18 September 2009

News Update : 18/09/2009


ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: แรงขายทำกำไร ถ่วงดาวโจนส์ปิดขยับลง 7.79 จุด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 58 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (17 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดาวโจนส์ทะยานขึ้นติดต่อกันหลายวัน อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปิดลบเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะตลาดได้รับแรงหนุนหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขว่างงานประจำสัปดาห์ที่ลดลงเกินคาด

บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 7.79 จุด หรือ 0.08% แตะที่ 9,783.92 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 3.27 จุด หรือ 0.31% แตะที่ 1,065.49 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดขยับลง 6.40 จุด หรือ 0.30% แตะที่ 2,126.75 จุด

ปริมาณซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.52 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 17 ต่อ 13 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.61 พันล้านหุ้น

เจฟ เคล็นท็อป หัวหน้านักวิเคราะห์จากบริษัท แอลพีแพล ไฟแนนเชียลในนิวยอร์ก กล่าวว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นไปเคลื่อนในแดนบวกหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการในระหว่างว่างงานลดลงแตะระดับ 545,000 รายในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 12 ก.ย. จากสัปดาห์ก่อนหน้านั้นที่ระดับ 557,000 ราย ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 555,000 ราย

"แต่ในช่วงบ่ายนักลงทุนเริ่มเข้ามาเทขายทำกำไร หลังจากดาวโจนส์ทะยานขึ้นติดต่อกัน 3 วัน แม้ตัวเลขว่างงานรายสัปดาห์ร่วงลงเกินคาดและตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนก็ตาม โดยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 1.5% แตะระดับ 598,000 ยูนิต" เคล็นท็อปกล่าว

มิเชล เมเยอร์ นักวิเคราะห์จากบาร์เคลย์ส แคปิตอล อิงค์กล่าวว่า ราคาบ้านที่ลดลง ประกอบกับมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลได้ช่วยกระตุ้นยอดขายบ้านให้เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังหนุนให้บริษัทก่อสร้างกลับเข้ามาในตลาดเพื่อดำเนินโครงการต่างๆต่อไป ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและการผลิตแสดงเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว หลังจากอุตสาหกรรมทั้ง 2 ภาคส่วนนี้ได้ฉุดรั้งให้เศรษฐกิจเผชิญกับภาวะถดถอย ทั้งนี้คาดว่า การลง

ทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3

ผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นนิวยอร์ก ลอนดอน และโตเกียว ซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กบ่งชี้ว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นทั่วโลกน้อยลงเนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะซบเซาลงอีกในช่วง 6 เดือนข้างหน้า หลังจากดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 6 ปี

โดยดัชนีความเชื่อมั่นตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 46.2 จุด ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นตลาดหุ้นญี่ปุ่นดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 50 จุดในเดือนก.ย. อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกว่าตลาดหุ้นฝรั่งเศส อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และเม็กซิโกจะฟื้นตัวขึ้น

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มการเงิน กลุ่มพลังงาน และกลุ่มอื่นๆที่เคยนำตลาดพุ่งขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ต่างร่วงลงเมื่อคืนนนี้ โดยหุ้นอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ปิดร่วง 2.3% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ปิดลบ 0.7%

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์ร่วงเทียบยูโร,ปอนด์ หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่ง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 46 นาทีที่แล้ว
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ก.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งซึ่งกระตุ้นนักลงทุนให้เทขายดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะที่รัฐบาลชุดใหม่ของญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่าจะไม่เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา

บลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.19% เมื่อเทียบยูโรที่ระดับ 1.4738 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันพุธที่ 1.4710 ยูโร/ดอลลาร์ และดิ่งลง 0.30% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0283 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0314 ฟรังค์/ดอลลาร์

นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.22% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.6450 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับของวันพุธที่ 1.6487 ปอนด์/ดอลลาร์ แต่ดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้น 0.26% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 91.110 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 90.870 เยน/ดอลลาร์

ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.16% แตะที่ 0.8712 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับของวันพุธที่ 0.8726 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.38% แตะที่ 0.7103 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.7130 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์

ซาชา ติฮานนี นักวิเคราะห์ด้านปริวรรตเงินตราจากบริษัท สโกเทีย แคปิตอล กล่าวว่า "ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนมองว่าภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวทำให้ดอลลาร์มีความน่าสนใจน้อยลง หลังจากที่เมื่อก่อนเคยมองว่าดอลลาร์เป็นการลงทุนที่ปลอดภัยในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญกับภาวะถดถอยรุนแรง"

