14 September 2009

News Update : 14/09/2009


สหรัฐเตรียมเก็บภาษีนำเข้ายางรถยนต์จากจีนตามข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานเหล็กกล้า
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 8 ชั่วโมง 14 นาทีที่แล้ว
ทำเนียบขาวประกาศว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ ตัดสินใจเก็บภาษีนำเข้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็กทุกประเภทจากจีนเป็นระยะเวลา 3 ปี

"ท่านประธานาธิบดีตัดสินใจแก้ไขอุปสรรคที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยางรถยนต์สหรัฐ โดยอ้างอิงจากหลักฐานข้อเท็จจริงและตัวบทกฎหมาย" โรเบิร์ท กิบส์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวในแถลงการณ์

ก่อนหน้านี้ทางสหภาพแรงงานเหล็กกล้าของสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวแทนของคนงานของบริษัทผลิตยางรถยนต์ในสหรัฐ ได้ยื่นคำร้องเพื่อให้จำกัดปริมาณการนำเข้ายางรถยนต์จากจีน ซึ่งทางคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศ (ITC) ก็เห็นชอบและแนะนำให้รัฐบาลโอบามาเก็บภาษีนำเข้ายางรถยนต์จากจีนที่ 55% ซึ่งจะลดลงเหลือ 45% ในปีที่ 2 และเหลือ 35% ในปีที่ 3 ก่อนที่จะมีการยกเลิกการเก็บภาษี

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วโอบามาได้ตัดสินใจเก็บภาษีนำเข้ายางรถยนต์จากจีนเพียง 35% ในปีแรก ก่อนที่จะลดลงเหลือ 30% ในปีที่ 2 และเหลือ 25% ในปีที่ 3 สำนักข่าวซินหัวรายงาน

จีนต้านสหรัฐเพิ่มภาษีนำเข้ายางรถยนต์จากจีน ย้ำละเมิดข้อกำหนด WTO
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 5 ชั่วโมง 6 นาทีที่แล้ว
เหยา เจียน โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า จีนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่สหรัฐตัดสินใจเก็บภาษีนำเข้ายางรถยนต์จากจีนเพิ่มขึ้นเป็น 35% ในปีแรก ก่อนที่จะลดลงเหลือ 30% ในปีที่ 2 และเหลือ 25% ในปีที่ 3

นายเหยากล่าวว่า จีนได้เจรจากับสหรัฐในเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่สหรัฐยังคงยืนยันผลการตัดสินใจดังกล่าว ซึ่งจีนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งเพราะถือว่าเป็นการกีดกันทางการค้า นอกจากนั้นยังเป็นการละเมิดข้อกำหนดขององค์การการค้าโลกและคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในการประชุมจี 20 ด้วย

ทั้งนี้ นายเหยากล่าวทิ้งท้ายว่าทางจีนจะโต้ตอบทุกวิถีทางเท่าที่ทำได้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทจีน สำนักข่าวซินหัวรายงาน

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์ยังอ่อนค่าหลังถูกเทขายต่อเนื่อง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 11 ชั่วโมง 29 นาทีที่แล้ว
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) เนื่องจากยังคงถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง หลังมีสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะ 1.4582 ดอลลาร์/ยูโร จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 1.4577 ดอลลาร์/ยูโร และอ่อนค่าลงแตะ 90.640 เยน/ดอลลาร์ จาก 91.740 เยน/ดอลลาร์

นอกจากนั้นเงินดอลลาร์ยังอ่อนค่าแตะ 1.0369 ฟรังค์สวิส/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0387 ฟรังค์/ดอลลาร์ และอ่อนค่าลงแตะ 1.6674 ดอลลาร์/ปอนด์ จาก 1.6650 ดอลลาร์/ปอนด์

ส่วนเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะ 0.8626 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จาก 0.8630 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย ในขณะที่เงินดอลลาร์นิวซีแลนด์แข็งค่าแตะ 0.7055 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จาก 0.7030 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์

นักวิเคราะห์กล่าวว่า การที่เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณฟื้นตัวจากภาวะถดถอยครั้งรุนแรงสุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นจนตัดสินใจเทขายเงินดอลลาร์และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงกว่าอย่างหุ้น สกุลเงินตลาดเกิดใหม่ และสกุลเงินที่ผูกติดกับสินค้าโภคภัณฑ์
นอกจากนั้นผลสำรวจของรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกน ยังเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายนอยู่ที่ระดับ 70.2 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถือเป็นอีกสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวแล้ว

