07 September 2009

News Update : 07/09/2009


World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 34 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ก.ย.) หลังสหรัฐเปิดตัวเลขจ้างงานเดือนส.ค.ที่ร่วงลงน้อยที่สุดในรอบ 1 ปี ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างเงียบเหงาในช่วงวันสุดท้ายของปลายสัปดาห์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 96.66 จุด หรือ 1% แตะที่ 9,441.27 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 13.16 จุด หรือ 1.3% แตะที่ 1,016.40 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 35.58 จุด หรือ 1.8 % แตะที่ 2,018.78 จุด

-- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ก.ย.) หลังรัฐบาลสหรัฐรายงานตัวเลขจ้างงานประจำเดือนส.ค.ที่ร่วงลงน้อยที่สุดในรอบ 1 ปี
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค.ขยับขึ้น 6 เซนต์ ปิดตลาดที่ 68.02 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 67.12- 68.78 ดอลลาร์

-- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ก.ย.) หลังจากที่สหรัฐเผยอัตราว่างงานประจำเดือนส.ค.ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี

ณ เวลา 16.19 น.ตามเวลา EDT เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.35% เมื่อเทียบกับยูโร โดยเงินยูโรแข็งค่าแตะระดับ 1.4302 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันพุฤหัสบดีที่ 1.4252 ยูโร/ดอลลาร์ แต่เงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.41% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 93.000 ดอลลาร์/เยน จากระดับ 92.620 ดอลลาร์/เยน

นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.12% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0605 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0618 ฟรังค์/ดอลลาร์ และอ่อนตัวลง 0.39% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.6394 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6331ปอนด์/ดอลลาร์

-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ก.ย.) โดยราคาสัญญาเริ่มชะลอความร้อนแรงลง หลังจากที่พุ่งแตะระดับสูงสดในรอบ 6 เดือนในการซื้อขายวันก่อน เนื่องจากภาวะการซื้อขายที่ซบเซาในตลาดหุ้นทำให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อสัญญาทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 996.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 1 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 987.5- 997.0 ดอลลาร์

-- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดเพิ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (4 ก.ย.) โดยมีหุ้นกลุ่มเหมืองและสถาบันการเงินที่พุ่งนำตลาดเคลื่อนไหวในแดนบวก ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า การดีดตัวทางเศรษฐกิจจะส่งผลให้ภาคอุตสหากรรมดังกล่าวรายงานตัวเลขผลประกอบการที่ดีขึ้น

บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดเพิ่มขึ้น 54.95 จุด หรือ 1.2% แตะที่ 4,851.70 จุด

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดโอเปคคงเป้าหมายการผลิตน้ำมันในที่ประชุมวันพุธนี้
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 8 นาทีที่แล้ว
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) จะคงเป้าหมายการผลิตไว้ที่ 24.845 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในการประชุมซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธที่ 9 ก.ย.นี้ หลังจากโอเปคประสบความสำเร็จในการหนุนราคาน้ำมันให้สูงขึ้นจากระดับต่ำสุดเป็นในรอบ 5 ปี

เอ็ดเวิร์ด มอร์ส หัวหน้านักวิเคราะห์จาก LCM Commodities LLC ในนิวยอร์ก กล่าวว่า "จากการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีกลุ่มโอเปคในช่วงที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่ารัฐมนตรีโอเปคมีท่าทีพอใจกับราคาน้ำมันที่เคลื่อนไหวอยู่ในระดับปัจจุบัน จึงมีความเป็นไปได้สูงกว่าในการประชุมวันพุธนี้ โอเปคจะคงเป้าหมายการผลิตไว้ที่ 24.845 ล้านบาร์เรลต่อวัน"

ขณะที่ไมค วิทเนอร์ นักวิเคราะห์ด้านพลังงานจากโซซิเอเต เจนเนอรัล ในลอนดอนกล่าวว่า "กลุ่มโอเปคทราบดีว่าเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ใน 'ระยะฟื้นตัว' หากโอเปคลดโควต้าการผลิตในช่วงนี้ก็นับเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้ราคาน้ำมันตกอยู่ในสภาวะที่ควบคุมไม่ได้"

