25 September 2009

News Update : 25/09/2009


ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 41.11 จุด หลังยอดขายบ้านในสหรัฐร่วงเกินคาด
Friday, September 25, 2009 06:31:00
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (24 ก.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านร่วงลง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่องได้กดดันให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มพลังงานและหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปิดลบไม่มากนักเนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องตัวเลขว่างงาน หลังจากสหรัฐเปิดเผยจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ปรับตัวลดลง

บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 41.11 จุด หรือ 0.42% แตะที่ 9,707.44 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 10.09 จุด หรือ 0.95% แตะที่ 1,050.78 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 23.81 จุด หรือ 1.12% แตะที่ 2,107.61 จุด

ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.37 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 7 ต่อ 2 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.60 พันล้านหุ้น

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กซบเซาลง หลังจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านมือสองเดือนส.ค.ร่วงลง 2.7% แตะระดับ 5.10 ล้านยูนิต จากเดือนก.ค.ที่ระดับ 5.24 ล้านยูนิตในเดือนก.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านมือสองจะอยู่ที่ 5.35 ล้านยูนิต

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ เดือนก.ย.ร่วงลง 21,000 ราย แตะระดับ 530,000 ราย โดยร่วงลงจากระดับ 551,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้านั้น และร่วงลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 550,000 ราย

เรียลตี้แทรค อิงค์ ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ให้บริการข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จำนวนบ้านถูกยึดในสหรัฐประจำเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 18% แตะที่ 358,471 หลัง ซึ่งเป็นสถิติที่ปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 6 เดือน เนื่องจากอัตราว่างงานที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี ทำให้กลุ่มเจ้าของบ้านไม่สามารถชำระค่าผ่อนบ้านและดอกเบี้ยได้

มอร์ริส เดวิส อดีตนักวิเคราะห์ประจำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า จำนวนบ้านที่ถูกยึดในสหรัฐพุ่งขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากตัวเลขจ้างงานในประเทศร่วงลงอย่างหนัก โดยในเดือนส.ค. ตัวเลขจ้างงานลดลง 216,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้อัตราว่างงานพุ่งขึ้นแตะระดับ 9.7% ทั้งนี้ จำนวนบ้านถูกยึดในสหรัฐยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลงแม้ดีมานด์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มฟื้นตัวแล้วก็ตาม

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในวันศุกร์ โดยกระทรวงพาณิชย์จะรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนส.ค. และยอดขายบ้านใหม่เดือนส.ค.
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดร่วง $3.08 หลังยอดขายบ้านทรุดจุดชนวนวิตกดีมานด์หดตัว
Friday, September 25, 2009 06:59:00
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (24 ก.ย.) โดยสัญญาดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองที่ร่วงลงเกินคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางในสหรัฐอาจฉุดรั้งดีมานด์พลังงานหดตัวลงด้วย นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากรายงานสต็อกน้ำมันที่พุ่งขึ้นเหนือความคาดหมายในสหรัฐ

บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนพ.ย.ร่วงลง 3.08 ดอลลาร์ ปิดที่ 65.89 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.เป็นต้นมา

ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนต.ค.ดิ่งลง 7.80 เซนต์ ปิดที่ 1.6814 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 6.83 เซนต์ ปิดที่ 1.6366 ดอลลาร์/แกลลอน

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนพ.ย.ร่วงลง 3.17 ดอลลาร์ หรือ 4.7% ปิดที่ 64.82 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.เป็นต้นมา

ริค มุลเลอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์จากบริษัท Energy Security Analysis Inc ในรัฐเมสซาชูเซทส์ กล่าวว่า นักลงทุนยังคงกระหน่ำขายสัญญาน้ำมันดิบต่อเนื่องจากเมื่อวันพุธ หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 18 ก.ย. พุ่งขึ้น 2.8 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 335.6 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในตลาดพลังงานคาดว่าจะร่วงลง 1.5 ล้านดอลลาร์

ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นพุ่งขึ้น 3.0 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 170.8 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 1.4 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น 5.4 ล้านบาร์เรล แตะที่ 213.1 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 400,000 บาร์เรล ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันลดลง 1.3% เหลือเพียง 85.6%