"กระแสเทขายเงินดอลลาร์คงดำเนินต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง" นักยุทธศาสตร์การเงินท่านหนึ่งกล่าว

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองคำปิดพุ่งเหนือระดับ $1000 หลังดอลล์ร่วงต่อเนื่อง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 11 ชั่วโมง 59 นาทีที่แล้ว
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งเหนือระดับ 1,000 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) หลังเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าติดต่อกันนานสุดในรอบ 6 เดือน หนุนให้นักลงทุนหันมาซื้อทองคำมากขึ้น

สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.พุ่ง 9.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,006.40 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งถือเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว และเป็นการปิดเหนือระดับ 1,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 16.70 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 3 เซนต์

ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ปิดที่ 1,320.70 ดอลลาร์/ออนซ์ พุ่ง 31 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 294.50 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 1.05 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์กล่าวว่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ราคาทองคำพุ่งสูง โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐร่วงติดต่อกันถึง 6 ครั้งจนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน ซึ่งถือว่าลดลงต่อเนื่องยาวนานสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

"เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอันเนื่องมาจากความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ซึ่งนั่นทำให้ราคาทองคำสูงขึ้น" ลีโอนาร์ด แคปแลน ประธานบริษัท โพรสเปคเตอร์ แอสเซ็ท แมเนจเมนท์ ในอิลลินอยส์ กล่าว

"เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องทำให้ราคาทองคำพุ่งสูง" มิเกล เปเรซ-ซานทัลลา รองประธานฝ่ายขายบริษัท เฮอเรียส พรีเชียส เมทัลส์ แมเนจเมนท์ ในนิวยอร์ก กล่าว "แต่หากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาทองคำอาจร่วงลงถึง 4 ดอลลาร์ ตอนนี้ทุกคนจึงจับตาดูเงินดอลลาร์เพื่อกำหนดทิศทางของราคาทองคำต่อไป"

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบร่วงต่ำกว่า $70 แม้ดอลล์อ่อนค่า
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 12 ชั่วโมง 37 นาทีที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) จากแรงเทขายทำกำไร แม้เงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปีก็ตาม

สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนต.ค.ร่วง 2.65 ดอลลาร์ ปิดที่ 69.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 4.38 เซนต์ ปิดที่ 1.7598 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 4.77 เซนต์ ปิดที่ 1.7308 ดอลลาร์/แกลลอน
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนต.ค.ร่วง 2.23 ดอลลาร์ ปิดที่ 67.66 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นกว่า 4 ดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ และแตะระดับสูงสุดที่ 72.90 ดอลลาร์/บาร์เรล ระหว่างที่นักลงทุนกำลังจับตามองตลาดหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นและเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง แต่ในที่สุดราคาน้ำมันก็ร่วงลงในวันศุกร์ โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่าเกิดจากการเทขายทำกำไร

สภาพเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าอุปสงค์น้ำมันจากทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น แต่จนถึงตอนนี้อุปสงค์น้ำมันก็ยังคงเบาบางสวนทางกับอุปทานน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันฮีทติ้งออยล์ ที่อยู่ในระดับสูงมาก

แอดดิสัน อาร์มสตรอง จากบริษัท แทรดิชั่น เอเนอร์จี กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันจะมีการเหวี่ยงตัวในช่วงสัปดาห์นี้ แต่สุดท้ายก็ยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 67-75 ดอลลาร์/บาร์เรล มาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 22.07 จุด หลังปิดบวกต่อเนื่อง 5 วัน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 13 ชั่วโมง 3 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) หลังปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกัน 5 วันทำการ และหลังจากที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง 3.7% จนส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มน้ำมันบางตัว แม้จะมีปัจจัยบวกอย่างการที่ เฟดเอ็กซ์ คอร์ป คาดการณ์ว่าจะมีกำไรมากขึ้น และการที่สหรัฐรายงานตัวเลขค้าส่งที่ดีขึ้นก็ตาม
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 22.07 จุด หรือ 0.2% แตะที่ 9,605.41 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 1.41 จุด หรือ 0.1% แตะที่ 1,042.73 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 3.12 จุด หรือ 0.2% แตะที่ 2,080.90 จุด

สำหรับทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์บวก 1.7%, ดัชนี S&P 500 บวก 2.6% และดัชนี Nasdaq ทะยาน 3.1%
การคาดการณ์ผลกำไรของเฟดเอ็กซ์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากธุรกิจขนส่งสินค้าสามารถบ่งชี้ความแข็งแกร่งของสภาพเศรษฐกิจได้ โดยเฟดเอ็กซ์อ้างว่าบริษัทส่งสินค้าไปยังต่างประเทศมากขึ้นและมีการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ก็รายงานตัวเลขค้าส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นมากสุดในรอบกว่า 1 ปีในเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้จำนวนสินค้าในสต็อกลดลงเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องผลิตสินค้าเข้ามาชดเชยในสต็อก ซึ่งถือเป็นสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ดี

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นและสัญญาณการทำสัญญาระหว่างองค์กรที่เพิ่มขึ้นหนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นตลอดสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางอุตสาหกรรมอาจกระเตื้องขึ้น และการที่คราฟท์ ฟู้ดส์ อิงค์ ยังไม่ประสบความสำเร็จในการขอซื้อกิจการ แคดบิวรี พีแอลซี ยังถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าบริษัทในสหรัฐเริ่มมีความมั่นใจในสถานะภาพของตัวเองมากขึ้น

ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่จะได้รับการเปิดเผยในสัปดาห์หน้าอาจช่วยให้นักลงทุนรู้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวตามที่คาดไว้หรือไม่ โดยข้อมูลที่จะได้รับการเปิดเผยประกอบด้วย ยอดค้าปลีก ผลผลิตอุตสาหกรรม และอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งนักวิเคราะห์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับยอดค้าปลีก เนื่องจากการใช้จ่ายผู้บริโภคมีสัดส่วนถึง 70% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 23.79 จุด หลังหุ้นบริษัทเหมืองพุ่ง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 11 ชั่วโมง 12 นาทีที่แล้ว
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (11 ก.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวสูงขึ้นของหุ้นตัวสำคัญอย่าง บีเอชพี บิลลิตัน และ ริโอ ทินโต

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 23.79 จุด หรือ 0.5% แตะที่ 5,011.47 จุด ส่งผลให้ทั้งสัปดาห์ดัชนีปรับตัวสูงขึ้น 3.3%

โดยหุ้น บีเอชพี บิลลิตัน และ ริโอ ทินโต บริษัทเหมืองแร่รายใหญ่อันดับ 1 และ 3 ของโลก ปรับตัวสูงขึ้นอย่างน้อย 2.9% ในขณะที่หุ้น เทสโก พีแอลซี เป็นแกนนำหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ปรับตัวสูงขึ้น

ในขณะเดียวกัน รายได้ที่สูงขึ้นของหลายบริษัทตั้งแต่โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ ไปจนถึง โรช โฮลดิงส์ เอจี รวมถึงการที่เศรษฐกิจฝรั่งเศสและเยอรมนีกลับมาขยายตัวอย่างไม่คาดฝัน ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวสูงขึ้นถึง 43% จากระดับต่ำสุดในวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา

"สภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มไปในทางบวกทำให้รายได้ของหลายบริษัทเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัวอย่างแข็งแกร่งขึ้นในที่สุด" ดาร์เรน วินเดอร์ และ โรเบิร์ท กริฟฟินส์ นักยุทธศาสตร์ชาวอังกฤษ กล่าว "แนวโน้มของตลาดหุ้นยังคงดูดีอยู่ในตอนนี้"

จีนลุยตรวจสอบภาษีนำเข้าเนื้อไก่-รถยนต์ของสหรัฐ หลังถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้ายางรถยนต์
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 34 นาทีที่แล้ว
รัฐบาลจีนประกาศใช้มาตรการตรวจสอบการเรียกเก็บภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อไก่และรถยนต์ของสหรัฐ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพียง 2 วันหลังจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าพิเศษยางรถยนต์จากจีน

"จีนจะใช้มาตรการตรวจสอบภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อไก่และรถยต์จากสหรัฐ เพราะจีนต่อต้านค่านิยมการทุ่มตลาดด้วยการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าและต่อต้านพฤติกรรมกีดกันทางการค้า" แถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุ

บลูมเบิร์กรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโอบามาตัดสินใจเรียกเก็บภาษีนำเข้าพิเศษในอัตรา 35 % สำหรับยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเบาของจีนเป็นเวลา 1 ปี เพิ่มเติมจากภาษีนำเข้าปรกติในอัตรา 4 % โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 ก.ย.