นอกเหนือจากนักวิเคราะห์ทั่วไปแล้ว รัฐมนตรีกลุ่มโอเปคหลายคนก็เชื่อว่าที่ประชุมโอเปคจะมีมติคงเป้าหมายการผลิต โดยนายมูฮัมหมัด อัล-ชัตตี รมว.พลังงานคูเวตคาดการณ์ว่า โอเปคอาจคงเพดานการผลิตน้ำมันในการประชุมวันพุธนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันในปัจจุบันที่เคลื่อนไหวอยู่เหนือ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล ถือเป็นระดับที่สามารถยอมรับได้ แต่หากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอีก สมาชิกบางประเทศของโอเปค โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็จะลดซัพพลายเพื่อสกัดกั้นการร่วงลงของราคา

การแสดงความคิดเห็นของรมว.พลังงานคูเวตมีขึ้นหลังจากนายอับดุลเลาะห์ บิน ฮาหมัด อัล-อัตติยะห์ รมว.พลังงานของกาตาร์ และชี้ค อาหมัด อับดุลเลาะห์ อัล ซาบาห์ รัฐมนตรีพลังงานคูเวต ออกมาเรียกร้องให้โอเปคคงเป้าหมายการผลิตไว้เท่าเดิม บลูมเบิร์กรายงาน

ไดวาขอแยกทางซูมิโตโม มิตซุยฯ อาจต้องเสียเงิน 2,200 ล้านดอลลาร์
หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น สรุปข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ -- 1 ชั่วโมง 25 นาทีที่แล้ว
อุตสาหกรรมธนาคารญี่ปุ่นสั่นคลอนอีกครั้ง ไดวา ซีเคียวริตีส์ กรุ๊ปขอถอนตัวจากบริษัทวาณิชธนกิจร่วมทุนกับซูมิโตโม มิตซุย ไฟแนนเชียล กรุ๊ป คาดไดวาอาจต้องจ่ายเงินประมาณ 2,200 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อหุ้นที่เอสเอ็มเอฟจีถืออยู่

ขุนคลังสหรัฐวอนประชาชนเชื่อมั่นในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลั่นไม่หยุดพยายามจนกว่าศก.สหรัฐกลับมาขยายตัวได้
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 13 ชั่วโมง 40 นาทีที่แล้ว
นายทิโมธี ไกธ์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า ฉันทามติของที่ประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลุ่ม G-20 ที่จะยังไม่รีบร้อนยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เป็นการรับประกันว่าประเทศต่างๆจะไม่กลับไปควบคุมนโยบายการคลังในเร็วๆนี้

ไกธ์เนอร์กล่าวให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นจากกรุงลอนดอน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม G-20 ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะยุติลงก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

"ความจำเป็นพื้นฐานก็คือ เพื่อที่จะแน่ใจว่าเราทำเพียงพอแล้ว ทำมานานพอแล้ว เพื่อที่การฟื้นตัวจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงก่อนที่เราจะปรับเปลี่ยนนโยบายให้รัดกุมขึ้น เพราะความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดที่หลายประเทศเคยทำมาในอดีตก็คือการหยุดใช้มาตรการกระตุ้นเร็วเกินไป" ไกธ์เนอร์กล่าว

เขากล่าวต่อไปว่า สำหรับสหรัฐอเมริกานั้น ประธานาธิบดีโอบามาได้แสดงท่าทีชัดเจนว่า ควรจะมีการจำกัดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อดำเนินไปแล้วในช่วงเวลาหนึ่ง และเมื่อการขยายตัวเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องลดตัวเลขขาดดุลลง

"สำหรับมาตรการต่างๆที่เราได้ดำเนินการในช่วงวิกฤต ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเมื่อวิกฤตผ่านพ้นไปแล้ว และการขยายตัวได้กลับมาแล้ว เราก็จะกลับไปใช้มาตรการเดิม" รมว.คลังสหรัฐกล่าว
ไกธ์เนอร์ไม่ได้เจาะจงเวลาว่าเมื่อไหร่ที่สหรัฐจะเริ่มผ่อนคลายนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกล่าวแต่เพียงว่า "เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม"

สำหรับสหรัฐอเมริกา ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็ยังคงเป็นการขยายตัว เขากล่าว

ผอ.IMF ชื่นชมกลุ่ม G20 ร่วมมือกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 14 ชั่วโมง 11 นาทีที่แล้ว
โดมินิก สเตราส์ คาห์น ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวชื่นชมการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G20 ว่าไม่เคยเห็นความร่วมมือภายในกลุ่มมากเท่านี้มาก่อน ภายหลังจากที่การประชุมระยะเวลา 2 วันได้เสร็จสิ้นลงเมื่อวานนี้

ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟกล่าวว่า ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจโลกจะหลุดพ้นจากวิกฤตการเงินและวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดในช่วงหลังสงครามแล้ว โดยย้ำว่ากลุ่ม G20 ได้ร่วมผลักดันในหลายๆเรื่อง แต่ก็จำเป็นต้องมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น อาทิ การตั้งสำรองเงินทุนสำหรับธนาคาร และการควบคุมจ่ายโบนัสให้แก่ผู้บริหารด้านการเงินเป็นต้น

โดยที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ร่วมว่า การร่วมมือร่วมใจกันดำเนินนโยบายอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วโลกได้ช่วยยับยั้งการชะลอตัว และช่วยให้ตลาดการเงินมีเสถียรภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ การประชุมวันศุกร์และวันเสาร์ที่กรุงลอนดอนเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 จะจัดขึ้นที่เมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 24-25 ก.ย.นี้
กลุ่ม G-20 ประกอบด้วยประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (จี7) ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิตาลี อังกฤษ และแคนาดา และประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ อาทิ บราซิล จีน อินเดีย และรัสเซีย เป็นต้น

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิเปิดตลาดพุ่ง 101.45 จุด หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐลดลงน้อยสุดในรอบ 1 ปี
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 5 นาทีที่แล้ว
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ ขานรับการปิดบวกของดัชนีดาวโจนส์ หลังจากสหรัฐเปิดตัวเลขจ้างงานเดือนส.ค.ที่ร่วงลงน้อยที่สุดในรอบ 1 ปี

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดตลาดเพิ่มขึ้น 101.45 จุด แตะที่ 10,288.56 จุด
โบรกเกอร์กล่าวว่า ตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดทะยานขึ้น ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างคึกคักเพราะได้รับแรงหนุนจากการปิดบวกของตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนส.ค.ปรับตัวลง 216,000 ตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐเริ่มเคลื่อนไหวทางที่ดีขึ้นอย่างช้าๆ แม้ว่าพื้นฐานของตลาดจะยังอ่อนแออยู่มาก

ทั้งนี้ ราคาหุ้นในตลาดโตเกียวดีดตัวขึ้นทั่วทั้งกระดาน โดยหุ้นกลุ่มยาง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเซรามิก ทะยานขึ้นแข็งแกร่งสุดในช่วงเช้านี้

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก:ดาวโจนส์ปิดบวก 96.66 จุด ขานรับตัวเลขจ้างงานสหรัฐร่วงน้อยลง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 5 กันยายน 2009 07:49:45 น.
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (4 ก.ย.) หลังสหรัฐเปิดตัวเลขจ้างงานเดือนส.ค.ที่ร่วงลงน้อยที่สุดในรอบ 1 ปี ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างเงียบเหงาในช่วงวันสุดท้ายของปลายสัปดาห์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 96.66 จุด หรือ 1% แตะที่ 9,441.27 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 13.16 จุด หรือ 1.3% แตะที่ 1,016.40 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 35.58 จุด หรือ 1.8 % แตะที่ 2,018.78 จุด

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนส.ค.ปรับตัวลง 216,000 ตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าที่ร่วงลง 276,000 ในเดือนก.ค. แต่อัตราว่างงานถีบตัวขึ้น 0.3% ไปอยู่ที่ 9.7% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 26 ปี และนักวิเคราะห์คาดว่าอัตราว่างงานจะพุ่งขึ้นถึง 10% ในช่วงต้นปีหน้า
รายงานดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐเริ่มเคลื่อนไหวทางที่ดีขึ้นอย่างช้าๆ แม้ว่าพื้นฐานของตลาดจะยังอ่อนแออยู่มาก โดยภาคธุรกิจส่วนใหญ่ต่างปรับลดการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นภาคการศึกษาและการดูแลสุขภาพ