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านมือสองเดือนส.ค.ร่วงลง 2.7% แตะระดับ 5.10 ล้านยูนิต จากเดือนก.ค.ที่ระดับ 5.24 ล้านยูนิตในเดือนก.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านมือสองจะอยู่ที่ 5.35 ล้านยูนิต

"สต็อกน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเหนือความคาดหมายและยอดขายบ้านที่ร่วงลงเกินคาด ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่วิตกกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจและดีมานด์พลังงานที่หดตัวลง ความเคลื่อนไหวของสัญญาน้ำมันดิบในปัจจุบันขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจมากกว่าความขัดแย้งทางการเมือง นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูการประชุม G20 ที่เมืองพิทซ์เบิร์ก หลังจากกลุ่มผู้นำ G20 ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงิน" มุลเลอร์กล่าว

อย่างไรก็ตาม สำนักงานพลังงานสากล หรือ IEA คาดการณ์ว่า ความต้องการน้ำมันทั่วโลกในปี 2552 จะเพิ่มขึ้น 1.5% แตะที่ระดับ 84.4 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 490,000 บาร์เรลจากการคาดการณ์ในเดือนที่แล้ว พร้อมกันนี้ IEA ยังได้คาดการณ์ดีมานด์น้ำมันปี 2553 ว่าจะอยู่ที่ระดับ 85.7 ล้านบาร์เรล/วัน มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ราว 450,000 บาร์เรล/วัน
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ดอลล์แข็ง ทุบสัญญาทองคำปิดร่วง $15.50
Friday, September 25, 2009 07:18:00
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1,000 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (24 ก.ย.) และทำสถิติร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 2 เดือน เพราะได้รับปัจจัยลบจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากยอดขายบ้านที่ร่วงลงในสหรัฐส่งผลให้นักลงทุนแห่ถือครองสกุลเงินดอลลาร์เพื่อลดความเสี่ยง

บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 998.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ร่วงลง 15.50 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,021-991.30 ดอลลาร์

ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 16.295 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 61.50 เซนต์

ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ปิดที่ 1,308.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 19.30 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 297.90 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 25.00 เซนต์

เลียวนาร์ด แค็ปแลน นักวิเคราะห์จากจากบริษัท Prospector Asset Management ในรัฐอิลลินอยส์ กล่าวว่า นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำอย่างหนักหลังจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ เนื่องจากยอดขายบ้านที่ร่วงลงในสหรัฐส่งผลให้นักลงทุนแห่ถือครองสกุลเงินดอลลาร์เพื่อลดความเสี่ยง โดยที่ผ่านมาดอลลาร์ถูกมองว่าเป็นแหล่งการลงทุนที่ปลอดภัยในยามที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะผันผวนหรือเปราะบาง

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านมือสองเดือนส.ค.ร่วงลง 2.7% แตะระดับ 5.10 ล้านยูนิต จากเดือนก.ค.ที่ระดับ 5.24 ล้านยูนิตในเดือนก.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านมือสองจะอยู่ที่ 5.35 ล้านยูนิต
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์พุ่งแรง หลังยอดขายบ้านสหรัฐร่วงหนุนนลท.แห่ถือเงินดอลล์
Friday, September 25, 2009 07:47:00
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆของโลก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ก.ย.) เนื่องจากยอดขายบ้านที่ร่วงลงเกินคาดในสหรัฐทำให้นักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง นอกจากนี้ ข่าวที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการใช้มาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดการเงิน ยังเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นนักลงทุนให้แห่ซื้อดอลลาร์ด้วย

บลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.48% เมื่อเทียบกับยูโรที่ 1.4658 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันพุธที่ 1.4729 ยูโร/ดอลลาร์ และขยับขึ้น 0.05% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 91.350 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 91.300 เยน/ดอลลาร์

นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.27% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0298 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับของวันพุธที่ 1.0270 ฟรังค์/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 1.88% เมื่อเทียบกับปอนด์ที่ 1.6039 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6346 ปอนด์/ดอลลาร์

ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.55% แตะที่ 0.8650 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับของวันพุธที่ 0.8698 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ร่วงลง 0.35% แตะที่ 0.7167 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.7192 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์

