต่ในช่วงบ่ายดาวโจนส์เริ่มดีดตัวขึ้นสู่แดนบวกหลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ร่วงลงมากกว่า 8 ล้านบาร์เรล ซึ่งทำให้นักลงทุนมองว่าดีมานด์พลังงานยังคงแข็งแกร่งแม้สหรัฐยังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอก็ตาม การร่วงลงของสต็อกน้ำมันดิบส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาด NYMEX พุ่งขึ้นกว่า 3 ดอลลาร์ และช่วยหนุนหุ้นเอ็กซอน โมบิลปิดพุ่ง 2.3% หุ้นเชฟรอน คอร์ป ปิดบวก 1.8% ขณะที่ดัชนี S&P หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น 1.9% นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าตลาดการเงินทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้นในระยะใกล้นี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ของสหรัฐหดตัวลงในอัตรา 1% ต่อปี ซึ่งเป็นสถิติที่หดตัวน้อยลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่หดตัวรุนแรง 6.4%ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของสหรัฐกำลังบรรเทาลง และอัตราการว่างงานประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐร่วงลงแตะระดับ 9.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 1 ปี 3 เดือน สวนทางกับการคาดการณ์ว่าอัตราว่างงานจะปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 9.6% นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยตัวเลขว่างงานประจำสัปดาห์ และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจประจำเดือนส.ค. และวันศุกร์สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติจะรายงานยอดขายบ้านมือสองประจำเดือนก.ค. นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูความเคลื่อนไหวของบริษัทบัตรเครดิตหลังจากรัฐบาลประกาศใช้กฎหมายใหม่สำหรับบริษัทบัตรเครดิต โดยก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เตือนบริษัทบัตรเดรดิตว่ารัฐบาลจะใช้กฎข้อบังคับฉบับใหม่เพื่อตรวจสอบและปกป้องผู้บริโภคจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ยุติธรรม อีกทั้งเตือนว่าหากบริษัทใดดำเนินการอย่างไม่ถูกต้องก็จะต้องถูกเปรียบเทียบปรับและถูกลงโทษ หุ้นเมิร์กแอนด์โค พุ่งขึ้น 2.5% ส่วนหุ้นฮิวเล็ตแพคการ์ดปิดลบ 13 เซนต์ แตะที่ 43.83 ดอลลาร์ หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรลดลง 19% ในไตรมาส

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองคำปิดบวก $5.60 หลังราคาน้ำมันทะยาน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 6 นาทีที่แล้ว
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) เพราะได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม สัญญาโลหะมีค่าประเภทอื่นๆ รวมถึงพัลลาเดียมและโลหะเงินร่วงลง เนื่องจากความกังวลที่ว่าดีมานด์โลหะในจีนจะปรับตัวลดลง
บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 944.80 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 5.60 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 933.30-946.80 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 13.875 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 8.50 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 1 เซนต์ ปิดที่ 2.7710 ดอลลาร์/ปอนด์ ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ปิดที่ 1,241.40 ดอลลาร์/ออนซ์ พุ่งขึ้น 9.30 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 271.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 55.00 เซนต์ ตลาดทองคำได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าดีมานด์พลังงานในสหรัฐยังคงแข็งแกร่งแม้เศรษฐกิจยังอ่อนแอ หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ที่ร่วงลงเหนือความคาดหมาย อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจของจีน หลังจากกระทรวงพาณิชย์จีนรายงานว่า ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเดือนก.ค.ร่วงลง 35.7% จากปีที่แล้ว เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.ที่ลดลง 6.76% และเป็นสถิติที่ร่วงลงติดต่อกันยาวนานถึง 10 เดือน เนื่องจากบริษัทจีนหลายแห่งระงับแผนขยายกิจการเพราะถูกกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินโลก เบน ซิมป์เฟนดอร์เฟอร์ นักวิเคราะห์จากรอยัล แบงค์ ออฟ สก็อตแลนด์ ในฮ่องกง กล่าวว่า "ตัวเลข FDI ของจีนที่ร่วงลงเกินคาดสะท้อนให้เห็นถึงภาวะ overcapacity และภาวะสินเชื่อตึงตัวทั่วโลก อีกทั้งสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่ผันผวนของจีน นอกจากนี้ การที่ทางการจีนจับกุมตัวผู้บริหารของบริษัท ริโอทินโต ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ของออสเตรเลียไปตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติลังเลที่จะเข้ามาลงทุนในจีน

