25 August 2009

News Update : 25/08/2009

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: แรงซื้อหนุนดาวโจนส์ปิดบวก 3.32 จุด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 27 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความคิดเห็นในด้านบวกต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวนเนื่องจากนักลงทุนกระหน่ำขายทำกำไรหลังจากดาวโจนส์พุ่งขึ้นแข็งแกร่งติดต่อกันหลายวัน โดยหุ้นกลุ่มการเงินถูกเทขายหนักสุด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 3.32 จุด หรือ 0.03% แตะที่ 9,509.28 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.56 จุด หรือ 0.05% แตะที่ 1,025.57 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 2.92 จุด หรือ 0.14% แตะที่ 2,017.98 จุด

ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.23 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในอัตราส่วน 1,543 ต่อ 1,474 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.06 พันล้านหุ้น

ตลาดหุ้นนิวยอร์กสามารถปิดในแดนบวกได้เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากเบอร์นันเก้กล่าวในที่ประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ "ระยะฟื้นตัว" แล้ว และคาดว่าจะกลับมาขยาตัวได้อีกครั้งในไม่ช้านี้ หลังจากเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงและถูกกระทบหนักสุดจากวิกฤตการณ์การเงิน

กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐและประเทศอื่นๆทั่วโลกเริ่มฟื้นตัว และคาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากเศรษฐกิจหดตัวรุนแรงในปีที่แล้ว นอกจากนี้ ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกได้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ที่รุนแรงที่สุดไปแล้ว ซึ่งนับจากนี้เศรษฐกิจจะเข้าสู่ระยะฟื้นตัว" เบอร์นันเก้กล่าว

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มการเงินถูกเทขายอย่างหนักหลังจากเบอร์นันเก้ได้แสดงความกังวลว่าอัตราการปล่อยกู้ในภาคธนาคารอาจจะยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะสร้างความยากลำบากให้กับภาคธุรกิจและผู้บริโภคที่ต้องการกู้เงิน สถานการณ์ดังกล่าวอาจขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอาจทำให้ตัวเลขว่างงานพุ่งสูงขึ้นอีก พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลใช้นโยบายกระตุ้นการไหลเวียนของสินเชื่อเพื่อให้ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนมีความคล่องตัวมากขึ้น

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันอังคาร สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์จะเปิดเผยราคาบ้านเดือนมิ.ย. และสำนักงานคอนเฟอเรนซ์บอร์ดจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือนส.ค.

วันพุธ กระทรวงพาณิชย์จะรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.และยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค. วันพฤหัสบดี กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขั้นต้นประจำไตรมาส 2 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยรายได้ส่วนบุคคลเดือนก.ค. และมหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์พุ่งเทียบยูโร จากกระแสคาดตัวเลขใช้จ่ายผู้บริโภคชะลอตัว
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 19 นาทีที่แล้ว
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ส.ค.) เนื่องจากมีกระแสคาดการณ์ว่าตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง เนื่องจากอัตราว่างงานที่พุ่งขึ้นยังคงกดดันให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่าภาคการธนาคารในสหรัฐอาจยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ

บลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.18% เมื่อเทียบกับยูโรที่ 1.4294 ยูโรต่อดอลลาร์ จากระดับ 1.4320 ยูโรต่อดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.55% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.6415 ปอนด์ต่อดอลลาร์ จากระดับ 1.6505 ปอนด์ต่อดอลลาร์

นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.12% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 94.480 เยนต่อดอลลาร์ จากระดับ 94.370 เยนต่อดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.33% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0615 ฟรังค์ต่อดอลลาร์ จากระดับ 1.0580 ฟรังค์ต่อดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 0.35% แตะที่ 0.8376 ดอลลาร์สหรัฐต่อดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.8347 ดอลลาร์สหรัฐต่อดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 0.29% แตะที่ 0.6847 ดอลลาร์สหรัฐต่อดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.6827 ดอลลาร์สหรัฐต่อดอลลาร์นิวซีแลนด์

ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคประจำเดือนก.ค.จะเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศใช้นโยบายรถเก่าแลกรถใหม่ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคเดือนก.ค.จะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลงเมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.ที่พุ่งขึ้น 0.4% โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขดังกล่าวในวันที่ 28 ส.ค.นี้

ไนเจล กัลท์ นักวิเคราะห์จาก IHS Global Insight กล่าวว่า นโยบายรถเก่าแลกรถใหม่ของรัฐบาลสหรัฐช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ภายในประเทศพุ่งขึ้นในเดือนก.ค. อย่างไรก็ตาม อัตราว่างงานที่พุ่งสูงขึ้นยังคงทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ลดการใช้จ่ายสินค้าบางประเภท อาทิ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่ประธานเฟดได้แสดงความกังวลว่าอัตราการปล่อยกู้ในภาคธนาคารอาจจะยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะสร้างความยากลำบากให้กับภาคธุรกิจและผู้บริโภคที่ต้องการกู้เงิน สถานการณ์ดังกล่าวอาจขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอาจทำให้ตัวเลขว่างงานพุ่งสูงขึ้นอีก พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลใช้นโยบายกระตุ้นการไหลเวียนของสินเชื่อเพื่อให้ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนมีความคล่องตัวมากขึ้น