ซามาร์จิท ชานการ์ นักวิเคราะห์จากบริษัท BNY Mellon Corp ในเมืองบอสตันกล่าวว่า นักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์สหรัฐหลังจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านมือสองเดือนส.ค.ร่วงลง 2.7% แตะระดับ 5.10 ล้านยูนิต จากเดือนก.ค.ที่ระดับ 5.24 ล้านยูนิตในเดือนก.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านมือสองจะอยู่ที่ 5.35 ล้านยูนิต

"ความรู้สึกไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจทำให้นักลงทุนเลือกที่จะถือครองดอลลาร์ เพราะเชื่อว่าในยามที่เศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะเปราะบางเช่นนี้ การถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุด" ชานการ์กล่าว

สมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ (CBI) คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะยุติการซื้อพันธบัตรเมื่อแผนการเข้าซื้อพันธบัตรในปัจจุบันซึ่งมีมูลค่า 1.75 แสนล้านปอนด์ (2.86 แสนล้านดอลลาร์) เสร็จสิ้นลง เนื่องจากเศรษฐกิจอังกฤษฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอยแล้ว

CBI คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อังกฤษมีแนวโน้มขยายตัว 0.3% ในไตรมาส 3 ปีนี้ สวนทางกับที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะหดตัว 0.3% และคาดว่าธนาคารกลางอังกฤษจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า

นอกจากนี้ สถาบัน Ifo เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ซึ่งได้จากการสำรวจผู้บริหาร 7,000 ราย เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 91.3 จุดในเดือนก.ย. จากระดับ 90.5 จุดในเดือนส.ค. ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดนับแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้วและเป็นการปรับตัวขึ้นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน หลังจากที่ดัชนีร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 26 ปีที่ 82.2 จุดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
--อินโฟเควสท์--

เจแปน แอร์ไลน์วอนรัฐช่วย
หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น สรุปข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ -- 2 ชั่วโมง 34 นาทีที่แล้ว
ผู้บริหารเจแปน แอร์ไลน์เข้าพบรัฐมนตรีขนส่งคนใหม่ และขอให้รัฐให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อความอยู่รอด ขณะที่สมาคมขนส่งทางอากาศคาด อุตสาหกรรมการบินจะขาดทุนในปีนี้ถึง 11,000 ล้านดอลลาร์

เศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัว เฟดจะคงดอกเบี้ยต่ำอีกนาน
หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น สรุปข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ -- 2 ชั่วโมง 35 นาทีที่แล้ว
ธนาคารกลางสหรัฐปรับประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐขึ้น ชี้การเติบโตกลับมาแล้วหลังจากถดถอยรุนแรง ในขณะเดียวกันก็ย้ำคำสัญญาที่จะคงอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำมากอีกนานนอกจากนี้จะซื้อหนี้จำนองไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิเปิดตลาดดิ่ง 148.77 จุด หลังดาวโจนส์ร่วง
Friday, September 25, 2009 08:23:32
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดดิ่งลงกว่า 2% ในวันนี้ หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงเมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากสมาคมนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐรายงานว่ายอดขายบ้านมือสองภายในประเทศร่วงลงเกินคาด

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดร่วงลง 148.77 จุด แตะที่ 10,395.45 จุด

โบรกเกอร์รายงานว่า หุ้นกลุ่มการเงินถูกแรงขายถล่มอย่างหนัก หลังจากโนมูระ โฮลดิ้งส์ ประกาศระดมทุนรอบที่สองด้วยการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชน ขณะที่หุ้นกลุ่มขนส่งทางอากาศร่วงลงเนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูกิจการสายการบินเจแปน แอร์ไลน์

โนมูระ โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นบริษัทโบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า บริษัทจะระดมทุนอีก 5.10 แสนล้านเยนโดยผ่านทางการนำหุ้นออกเสนอขายต่อสาธารณชนในเดือนต.ค.นี้ ซึ่งมากกว่าที่ได้ระดมทุนครั้งแรกไปเมื่อเดือนมี.ค. ทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเรื่องสถานะทางการเงินของโนมูระ
--อินโฟเควสท์--


Designed ByBlogger Templates