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์ร่วงเทียบยูโร หลังดีมานด์พลังงานแกร่งหนุนนลท.แห่เทรดตลาดหุ้น
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 36 นาทีที่แล้ว
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) เนื่องจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าดีมานด์พลังงานในสหรัฐพุ่งขึ้นแข็งแกร่ง ซึ่งกระตุ้นนักลงทุนให้เข้าเทรดในตลาดหุ้นนิวยอร์กและลดการถือครองสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงยอดขายบ้านมือสอง
บลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.76% เมื่อเทียบกับยูโรที่ 1.4238 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.4131 ยูโร/ดอลลาร์ แต่ดีดตัวขึ้น 0.11% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.6538 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6556 ปอนด์/ดอลลาร์ นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.74% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 93.980 เยน/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคาร 94.680 เยน/ดอลลาร์ และดิ่งลง 1% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0647 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0755 ฟรังค์/ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียดีดขึ้น 0.40% แตะที่ 0.8290 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.8257 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์อ่อนตัวลง 0.01% แตะที่ 0.6738 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.6739 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างหนักเนื่องจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าดีมานด์พลังงานในสหรัฐพุ่งขึ้นแข็งแกร่ง ซึ่งกระตุ้นนักลงทุนให้เข้าเทรดในตลาดหุ้นนิวยอร์กและลดการถือครองสกุลเงินดอลลาร์ บริษัท แปซิฟิก อินเวสท์เมนท์ เมเนจเมนท์ (พิมโค) ซึ่งเป็นกองทุนพันธบัตรรายใหญ่ที่สุดของโลก คาดการณ์ว่า เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีก และอาจจะสูญเสียสถานะการเป็นสกุลเงินหลักในระบบเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของโลก "ดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศคู่ค้าในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินดอลลาร์ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ดอลลาร์สหรัฐอาจสูญเสียสถานะการเป็นสกุลเงินหลักในระบบทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของโลก แม้ยังไม่มีการกำหนดสกุลเงินอื่นๆเป็นทางเลือกใหม่แทนที่ดอลลาร์สหรัฐก็ตาม" เคอร์ติส เอ มิวบอร์น ผู้จัดการพอร์ทของพิมโคกล่าวผ่านเว็บไซท์ของบริษัท ดัชนี Dollar Index ซึ่งอินเตอร์คอนติเนนตัล เอ็กซ์เชงจ์ อิงค์ ใช้เป็นดัชนีชี้วัดสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินหลักๆของประเทศคู่ค้าของสหรัฐ รวมถึง ยูโรและเยน ดิ่งลงไปแล้ว 3% ในปีนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค.ของเยอรมนีร่วงลง 7.8%ต่อปี ซึ่งเป็นสถิติที่ร่วงลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการเริ่มคำนวนดัชนี PPI ในปีพ.ศ.2492 มากกว่าเดือนมิ.ย.ที่ลดลง 4.6% ต่อปี และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า ดัชนีจะลดลง 6.5%ต่อปี นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยตัวเลขว่างงานประจำสัปดาห์ และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจประจำเดือนส.ค. และวันศุกร์สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติจะรายงานยอดขายบ้านมือสองประจำเดือนก.ค.

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดพุ่งแตะ $72.42 หลังสหรัฐเผยสต็อกน้ำมันร่วงเกินคาด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 23 นาทีที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 3 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานสต็อกน้ำมันดิบที่ร่วงลงเกินคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าดีมานด์พลังงานยังคงแข็งแกร่งแม้สหรัฐยังคงเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอก็ตาม นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) หลังจากรัฐมนตรีโอเปคบางคนออกมาส่งสัญญาณว่าโอเปคอาจจะคงเพดานการผลิตในการประชุมเดือนหน้า
บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 3.23 ดอลลาร์ หรือ 4.67% ปิดที่ 72.42 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 68.05-72.80 ดอลลาร์ โดยสัญญาน้ำมันดิบเดือนก.ย.จะครบกำหนดส่งมอบในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนก.ย.ดีดขึ้น 5.37 เซนต์ ปิดที่ 1.9187 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 3.44 เซนต์ ปิดที่ 2.0346 ดอลลาร์/แกลลอน ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 2.22 ดอลลาร์ ปิดที่ 74.59 ดอลลาร์/บาร์เรล สตีเฟ่น ชอร์ก นักวิเคราะห์ด้านพลังงานชื่อดังของสหรัฐกล่าวว่า รายงานสต็อกน้ำมันดิบที่ร่วงลงเกินคาดของสหรัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นนักลงทุนให้เข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบ NYMEX อย่างหนาแน่น เพราะความเชื่อมั่นที่ว่าดีมานด์พลังงานที่แข็งแกร่งจะหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นด้วย ส่งผลให้สัญญาน้ำมันทะยานขึ้นเหนือระดับ 72 ดอลลาร์/บาร์เรล กระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 14 ส.ค. ร่วงลง 8.4 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 343.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยับลงเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่นลดลง 700,000 บาร์เรล แตะระดับ 161.6 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 600,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 209.8 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะลดลงเพียง 1.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่อัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.5% แตะระดับ 84% นักลงทุนจับตาดูรายงานของศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติของสหรัฐที่ระบุว่า พายุเฮอร์ริเคน "บิล" ทวีกำลังขึ้นจนกลายเป็นพายุเฮอร์ริเคนที่มีความรุนแรงระดับ 3 ตามมาตรวัดของ Saffir-Simpson หลังจากเคลื่อนตัวผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยกำลังลมสูงสุด 740 กิโลเมตร/ชั่วโมง และพัดขึ้นฝั่งตะวันออกของเมืองลีวาร์ด ไอร์แลนด์ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางในสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูการประชุมโอเปคซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 ก.ย.ที่กรุงเวียนนา หลังจากชี้ค อาหมัด อับดุลเลาะห์ อัล ซาบาห์ รัฐมนตรีน้ำมันคูเวตหนุนให้กลุ่มโอเปคตรึงกำลังการผลิตน้ำมันไว้ที่ระดับเดิม โดยให้เหตุผลว่าราคาน้ำมันที่เคลื่อนไหวในระดับ 70-80 ดอลลาร์/บาร์เรลในขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นเลวร้าย และคาดว่าดีมานด์พลังงานจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในสิ้นปีนี้