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงหลังจากทางการสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการในระหว่างว่างงานลดลงแตะระดับ 545,000 รายในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 12 ก.ย. จากสัปดาห์ก่อนหน้านั้นที่ระดับ 557,000 ราย ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 555,000 ราย

ส่วนค่าเงินปอนด์ได้รับแรงหนุนหลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกทรงตัวในช่วงเดือนส.ค. ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ลดลง นับเป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคกำลังลดการใช้จ่ายท่ามกลางตัวเลขว่างงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่เงินเยนฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่ประชุมบีโอเจตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิมที่ 0.10% เมื่อวานนี้ พร้อมกับปรับเพิ่มการประเมินภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ

ผลสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนในตลาดปริวรรตเงินตราทั่วโลกซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก บ่งชี้ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่มีมุมมองที่เป็นลบต่อสกุลเงินดอลลาร์มากที่สุดในรอบ 18 เดือน เนื่องจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นทำให้นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ หลังจากที่เคยมองว่าเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย
ผลสำรวจบ่งชี้ว่า นักลงทุนในตลาดปริวรรตเงินตราทั่วโลกคาดการณ์ว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นสกุลเงินหลักในระบบทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของโลก จะร่วงลงในอีก 6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น โดยดัชนีดอลลาร์ หรือ Dollar Index ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดลบ 4 เซนต์ จากแรงขายทำกำไร
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 32 นาทีที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (17 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแข็งแกร่งติดต่อกันหลายวัน อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบปิดลบเพียงเล็กน้อยเนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังขานรับรายงานสต็อกน้ำมันดิบที่ร่วงลงเกินคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นได้ช่วยหนุนดีมานด์พลังงานเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 4 เซนต์ ปิดที่ 72.47 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 72.90-72.47 ดอลลาร์

ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนต.ค.เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.8512 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 1.5 เซนต์ ปิดที่ 1.8409 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 12 เซนต์ ปิดที่ 71.55 ดอลลาร์/บาร์เรล

ไมเคิล ลินช์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Strategic Energy & Economic Research ในรัฐเมสซาชูเซทส์ กล่าวว่า "ตลาดน้ำมันดิบเคลื่อนไหวอย่างไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยที่ทำให้สัญญาน้ำมันดิบปิดอ่อนตัวลงเมื่อคืนนี้มาจากแรงขายทำกำไร ทั้งๆที่เมื่อวันก่อนกระทรวงพลังงานสหรัฐได้รายงานสต็อกน้ำมันดิบที่ร่วงลงเกินคาดและสะท้อนถึงดีมานด์พลังงานที่ยังเพิ่มขึ้นในสหรัฐ"

กระทรวงพลังงานสหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 11 ก.ย.ร่วงลง 4.7 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 332.8 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลงเพียง 2.4 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 167.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 500,000 บาร์เรล แตะระดับ 207.7 ล้านบาร์เรล น้อยกว่าที่คาดว่าจะพุ่งขึ้น 600,000 บาร์เรล ขณะที่อัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันลดลง 0.3% เหลือเพียง 86.9%

นักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยบวกที่พยุงสัญญาน้ำมันดิบไว้ไม่ให้ร่วงลงมากนักมากจากรายงานที่ว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการในระหว่างว่างงานลดลงแตะระดับ 545,000 รายในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 12 ก.ย. จากสัปดาห์ก่อนหน้านั้นที่ระดับ 557,000 ราย ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 555,000 ราย

นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟียเปิดเผยว่า ดัชนีกิจกรรมภาคโรงงานในแถบมิดแอตแลนติกของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับ 14.1 จุดในเดือน ก.ย. จากเดือนส.ค.ที่ระดับ 4.2 จุด มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 8.0 จุด

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: วิตกดีมานด์หดตัว ฉุดสัญญาทองคำปิดร่วง 6.70 ดอลล์
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 13 นาทีที่แล้ว
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (17 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าดีมานด์ทองคำอาจปรับตัวลดลงหลังจากมีรายงานว่าผู้บริโภคได้นำทองรูปพรรณออกมาขายจำนวนมากและคาดว่าจะนำออกมาขายมากขึ้นในปีนี้ เพราะต้องการทำกำไรหลังจากราคาทองคำทะยานขึ้นเหนือระดับ 1,000 ดอลลาร์
บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 1,013.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 6.70 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,010.60-1,025.80 ดอลลาร์

ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 17.2650 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 16.50 เซนต์

ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ปิดที่ 1,341.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 8.60 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 305.75 ดอลลาร์/ออนซ์ พุ่งขึ้น 5.25 ดอลลาร์

สัญญาทองคำในตลาด COMEX ที่ทะยานขึ้นเหนือระดับ 1,000 ดอลลาร์/ออนซ์ กำลังกระตุ้นผู้บริโภคนำทองรูปพรรณจำพวกสร้อยข้อมือและสร้อยคอทองคำออกมาขายและได้กำไรมากถึง 6 เท่า โดยฟิลิป แคล็ปวิจ ประธานบริษัท GFMS Ltd ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยอุตสาหกรรมทองคำ คาดการณ์ว่า ผู้บริโภคจะนำเครื่องประดับทองคำออกมาขายมากขึ้นอีก 22% ในปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงในรอบกว่า 60 ปีทำให้อัตราว่างงานในสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี

เจมส์ สตีล นักวิเคราะห์จากบริษัท HSBC Securities กล่าวว่า การที่ผู้บริโภคแห่ขายทองคำในขณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าดีมานด์กำลังหดตัวลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง ขณะที่ยูบีเอส เอจี รายงานว่า ดีมานด์ทองคำในอินเดียซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่สุดของโลก ปรับตัวลงน้อยกว่าปีที่แล้วราว 5-10% ซึ่งทำให้คาดว่ายอดนำเข้าทองคำของอินเดียอาจลดลง 37% ในปีนี้

เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าว่างงานสหรัฐพุ่งสุดต้นปี54
หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น สรุปข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ -- 2 ชั่วโมง 56 นาทีที่แล้ว
พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลคาดการว่างงานในสหรัฐจะไม่พุ่งสูงสุดจนกว่าจะถึงต้นปี 2554 เท่านั้น เพราะการฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกมีความเชื่องช้าและเจ็บปวด

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: มั่นในผลประกอบการเอกชน หนุนฟุตซี่ปิดบวก 39.82 จุด
Friday, September 18, 2009 08:00:00
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (17 ก.ย.) โดยดัชนีทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีเนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าผลประกอบการของภาคเอกชนอังกฤษจะแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของอังกฤษและสหรัฐ

บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 39.82 จุด แตะที่ 5,163.95 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 5,124.13-5,173.13 จุด

โรเบิร์ก บั๊คแลนด์ นักวิเคราะห์จากซิตี้กรุ๊ปกล่าวว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนคึกคักขึ้นหลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกทรงตัวในช่วงเดือนส.ค. ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะร่วงลง ขณะที่สหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการในระหว่างว่างงานลดลงแตะระดับ 545,000 รายในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 12 ก.ย. จากสัปดาห์ก่อนหน้านั้นที่ระดับ 557,000 ราย ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 555,000 ราย

หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันดิบยังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 72 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยหุ้นบีพีปิดบวก 1.1% หุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ปิดขยับขึ้น 0.9% ส่วนหุ้นทุลโลว์ ออยล์ ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจน้ำมันพุ่งขึ้น 4.9% หลังจากบริษัทระบว่าค้นพบแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ในอูกานดา

ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวผันผวน โดยหุ้นธนาคาร HSBC ปิดบวก 1.3% หุ้นธนาคารลอยด์ส แบงกิง กรุ๊ป ปิดขยับขึ้น 0.5% หุ้นรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ ปิดบวก 1.6% และหุ้นสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ปิดพุ่ง 2.5% แต่หุ้นบาร์เคลย์สปิดลบ 0.5%
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิร่วง 64 จุดเช้านี้ เหตุนลท.เลี่ยงทำโพสิชั่นก่อนวันหยุดยาว
Friday, September 18, 2009 08:46:11
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ เพราะได้รับแรงกดดันจากการปิดลบของตลาดหุ้นนิวยอร์ก นอกจากนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังหลีกเลี่ยงการทำโพสิชั่นก่อนที่จะถึงช่วงวันหยุดยาว 5 วันในญี่ปุ่น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 64.05 จุด หรือ 0.61% แตะที่ระดับ 10,379.75 จุด