ไรอัน ราซัน นักวิเคราะห์จากVoyageur Asset Management กล่าวว่า ภาพรวมของสถานการณ์ต่างๆกำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่อัตราว่างงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมากที่สุดและจะเป็นปัจจัยที่เหนี่ยวรั้งแรงซื้อในตลาดหุ้นนิวยอร์ก เพราะตราบใดที่ตัวเลขว่างงานยังอยู่ในระดับสูง ผู้บริโภคจะยังไม่สามารถนำเงินมาจับจ่ายใช้สอยได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการใช้จ่ายผู้บริโภคถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในสหรัฐ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่สหรัฐเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำในเดือนธ.ค. 2550 ตัวเลขคนตกงานในประเทศก็เพิ่มขึ้นถึง 7.4 ล้านตำแหน่ง

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดบวก 54.95 จุด หลังหุ้นเหมือง-แบงก์พุ่งสดใส
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 5 กันยายน 2009 09:27:38 น.
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (4 ก.ย.) โดยมีหุ้นกลุ่มเหมืองและสถาบันการเงินที่พุ่งนำตลาดเคลื่อนไหวในแดนบวก ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า การดีดตัวทางเศรษฐกิจจะส่งผลให้ภาคอุตสหากรรมดังกล่าวรายงานตัวเลขผลประกอบการที่ดีขึ้น

บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดเพิ่มขึ้น 54.95 จุด หรือ 1.2% แตะที่ 4,851.70 จุด
คริส วอทลิ่ง นักวิเคราะห์จากบริษัทลองวิว อีโคโนมิกส์ ในกรุงลอนดอนกล่าวว่า "มุมมองของนักลงทุนในแง่บวกที่มีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะใกล้เป็นปัจจัยหนุนที่ทำให้ตลาดหุ้นขยายตัวดีขึ้น"

นอกจากนี้ ดัชนี FTSE ยังคงเดินหน้าขึ้นได้ แม้ว่าสหรัฐจะเปิดเผยอัตราว่างงานในเดือนส.ค.ที่พุ่งแตะ 9.7% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี ขณะที่นายจ้างปรับลดจำนวนพนักงานลง 216,000 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ หุ้นลอนมิน ผู้ผลิตพลาทินั่มรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกเพิ่มขึ้น 9.4% ส่วนหุ้น Kazakhmys Plc ผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ถีบตัว 3.6% หลังนักวิเคราะห์แนะให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นดังกล่าว

ขณะเดียวกัน หุ้นโรยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ขยายตัว 1.3% นำหุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวเคลื่อนไหวในแดนบวกหลังจากที่โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ปปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงินขึ้นเป็น "overweight"

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX:น้ำมันดิบปิดขยับขึ้น 6 เซนต์ หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐร่วงน้อยลง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 5 กันยายน 2009 08:07:34 น.
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (4 ก.ย.) หลังรัฐบาลสหรัฐรายงานตัวเลขจ้างงานประจำเดือนส.ค.ที่ร่วงลงน้อยที่สุดในรอบ 1 ปี

สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค.ขยับขึ้น 6 เซนต์ ปิดตลาดที่ 68.02 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 67.12- 68.78 ดอลลาร์

ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 1.65 เซนต์ สู่ระดับ 1.7763 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ตกลง 1.45 เซนต์ ปิดที่ 1.7205 ดอลลาร์/แกลลอน

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนส.ค.ปรับตัวลง 216,000 ตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าที่ร่วงลง 276,000 ในเดือนก.ค. แต่อัตราว่างงานถีบตัวขึ้น 0.3% ไปอยู่ที่ 9.7% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 26 ปี และนักวิเคราะห์คาดว่าอัตราว่างงานจะพุ่งขึ้นถึง 10% ในช่วงต้นปีหน้า

รายงานดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐเริ่มเคลื่อนไหวทางที่ดีขึ้นอย่างช้าๆ แม้ว่าพื้นฐานของตลาดจะยังอ่อนแออยู่มาก โดยภาคธุรกิจส่วนใหญ่ต่างปรับลดการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นภาคการศึกษาและการดูแลสุขภาพ

ฟิล ไฟลนน์ นักวิเคราะจาก PFGBest กล่าวว่า "ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากที่ตกงาน ซึ่งภาวะดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงอัตราการใช้พลังงานที่น้อยลง"

โดยในช่วงแรกที่ตลาดเปิดทำการซื้อขายนั้น ราคาน้ำมันถอยรูดลงหลังสหรัฐเปิดตัวเลขจ้างงาน แต่ต่อมาเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้เป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้นได้
ทั้งนี้ ตลาดน้ำมัน NYMEX จะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 7 กันยายนนี้ เนื่องในวันแรงงานของสหรัฐ