"แม้เราสามารถหลีกเลี่ยงวิกฤตการณ์ที่รุนแรงที่สุดไปได้ แต่ยังมีความท้าทายอีกมากมายที่รอเราอยู่ข้างหน้า สหรัฐและทั่วโลกต้องร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน หากยังปล่อยให้ภาวะตึงตัวเกิดขึ้นในตลาดการเงินโลกต่อไป สถาบันการเงินก็ต้องขาดทุนและประชาชนก็เข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ยากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่บั่นทอนการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งสิ้น" เบอร์นันเก้กล่าวในที่ประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิง

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: แรงขายทำกำไร ถ่วงทองคำปิดร่วง $11
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 48 นาทีที่แล้ว
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (24 ส.ค.) เนื่องจากแรงขายทำกำไรและได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่พุ่งขึ้น หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน

บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 943.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ร่วงลง 11.00 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 935.70-958.50 ดอลลาร์

ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 14.195 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 3.10 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 3.65 เซนต์ ปิดที่ 2.9305 ดอลลาร์/ปอนด์

ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ปิดที่ 1,248.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 11.10 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 285.35 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 40 เซนต์

ภาวะการซื้อขายในตลาดทองคำ COMEX เป็นไปอย่างผันผวน หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน รวมถึงยอดขายบ้านมือสองประจำเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 7.2% แตะระดับ 5.24 ล้านยูนิตต่อปี ซึ่งเป็นสถิติที่ปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี หลังจากปรับตัวขึ้นที่ระดับ 4.89 ล้านยูนิตต่อปีในเดือนมิ.ย.

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดพุ่งแตะ $74.37 ขณะนลท.มั่นใจศก.ฟื้นตัว
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 8 นาทีที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX ปิดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 74 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (24 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นและจะหนุนดีมานด์พลังงานเพิ่มขึ้นด้วย หลังจากเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ระยะฟื้นตัวแล้ว

บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 48 เซนต์ หรือ 0.65% ปิดที่ 74.37 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.2551

ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 1.85 เซนต์ ปิดที่ 1.9234 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 5.35 เซนต์ ปิดที่ 2.0491 ดอลลาร์/แกลลอน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 7 เซนต์ ปิดที่ 74.26 ดอลลาร์/บาร์เรล

จิม ริทเทอร์บุช นักวิเคราะห์จากบริษัท Ritterbusch and Associates ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานชื่อดังของสหรัฐ กล่าวว่า นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ หลังจากเบอร์นันเก้กล่าวในที่ประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ "ระยะฟื้นตัว" แล้ว และคาดว่าจะกลับมาขยาตัวได้อีกครั้งในไม่ช้านี้ หลังจากเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงและถูกกระทบหนักสุดจากวิกฤตการณ์การเงิน

เบอร์นันเก้กล่าวว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐและประเทศอื่นๆทั่วโลกเริ่มฟื้นตัว และคาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากเศรษฐกิจหดตัวรุนแรงในปีที่แล้ว นอกจากนี้ เขาเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกได้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ที่รุนแรงที่สุดไปแล้ว ซึ่งนับจากนี้เศรษฐกิจจะเข้าสู่ระยะฟื้นตัว

นักลงทุนจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธนี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าสต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 900,000 บาร์เรล สต็อกน้ำมันกลั่นจะเพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรล สต็อกน้ำมันเบนซินจะลดลง 900,000 บาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันอาจเพิ่มขึ้น 0.3%

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: แรงซื้อหุ้นเหมือง หนุนฟุตซี่ปิดบวก 45.34 จุด
Tuesday, August 25, 2009 08:01:00
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 ส.ค.) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 5 วันทำการ จากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ หลังจากมีการคาดการณ์ว่าผลประกอบการของบริษัทเหมืองแร่จะปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง

บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดพุ่ง 45.34 จุด หรือ 0.93% แตะที่ 4,896.23 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,850.89-4,911.41 จุด

โจชัว เรย์มอนด์ นักวิเคราะห์จาก City Index กล่าวว่า หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ทะยานขึ้นตามราคาโลหะในตลาดโลก โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน และหุ้นริโอทินโต้ปิดพุ่งกว่า 3.5% นอกจากนี้ ตลาดหุ้นลอนดอนยังได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจเยอรมนีและฝรั่งเศสที่ขยายตัวเกินความคาดหมาย

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นลอนดอนได้รับปัจจัยบวกจากการที่เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในที่ประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ "ระยะฟื้นตัว" แล้ว และคาดว่าจะกลับมาขยาตัวได้อีกครั้งในไม่ช้านี้ หลังจากเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงและถูกกระทบหนักสุดจากวิกฤตการณ์การเงิน

--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: แรงขายทำกำไร ถ่วงนิกเกอิร่วง 49.85 จุดเช้านี้
Tuesday, August 25, 2009 08:19:04
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวลงในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขาทำกำไรหลังจากนิกเกอิพุ่งขึ้นเมื่อวานนี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 49.85 จุด หรือ 0.47% แตะที่ 10,531.20 จุด

โบรกเกอร์กล่าวว่า ตลาดหุ้นโตเกียวได้รับแรงกดดันจากภาวะซื้อขายที่ซบเซาในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตยาง กลุ่มรถยนต์ และกลุ่มโลหะถูกแรงขายกระหน่ำลงหนักสุด

--อินโฟเควสท์--


Designed ByBlogger Templates