06 July 2009

ช่วง : Business Expert Lesson (1 มิย.- 30 มิย.52)

Donald Trump
Positive Thinking
- มักจะถามตัวเองว่า อะไรจะเกิดขึ้นถ้า.... ?
- จุดด้อยของพวกคิดเชิงบวก คือ ชอบหลอกตัวเอง หลีกหนีความเป็นจริง เพราะฉะนั้น ใครที่คิดเชิงบวก คือ ต้องอยู่กับความเป็นจริง
- คิดเชิงบวกต้องมึความต่อเนื่อง
- หลังจากที่เราคิดเชิงบวกแล้ว โดยยึดหลักของควมเป็นจริง และมีความต่อเนื่องแล้ว เราต้องใส่ความพยายามลงไปทุกวัน
- คนส่วนใหญ่มักคิดว่า จะสบายขึ้นถ้าคู่แข่งขันน้อยลง

Philip Kothler
การออกแบบระบบการตลาด เพื่อการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว (Resilience)
1. บริษัทต้องเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางการตลาดและการขาย โดยเราต้องสร้างให้ทุกคนในองค์กรเชื่อว่าเราจะฟื้นตัวขึ้นมาได้ ซึ่งนักการตลาดมีความจำเป็นที่ต้องมีความเชี่ยวชาญต่อการฟื้นตัว ต้องฝ่าความวุ่นวายออกไปให้ได้ และเชื่อมต่อกับผู้บริโภค
2. นักการตลาดจะเปลี่ยนจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไปสู่การตัดสินใจและการกระทำ
3. จะมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญทาง ภูมิทัศน์ทางการตลาด คือ
3.1 ลูกค้าจะมีความรู้เรื่องสินค้าดีกว่าสมัยก่อน จากการหาความรู้ใน internet ทั้งใน Social Network, search engine,
3.2 ลูกค้าพร้อมซื้อและไว้เนื้อเชื่อใจ House Brande ที่มีชื่อเสียง เมื่อ House Brand กำหนดราคาต่ำกว่า Brand ผู้นำในตลาดมาก
3.3 คู่แข่งขัน สามารถเลียบแบบท่านได้เร็วมาก

แบ่งปัจจัยการพิจารณาธุรกิจในตอนนี้ ในเรื่องการเงินและการตลาด
- การเงินแข็งแกร่ง การตลาดโดดเด่น : เป็นบริษัทที่น่าจะเข้าไปซื้อธุรกิจนั้น และเพิ่มงบการตลาดเข้าไปอีก
- การเงินแข็งแกร่ง การตลาดโรยลา : อาจซื้อ Brand ใหม่เข้ามาที่ติดตลาดอยู่แล้ว
- การเงินอ่อน การตลาดโดดเด่น : สะสมเงินสด ลดค่าใช้จ่าย

ในยามเศรษฐกิจถดถอย ต้องทำอย่างไร
1. ดูไปที่ลูกค้า/ผู้บริโภค เมื่อเผชิญวิกฤต ผู้บริโภคจะลดการใช้จ่าย
1.1 โดยผู้บริโภคจะซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำ หรือ Brand ที่ถูกลง (House Brand) โดยจะมีพลังมากกว่าเบอร์ 3-4 ในตลาดเสียอีก
1.2 ผู้บริโภคจะลดและเลื่อนการซื้อสินค้าของหนักออกไป (Live for today)

ในยามเศรษฐกิจถดถอย บริษัทต้องทำอย่างไร
1. ทิ้ง segment ของลูกค้าที่ไม่ทำกำไร
2. ให้ทิ้งลูกค้าบางกลุ่มใน segment ใด segment หนึ่ง เช่น ทิ้งวัยรุ่น ตจว. เอาแต่เฉพาะกรุงเทพ
3. ให้ทิ้ง location ทางภูมิศาสตร์บางอัน เช่น ที่ไหนไกล ใช้งบมากก็ตัดทิ้งไป
4. ตัดทิ้งสินค้าใด สินค้าหนึ่งทิ้งไปเลย
5. ลดราคาลง หรือ โปรโมตราคา brand ที่มีราคาต่ำ หรือออก brand ใหม่ราคาต่ำมาเลย

การลดค่าใช้จ่ายทางด้านการตลาด
1. ให้เปลี่ยนช่องทางการสื่อสารที่ใช้เงินแยะ มาใช้ช่องทางที่ใช้เงินน้อยแทน เช่น Social Media (email, twitter)
2. อาจจะเปลี่ยนจากการโฆษณาที่เป็น mass media ที่ใช้เงินมาก มาเป็นอีกช่องทางหนึงที่ใช้เงินได้คุ้มค่ากว่า เช่น จาก tv เป็น วิทยุ แทน
3. ให้กลับไปใช้ digital media


Designed ByBlogger Templates