การตัดสินใจครั้งล่าสุดของสหรัฐทำให้กระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซท์ ด้วยการประณามสหรัฐอย่างรุนแรง ว่า มาตรการดังกล่าวไม่เพียงแต่ละเมิดกฎขององค์การการค้าโลก แต่สวนทางกับคำมั่นสัญญาที่รัฐบาลสหรัฐให้ไว้ในการประชุมสุดยอดด้านการเงินของกลุ่ม G20 พร้อมกับประณาณว่าเป็นการกีดกันทางการค้าและอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

สหภาพแรงงานบริษัทผลิตยางรถยนต์ในสหรัฐ เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐจำกัดปริมาณการนำเข้ายางรถยนต์จากจีน ซึ่งคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศ (ไอทีซี) เห็นชอบ และแนะนำให้รัฐบาลสหรัฐดำเนินการจัดเก็บภาษีนำเข้ายางรถยนต์จากจีน ซึ่งการตัดสินใจของสหรัฐในครั้งนี้เป็นการจุดชนวนข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างรัฐบาลจีนและรัฐบาลสหรัฐ

ประธานาธิบดีโอบามาจะพบกับนายหู จิ่นเทา ประธานาธิบดีจีน และผู้นำของประเทศอื่นๆในการประชุมกลุ่ม G20 ในวันที่ 24-25 ก.ย. ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองพิตส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐ ก่อนที่มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าพิเศษยางรถยนต์ของจีนจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 ก.ย.

นักวิเคราะห์คาดตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นสัปดาห์นี้ จากกระแสคาดตัวเลขใช้จ่ายผู้บริโภคฟื้นตัว
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 10 นาทีที่แล้ว
นักวิเคราะห์ในย่านวอลล์สตรีทคาดการณ์ว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นในสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคประจำเดือนส.ค.ของสหรัฐจะปรับตัวสูงขึ้น และคาดว่าตลาดจะยังคงได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขว่างงานประจำสัปดาห์ที่ลดลงเกินคาดของสหรัฐ

เจมมี ค็อกซ์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Harris Financial Group ในมลรัฐเวอร์จิเนีย กล่าวกับเอพีว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นเนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รวมถึงตัวเลขว่างงานและรายงานของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีเสถียรภาพ

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงเกินคาด สู่ระดับ 550,000 รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 ก.ย. โดยลดลงจากระดับ 576,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะอยู่ที่ 560,000 ราย

ขณะที่รายงานของเฟดระบุว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคส่วนใหญ่ของสหรัฐเริ่มมีเสถียรภาพ และบางภูมิภาคฟื้นตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงที่นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1930 ในสหรัฐได้ยุติลงแล้ว พร้อมระบุว่าโครงการนำรถยนต์คันเก่าแลกคันใหม่ช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาคส่วนใหญ่ฟื้นตัวขึ้นในระดับปานกลาง

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันอังคาร กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนส.ค., กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนส.ค., เฟดสาขานิวยอร์คจะเปิดเผยผลสำรวจภาคการผลิต (Empire State Index) เดือนก.ย. และ ABC News จะเปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 13 ก.ย.

วันพุธ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนส.ค. และสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) จะเปิดเผยดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ย. ส่วน วันพฤหัสบดี กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนส.ค. และเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียจะเปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจเดือนก.ย.

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: เยนแข็ง-ดาวโจนส์ลบ ฉุดนิกเกอิร่วง 100.84 จุดเช้านี้
Monday, September 14, 2009 08:12:57
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวร่วงลงกว่า 100 จุดในวันนี้ เนื่องจากสกุลเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ได้ฉุดหุ้นกลุ่มส่งออกดิ่งลงอย่างหนัก นอกจากนี้ นิกเกอิยังได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลบเมื่อวันศุกร์

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 100.84 จุด หรือ 0.97% แตะที่ระดับ 10,343.49 จุด

หุ้นกลุ่มที่ต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมส่งออก รวมถึงหุ้นบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ดิ่งลงอย่างหนัก หลังจากค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 95 เยนต่อดอลลาร์ โดยนักลงทุนกังวลว่าเงินเยนที่แข็งขึ้นจะฉุดผลกำไรของบริษัทส่งออกร่วงลงด้วย
--อินโฟเควสท์--


Designed ByBlogger Templates