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก:ทองคำปิดร่วง $1 หลังราคาสัญญาพุ่งร้อนแรงวันก่อน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 5 กันยายน 2009 09:04:01 น.
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (4 ก.ย.) โดยราคาสัญญาเริ่มชะลอความร้อนแรงลง หลังจากที่พุ่งแตะระดับสูงสดในรอบ 6 เดือนในการซื้อขายวันก่อน เนื่องจากภาวะการซื้อขายที่ซบเซาในตลาดหุ้นทำให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อสัญญาทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 996.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 1 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 987.5- 997.0 ดอลลาร์

ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 16.2850 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 0.5 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้นปิดที่ 2.8665 ดอลลาร์/ปอนด์

ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ปิดที่ 1,259.10 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 5.30 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 296 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 1.95 ดอลลาร์

เจมส์ สตีล นักวิเคราะห์จากเอชเอสบีซีในนิวยอร์กกล่าวว่า "เป็นเรื่องปกติที่สัญญาทองคำจะปรับตัวลดลงมา หลังจากที่พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในก่อนหน้านี้"

ทั้งนี้ สัญญาทองคำที่ถีบตัวสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับการที่นักลงทุนต้องการถือครองสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยงมากขึ้น เพราะพวกเขาเริ่มไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจะช่วยหนุนตลาดหุ้นไปได้อีกนานแค่ไหน ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องกระจายความเสี่ยงไปยังแหล่งลงทุนต่างๆ

ขณะเดียวกัน นักลงทุนเริ่มวิตกกังวลถึงภาวะเงินเฟ้อที่อาจกลายเป็นปัญหาในระยะยาว หากเงินดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าเช่นนี้

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก:ดอลล์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเผยอัตราว่างงานพุ่งแตะ 9.7%
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 5 กันยายน 2009 08:35:17 น.
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4 ก.ย.) หลังจากที่สหรัฐเผยอัตราว่างงานประจำเดือนส.ค.ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี

ณ เวลา 16.19 น.ตามเวลา EDT เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.35% เมื่อเทียบกับยูโร โดยเงินยูโรแข็งค่าแตะระดับ 1.4302 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันพุฤหัสบดีที่ 1.4252 ยูโร/ดอลลาร์ แต่เงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.41% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 93.000 ดอลลาร์/เยน จากระดับ 92.620 ดอลลาร์/เยน

นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.12% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0605 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0618 ฟรังค์/ดอลลาร์ และอ่อนตัวลง 0.39% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.6394 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6331ปอนด์/ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 1.32% แตะที่ 0.8513 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.8402 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 1.46% แตะที่ 0.6875 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.6776 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนส.ค.ปรับตัวลง 216,000 ตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าที่ร่วงลง 276,000 ในเดือนก.ค. แต่อัตราว่างงานถีบตัวขึ้น 0.3% ไปอยู่ที่ 9.7% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 26 ปี และนักวิเคราะห์คาดว่าอัตราว่างงานจะพุ่งขึ้นถึงระดับ 10% ในช่วงต้นปีหน้า

แดน คุ๊ก นักวิเคราะห์จากไอจี มาร์เกตส์กล่าวว่า "เงินดอลลาร์ร่วงลงในวันนี้ เพราะปัจจัยลบจากสถานการณ์ด้านการจ้างงานที่ยังย่ำแย่ ซึ่งภาวะดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเงินดอลลาร์และเงินเยนอย่างต่อเนื่อง แต่สกุลเงินทั้งสองจะได้รับแรงซื้อก็ต่อเมื่อเทรดเดอร์ต้องการปลีกตัวออกจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงในช่วงที่มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่เลวร้าย ซึ่งจะทำให้นักลงทุนต้องการถือครองสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยงมากขึ้น

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ธนาคารกลางยุโรปได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1% พร้อมทั้งชี้ให้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยูโรโซน นอกจากนี้ยังปรับเพิ่มแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้อีกด้วย

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยของยุโรปยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ และสกุลเงินในประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าจะเป็นที่สนใจของนักลงทุนที่ต้องการได้ผลตอบแทนมากกว่าสกุลเงินในประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ


Designed ByBlogger Templates