12 February 2009

ช่วง : รอบรู้กลยุทธ์ (มค.- 6 กพ.52)

9 กลยุทธ์การตลาดเพื่อการอยู่รอด
1. กลยุทธ์ราคา เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ใช้กับสินค้า commodity
2. การสร้าง ความแตกต่างในมุมมองของผู้ซื้อ เช่น การแลกซื้อสินค้าที่ใช้แล้ว มาซื้อของเรา
3. ความภักดี ความผูกพัน สร้าง ลูกค้าให้ผูกพันกับคุณค่าของ product เรา โดยให้ลูกค้ามีส่วนร่วม ในการพัฒนาคุณภาพของสินค้า ซึ่งจะเป็นมากว่าความภักดี สร้างการมีส่วนร่วม (ฟาร์มโชคชัย)
4. เลือกกลยุทธการวางแผนในการใช้สื่อ เพื่อเน้นให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะลูกค้าประจำมากกขึ้น และลูกค้าสำรองเป็นอันดับต่อมา ให้ประโยชน์กับลูกค้า มากกว่า กระตุ้นยอดขาย สร้างความสัมพันธ์แบบ ญาติพี่น้อง
5. ศึกษาทัศนคติของลูกค้า ว่าคิดอย่างไร อยากอย่างไร สร้างสินค้าให้ตรงกับลูกค้า และในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลคตก.ของลูกค้า
6. CRM ทำกับลูกค้าประจำ เน้นสร้าสินค้า ตรงกับคตก. ของลุกค้า และในเรื่องการบริหารจัดการเก็บข้อมูลคตก.ของลูกค้า เพื่อที่จะได้มาปรับใช้ เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น
7. การจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าจะมีเหตุผลมากขึ้น (Functional)
8. การสร้าง ความโดดเด่น ต้องเป็นแบบ Unique เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวว่าเราทำเพื่อเขา ซึ่งลูกค้าประจำสำคัญมาก
9. ทำให้ลูกค้า ตัดสินใจได้ง่ายในการซื้อสินค้า ลดขั้นตอนต่างๆ รักษาลูกค้าประจำให้มากที่สุด เสาะหาปัญหาของลุกค้าที่ชะลอการซื้อหรือไม่ซื้อ ซึ่งมันสามารถคุยกันได้แก้ไขได้

SWOT Analysis
- ถูกใช้เพื่อประเมิน ความเหมาะสมระหว่างทรัพยากรและ คสม. ภายในบริษัท คือ จุดแข็งและจุดออ่อน และความเป็นไปได้ของปัจจัยภายนอก (O&T)
- ปัจจัยภายนอก
: market demand , ถ้าอาศัยทั้งภายนอกภายใน (Dual Track) ขายในประเทศและส่งออก ซึ่ง สิงค์โปรืที่ผ่านมาโดนผลกระทบหนัก เพราะขึ้นกับตลาดภายนอก ตลาดภายในเล็ก
: หรือไม่ก็เกิดจากการอิ่มตัวของตลาด ซึ่งต้องหาช่องว่างของตลาดใหม่
: นโยบายรัฐบาล
: เงือนไขทางเศรษฐกิจ
: สังคม มวลชน
: วัฒนธรรม
- รากเหง้าของ SWOT เกิดจากคำถาม
1. เราทำอะไรได้ (สะท้อนปัจจัยภายใน)
2. อะไรที่เราน่าจะทำได้ (สะท้อนปัจจัยภายนอก)
3. อะไรที่เราต้องทำ พูดถึงคุณค่าขององค์กรและสมาชิกขององค์กร ว่าทำอะไรแล้วเกิดคุณค่าจริงหรือไม่
4. คนอื่นคาดหวังว่าให้เราทำอะไร (ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย)
5. ทรัพยากรอะไรและ คสม.อะไรที่เราต้องพัฒนาขึ้นมาถ้าอยากจะทำ
6. โอกาสอะไรที่เราจะพัฒนา
7. อะไรบ้างที่เราควรจะสนใจ

ธุรกิจค้าปลีกและ franchise
- กระบวนการของระบบ Franchise คือ กลยุทธ์ทางการตลาด ไม่ใช่การสร้างธุรกิจให้เป็นธุรกิจมหัสจรรย์ เพียงแต่ว่าเป็นธุรกิจที่ใช้ต่อยอด
- Franchise จุดประสงค์คือ ต้องการขยายธุรกิจ แต่องค์กรมีความแตกต่างกัน อง๕กันบางองค์กรสามารถขายสินค้าเป็นชิ้นๆ ผ่านช่องทางการจัดจำหน่าย แต่ในธุรกิจที่ใช้ Franchise ไม่สามารถผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายได้ มันต้องมีการผลิตหรือทำอะไรสักอย่าง ณ จุดขาย เป็นการขยายธุรกิจโดยการกระจาย กระบวนการไปเป็นจุดๆ ไป จึงมี 2 ทาง เลือก เปิดเอง หรือให้คนอื่นเปิด ถ้าเปิดเองเรียกว่า "Chain Store" เช่น MK, S&P แต่ถ้าไม่มีทรัพยากรในการขยาย Chain จึงต้องหาทางเลือก คือ Franchise โดยขยายงานใช้คนอื่นลงทุน แต่คุม Know how Key หลักของการขยาย franchise เราต้องได้ประโยชน์ การออกแบบ Franchise จึงต้องอิงทฏษฎีบริการค่อนข้างแยะ เพื่อให้เกิด win win ระหว่างเจ้าของเดิมกับคนที่มาใหม่
- ทำไมต้อง Franchise ขึ้นอยู่กับ วันนี้เมื่อเราเปิดร้านขายของ เราไม่ได้ขายของอย่างเดียว แต่จะต้องมี Value Chain ซึ่งความต้องการคนยุคปัจจุบันไม่ใช่ต้องการสินค้าอย่างเดีบว จึงต้องการการถ่ายทอด know how
- ทฏษฎี Franchise มันจะช่วยเคลียภาพของการขยายธุรกิจ โดยใช้ Organization, Management และ Marketing เข้ามาเกี่ยวข้อง Merchandiser
- ถ้าในแง่ของค้าปลีกก็เรียกว่า Merchandiser (หาสินค้า, จัดเรียง) แต่ถ้าเป็นในแง่ Supplier เราเรียกว่า Product Manager ซึ่งคนกลุ่มพวกนี้จะคิดตั้งแต่ตัวสินค้า หา Sourcing ทำ Packeging Promotion, Disply จนกระทั่งขายของออก และสุดท้ายไปดู Stock
- Merchandiser มาจากคำว่า Merchant ที่แปลว่า พ่อค้า ซึ่งแตกต่างกับพ่อค้าคนกลาง พวก Trader หรือ Broker ซึ่งไม่ลงลึกถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แค่เอาของมาขาย หากินกับส่วนต่าง แต่ Merchadiser ที่จะเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยการไปดูตัว product ที่โรงงาน แล้วก็ปั้นทำ Packaging หาและสร้างตลาดขึ้นมา แล้วก็ทำขาย เช่น JIM THOMSON สรุป ก็คือ การไปดู Product ว่ามันเหมาะกับตลาดไหน แล้วก็ Develop มันขึ้นมา ซึ่งคนกลุ่มนี้จะเอาความชอบและความปรารถนาของตัวเองเข้าช่วย เพื่อมองให้เห็นถึงโอกาสในการ develop product ที่ตนสนใจ (Create Value)


Designed ByBlogger Templates