สหรัฐเผยสต็อกน้ำมันดิบร่วงเกินคาด 8.4 ล้านบาร์เรล ขณะสต็อกเบนซินลด 2.1 ล้านบาร์เรล
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 44 นาทีที่แล้ว
กระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 14 ส.ค. ร่วงลง 8.4 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 343.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยับลงเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่นลดลง 700,000 บาร์เรล แตะระดับ 161.6 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 600,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 209.8 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะลดลงเพียง 1.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่อัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.5% แตะระดับ 84% บลูมเบิร์กรายงานว่า สต็อกน้ำมันข้างต้นไม่นับรวมกับคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) ของสหรัฐซึ่งปัจจุบันมีน้ำมันดิบสำรองอยู่ประมาณ 689 ล้านบาร์เรล แต่รัฐบาลสหรัฐประกาศให้ปรับเพิ่มคลังน้ำมันสำรองประเภทดังกล่าวขึ้นสู่ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรลภายในปีพ.ศ. 2570 เพื่อรับมือกับภาวะติดขัดที่อาจเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการโจมตีของผู้ก่อการร้าย

เอเชียฟื้นเร็วกว่าสหรัฐ-ยุโรป แผนกระตุ้น-ดีมานด์จีนช่วยหนุน

หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น สรุปข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ -- 2 ชั่วโมง 44 นาทีที่แล้ว
นักวิเคราะห์ชี้ เอเชียกำลังฟื้นตัวจากความตกต่ำของเศรษฐกิจทั่วโลกได้เร็วกว่าสหรัฐและยุโรป โดยเป็นเพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์และดีมานด์ที่แข็งแกร่งจากจีน


หุ้นจีนฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง ดัชนีคอมโพสิตเซี่ยงไฮ้ดิ่งเหว 5%
หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น สรุปข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ -- 2 ชั่วโมง 45 นาทีที่แล้ว
ตลาดหุ้นทั่วโลกช้อกตามหุ้นจีนซึ่งดิ่งลงถึง 5% อีกครั้ง โดยมีความวิตกมากขึ้นว่านักลงทุนทั่วโลกกำลังฉุดหุ้นลงหลังจากที่พุ่งขึ้นนาน 6 เดือน และยังไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก


ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: แรงซื้อหุ้นพลังงาน หนุนฟุตซี่ปิดบวก 3.89 จุด
Thursday, August 20, 2009 08:00:00
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตโลหะและกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาโลหะและพลังงานในตลาดโลกทะยานขึ้นแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ดัชนีดีดตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเพราะได้รับแรงกดดันจากการที่นักวิเคราะห์ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นหลายตัว รวมถึงหุ้นไชร์ และ บริติชแลนด์บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 3.89 จุด หรือ 0.08% แตะที่ 4,689.67 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,625.44-4,698.50 จุดเดวิด โจนส์ นักวิเคราะห์จาก IG Index กล่าวว่า นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มผู้ลิตโลหะและกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาโลหะและพลังงานในตลาดโลกพุ่งขึ้นแข็งแกร่ง โดยหุ้นบีพีปิดบวก 0.5% หุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ปิดบวก 0.9% และบีจี กรุ๊ป ปิดพุ่ง 1.3% ส่วนหุ้นยูเรเชียน เนเชอรัล รีซอร์สเซส (ENRC) ปิดพุ่ง 6.2 % หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด ขณะที่หุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มเหมืองแร่ดีดตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นเฟรสนิลโล ปิดบวก 1.3% หุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ปิดบวก 3.2% หุ้นริโอ ทินโต ปิดพุ่ง 4.9% และหุ้นเอ็กซ์สตราตา ปิดพุ่ง 5.8%อย่างไรก็ตาม ดัชนีดีดตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเพราะได้รับแรงกดดันจากการที่นักวิเคราะห์ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นหลายตัว รวมถึงหุ้นไชร์ และ บริติชแลนด์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ระบุว่าอัตราการเปิดรับพนักงานในภาคธุรกิจการเงินของอังกฤษปรับตัวลดลงในเดือนก.ค.โดยบรรดานายจ้างต่างเลื่อนเวลาการตัดสินใจจ้างงานออกไปจากเดิม เพราะยังคงต้องการเฟ้นหาพนักงานที่ดีที่สุดมาทำงานในองค์กร ทั้งนี้ ตำแหน่งงานว่างในเดือนก.ค.ปรับตัวลดลง 7% จากเดือนมิ.ย. ขณะที่การเปิดรับพนักงานยังคงลดลง 59% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิบวก 19.48 จุดเช้านี้ หลังนลท.แห่ซื้อหุ้นพลังงาน
Thursday, August 20, 2009 08:32:06
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ เพราะได้รับแรงหนุนจากการปิดบวกของตลาดหุ้นนิวยอร์กและแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาด NYMEX พุ่งขึ้นเหนือระดับ 72 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ อย่างไรก็ตาม นิกเกอิดีดตัวขึ้นในกรอบจำกัดเนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการร่วงลงของตลาดหุ้นจีนสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีนิกเกอิดีดขึ้น 19.48 จุด หรือ 0.19% แตะที่ระดับ 10,223.48 จุดโบรกเกอร์กล่าวว่า หุ้นกลุ่มพลังงานทะยานขึ้น หลังจากสัญญาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 3.23 ดอลลาร์ หรือ 4.67% ปิดที่ 72.42 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อคืนนี้ ภายหลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานสต็อกน้ำมันดิบที่ร่วงลงเกินคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าดีมานด์พลังงานยังคงแข็งแกร่งแม้สหรัฐยังคงเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอก็ตามทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มขนส่งทางอากาศ และกลุ่มเหมืองแร่ พุ่งขึ้น แต่หุ้นกลุ่มยาง และกลุ่มค้าปลีก อ่อนตัวลงในช่วงเช้าวันนี้
--อินโฟเควสท์--

น้ำมัน NYMEX พุ่งแตะ $72.48 เช้านี้ หลังสหรัฐเผยสต็อกน้ำมันร่วงเกินคาด
Thursday, August 20, 2009 08:37:49
สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกที่ตลาดสิงคโปร์ ปรับตัวขึ้นอีก 4 เซนต์ในช่วงเช้าวันนี้ ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบทะยานขึ้นไปยืนเหนือระดับ 72 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานสต็อกน้ำมันดิบที่ร่วงลงเกินคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าดีมานด์พลังงานที่แข็งแกร่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นณ เวลา 08.16 น.ตามเวลาสิงคโปร์ในวันนี้ สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX เดือนก.ย.ดีดขึ้น 4 เซนต์ แตะที่ 72.48 ดอลลาร์/บาร์เรล จากระดับปิดที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ที่ 72.42 ดอลลาร์/บาร์เรลไมค์ แซนเดอร์ นักวิเคราะห์ด้านพลังงานจากบริษัท แซนเดอร์ แคปิตอล ในเมืองซีแอทเติล กล่าวว่า สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX พุ่งขึ้นต่อเนื่องหลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 14 ส.ค. ร่วงลง 8.4 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 343.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยับลงเพียง 1.3 ล้านบาร์เรลส่วนสต็อกน้ำมันกลั่นลดลง 700,000 บาร์เรล แตะระดับ 161.6 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 600,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 209.8 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะลดลงเพียง 1.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่อัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.5% แตะระดับ 84%นักลงทุนจับตาดูการประชุมโอเปคซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 ก.ย.ที่กรุงเวียนนา หลังจากชี้ค อาหมัด อับดุลเลาะห์ อัล ซาบาห์ รัฐมนตรีน้ำมันคูเวตหนุนให้กลุ่มโอเปคตรึงกำลังการผลิตน้ำมันไว้ที่ระดับเดิม โดยให้เหตุผลว่าราคาน้ำมันที่เคลื่อนไหวในระดับ 70-80 ดอลลาร์/บาร์เรลในขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นเลวร้าย และคาดว่าดีมานด์พลังงานจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในสิ้นปีนี้
--อินโฟเควสท์--


Designed ByBlogger Templates