โบรกเกอร์กล่าวว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นโตเกียวเป็นไปอย่างซบเซาในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนหลีกเลี่ยงการเข้าทำโพสิชั่นก่อนที่จะถึงวันหยุดยาว 5 วันในญี่ปุ่น และก่อนที่จะทราบผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการประชุมสุดยอด G20 ในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรียูคิโอะ ฮาโตยามะ แห่งพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (แอลดีพี)

ตลาดหุ้นโตเกียวจะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 21 ก.ย.จนถึงวันพุธที่ 23 ก.ย. เนื่องในวันหยุดราชการ
--อินโฟเควสท์--

ดอลล์อ่อนค่าที่ตลาดโตเกียวเช้านี้ ขณะนลท.แห่ซื้อสินทรัพย์ผลตอบแทนสูง
Friday, September 18, 2009 09:05:35
เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินยูโรในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียวเช้าวันนี้ หลังเศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณการหลุดพ้นจากภาวะถดถอย ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนพากันถือครองสกุลเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง

นอกจากนี้ ดัชนีเงินดอลลาร์ยังอ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเยอรมนีขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6

ด้านเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์แข็งค่าต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 10 เพราะได้รับแรงซื้อจากนักลงทุน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินดอลลาร์ร่วงลงในยามที่สถานการณ์ในตลาดสินเชื่อกำลังดีขึ้น

บลูมเบิร์กรายงานว่า ณ เวลา 09:35 น.ตามเวลาโตเกียว เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวที่ระดับ 1.4736 ต่อดอลลาร์ จากระดับ 1.4741 ต่อดอลลาร์ ส่วนเงินเยนเคลื่อนไหวที่ 91.39 ต่อดอลลาร์ จากระดับ 91.08 ต่อดอลลาร์เมื่อวานนี้

อาคิโอะ โยชิโน่ นักวิเคราะห์จากโซซิเอเต เจเนอราล กล่าวว่า "ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ในตลาดสินเชื่อที่กำลังคลี่คลาย ทำให้นักลงทุนต้องการถือครองสกุลเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงมากกว่าเงินดอลลาร์ ดังนั้นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากกว่า เช่นสกุลเงินในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์จึงได้รับอานิสงส์จากกรณีนี้"

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ดจะเปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐที่ขยายตัวขึ้น 0.7% ในเดือนส.ค. ซึ่งจะทำสถิติเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5
--อินโฟเควสท์--

เงินบาทเปิด 33.71/74 อ่อนค่าลงจับตาม็อบเสื้อแดงห่วงรุนแรงกระทบค่าเงิน
Friday, September 18, 2009 09:08:26
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 33.71/74 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดตลาดวานนี้ซึ่งอยู่ที่ระดับ 33.68/70 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทวันนี้มีโอกาสอ่อนค่าลงได้เล็กน้อย เพราะเชื่อว่าจะมีแรงซื้อดอลลาร์คืน

"การเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไม่น่าจะแกว่งตัวมากนัก และมีโอกาสปรับอ่อนค่าลงได้อีกเล็กน้อย เพราะน่าจะมีแรงซื้อดอลลาร์คืน เพราะในช่วง 1-2 วันนี้เงินบาทแข็งค่าไปเยอะถึงกว่า 20 สตางค์ ซึ่งเป็นการซื้อกลับเพื่อทำกำไร" นักบริหารเงิน ระบุ

ส่วนสกุลเงินต่างประเทศช่วงเปิดตลาดเช้านี้ ค่าเงินเยนอยู่ที่ระดับ 91.19/21 เยน/ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.4731/4733 ดอลลาร์/ยูโร

ปัจจัยสำคัญต่อค่าเงินบาทในช่วงปลายสัปดาห์นี้ นักลงทุนรอดูสถานการณ์การเมืองในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย.นี้ว่าจะมีความรุนแรงหรือไม่ เพราะหากมีความรุนแรงหรือเกิดปัญหาบานปลายอาจส่งผลให้เงินบาทในช่วงต้นสัปดาห์หน้าปรับตัวอ่อนค่าลงได้ ส่วนปัจจัยต่างประเทศวันนี้ไม่มีผลต่อเงินบาทมากนัก

นักบริหารเงินคาดว่า เงินบาทวันนี้จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.65-33.76 บาท/ดอลลาร์
--อินโฟเควสท์--


Designed ByBlogger Templates