27 August 2009

News Update : 27/08/2009

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 4.23 จุด หลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.สดใส
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 49 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปิดบวกเพียงเล็กน้อยเนื่องจากนักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขาย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 4.23 จุด หรือ 0.04% แตะที่ 9,543.52 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.12 จุด หรือ 0.01% แตะที่ 1,028.12 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดขยับขึ้น 0.20 จุด หรือ 0.01% แตะที่ 2,024.43 จุด

ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่เพียง 1.02 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นลบมากกว่าห้นบวกในอัตราส่วน 8 ต่อ 7 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.09 พันล้านหุ้น

แอนดรูว์ แฟรงเคล นักวิเคราะห์จากบริษัท Stuart Frankel & Co กล่าวกับเอพีว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซาเนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่มีท่าทีระมัดระวัง แม้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.พุ่งขึ้น 9.6% แตะระดับ 433,000 ยูนิต ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 390,000 ยูนิต ก็ตาม

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 4.9% ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 เดือน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3%

"นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่กังวลว่าตลาดหุ้นนิวยอร์กอาจไม่ปรับตัวขึ้นมากไปกว่านี้เนื่องจากยังขาดหลักฐานที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังขยายตัวขึ้น แม้ก่อนหน้านี้ เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ระยะฟื้นตัวแล้วก็ตาม ซึ่งความกังวลดังกล่าวส่งผลให้วอลุ่มการซื้อขายเบาบางและภาวะการซื้อขายซบเซาตั้งแต่ช่วงเช้า" แฟรงเคลกล่าว

หุ้นกลุ่มธุรกิจสร้างบ้านทะยานขึ้นหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.พุ่งขึ้นเกินคาด โดยหุ้นฮอฟวาเนียน เอนเตอร์ไพรซ์ปิดบวก 9.4% หุ้นเลนนาร์ คอร์ป ปิดบวก 4.1%

ส่วนหุ้นกลุ่มค้าปลีกดีดตัวขึ้นเนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่าผลประกอบการของบริษัทค้าปลีกจะออกมาสดใส โดยหุ้นดอลลาร์ ทรี อิงค์ ปิดบวก 4.7%

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันวันพฤหัสบดี กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขั้นต้นประจำไตรมาส 2 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยรายได้ส่วนบุคคลเดือนก.ค. และมหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: แรงขายหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ ถ่วงฟุตซี่ปิดลบ 26.22 จุด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 18 นาทีที่แล้ว
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) จากแรงขายที่ส่งเข้ากระหน่ำหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจากบริษัท ทุลโลว์ ออยล์ และอันโตฟากัสต้า รายงานผลประกอบการที่ย่ำแย่ นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายที่ซบเซาในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังส่งผลให้ตลาดหุ้นลอนดอนเคลื่อนตัวผันผวนตลอดวัน
บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดลบ 26.22 จุด แตะที่ 4,890.58 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,872.35-4,927.05 จุด

โจชัว เรย์มอนด์ นักวิเคราะห์จาก City Index กล่าวว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนผันผวนตลอดทั้งวันเพราะได้รับแรงกดดันจากภาวะการซื้อขายที่ซบเซาในตลาดหุ้นนิวยอร์ก แม้สหรัฐยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.พุ่งขึ้น 9.6% แตะ 433,000 ยูนิต และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 4.9% ก็ตาม
หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ถูกเทขายอย่างหนัก หลังจากบริษัท ทุลโลว์ ออยช์ ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจน้ำมันในแอฟริกา และบริษัท อันโตฟากัสต้า ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองรายใหญ่ รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกร่วงลงอย่างหนักหลังจากราคาโลหะและราคาน้ำมันปรับตัวลดลง โดยข่าวดังกล่าวฉุดหุ้นทุลโลว์ ออยล์ ดิ่งลง 3.9% หุ้นอันโตฟากัสต้าร่วงลง 4.8% หุ้นเอ็กสตราต้าดิ่งลง 4.1% หุ้นริโอทินโตร่วงลง 4% และหุ้นเวแดนตา รีซอสเซส ดิ่งลง 2.4%

ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยหุ้นบีจี กรุ๊ป รูดลง 0.5% หุ้นบีพีดิ่งลง 2.5% หุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ดิ่งลง 3.9% และหุ้นและเคร์น เอ็นเนอร์จีร่วงลง 4.1%

เรย์มอนด์กล่าวว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนซบเซาลงแม้สถาบัน Ifo รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีในเดือนส.ค.ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 90.5 จุด จากระดับ 87.4 จุดในเดือนก.ค.ซึ่งเป็นสถิติที่ปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ก็ตาม

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์พุ่งเทียบยูโร จากข่าวรบ.จีนเล็งควบคุมภาคอุตสาหกรรม
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 32 นาทีที่แล้ว
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและเงินปอนด์ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) หลังจากมีข่าวว่ารัฐบาลจีนจะคุมเข้มการลงทุนและควบคุมภาวะ overcapacity ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจและหันเข้าถือครองสกุลเงินดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ส่วนค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงแม้เยอรมนีรายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ฟื้นตัวขึ้นก็ตาม

บลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.31% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4251 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับ 1.4295 ยูโร/ดอลลาร์ และดิ่งลง 0.56% เมื่อเทียบเงินปอนด์ที่ 1.6244 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6335 ปอนด์/ดอลลาร์

นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.62% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0677 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0611 ฟรังค์/ดอลลาร์ และอ่อนตัวลง 0.02% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 94.150 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 94.170 เยน/ดอลลาร์

ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.79% แตะที่ 0.8277 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.8343 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.51% แตะที่ 0.6806 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.6841 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์

ค่าเงินดอลลาร์ทะยานขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากสำนักข่าวซินหัวรายงานว่ารัฐบาลจีนจะคุมเข้มการลงทุนและควบคุมภาวะ overcapacity ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจและหันเข้าถือครองสกุลเงินดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐทะยานขึ้นแม้ทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส รวมถึงยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.ที่พุ่งขึ้น 9.6% แตะระดับ 433,000 ยูนิต ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 4.9% ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 เดือน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3%

ส่วนค่าเงินยูโรร่วงลงแม้สถาบัน Ifo เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีในเดือนส.ค.ดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 90.5 จุด จากระดับ 87.4 จุดในเดือนก.ค.ซึ่งเป็นสถิติที่ปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 5 แล้ว หลังจากที่เศรษฐกิจเยอรมนีได้หลุดพ้นจากภาวะถดถอยขั้นรุนแรงนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่บลูมเบิร์กได้สำรวจความคิดเห็นคาดว่า ดัชนีความเชื่อมั่นจะอยู่ที่ระดับ 89 จุด

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันวันพฤหัสบดี กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขั้นต้นประจำไตรมาส 2 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยรายได้ส่วนบุคคลเดือนก.ค. และมหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดร่วง 62 เซนต์ หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่ง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 21 นาทีที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐเปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์พุ่งขึ้นเหนือความคาดหมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอส่งผลให้ดีมานด์พลังงานหดตัวลงด้วย นอกจากนี้ นักลงทุนเทขายสัญญามันดิบแม้ทางการสหรัฐรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.ปรับตัวขึ้นเกินคาดก็ตาม

บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนต.ค.ร่วงลง 62 เซนต์ ปิดที่ 71.43 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 71.74-70.85 ดอลลาร์

ขณะที่สัญญาน้ำมับเบนซินส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 2.44 เซนต์ ปิดที่ 1.9826 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนก.ย.ลดลงแตะระดับ 1.852 ดอลลาร์/แกลลอน

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 17 เซนต์ ปิดที่ 71.65 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 70.60-72.48 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์จากบริษัท Cameron Hanover กล่าวว่านักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบหลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 21 ส.ค.เพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรล แตะระดับ 343.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะร่วงลง 1.1 ล้านบาร์เรล

ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรล แตะระดับ 162.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 300,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 208.1 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะลดลงเพียง 1 ล้านบาร์เรล ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.1% แตะที่ 84.1% น้อยกว่าที่คาดว่าจะพุ่งขึ้น 0.3%

"สต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับที่คาดว่าจะลดลง ทำให้นักลงทุนกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแออาจทำให้ดีมานด์พลังงานหดตัวลง ซึ่งความกังวลดังกล่าวทำให้เกิดแรงขาย นอกจากนี้ นักลงทุนเทขายสัญญามันดิบแม้ทางการสหรัฐรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.ปรับตัวขึ้นเกินคาดก็ตาม" นักวิเคราะห์จาก Cameron Hanover กล่าว

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.พุ่งขึ้น 9.6% แตะระดับ 433,000 ยูนิต ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 390,000 ยูนิต ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 4.9% ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 เดือน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3%

นักลงทุนจับตาดูความเคลื่อนไหวของพายุโซนร้อน "แดนนี" หลังจากศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐรายงานว่า พายุโซนร้อนแดนนีก่อตัวขึ้นทางฝั่งตะวันออกของบาฮามาสเมื่อวานนี้ และคาดว่าจะยังคงเคลื่อนตัวที่บริเวณฝั่งตะวันออกของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติคาดว่าพายุโซนร้อนแดนนีจะเคลื่อนตัวอยู่ห่างจากแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในเขตกัลฟ์โคสต์

สหรัฐเผยสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรล สต็อกเบนซินร่วง 1.7 ล้านบาร์เรล
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 47 นาทีที่แล้ว
กระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 21 ส.ค.เพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรล แตะระดับ 343.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะร่วงลง 1.1 ล้านบาร์เรล

ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรล แตะระดับ 162.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 300,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 208.1 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะลดลงเพียง 1 ล้านบาร์เรล ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.1% แตะที่ 84.1% น้อยกว่าที่คาดว่าจะพุ่งขึ้น 0.3%

บลูมเบิร์กรายงานว่า สต็อกน้ำมันข้างต้นไม่นับรวมกับคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) ของสหรัฐซึ่งปัจจุบันมีน้ำมันดิบสำรองอยู่ประมาณ 689 ล้านบาร์เรล แต่รัฐบาลสหรัฐประกาศให้ปรับเพิ่มคลังน้ำมันสำรองประเภทดังกล่าวขึ้นสู่ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรลภายในปีพ.ศ. 2570 เพื่อรับมือกับภาวะติดขัดที่อาจเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการโจมตีของผู้ก่อการร้าย

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: แรงขายถ่วงทองคำปิดลบ 20 เซนต์
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 59 นาทีที่แล้ว
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่งทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำทะยานขึ้นเมื่อหลายวันก่อน นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายยังซบเซาเนื่องจากนักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายแม้ทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาดก็ตาม

บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 945.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 20 เซนต์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 941.20-951.70 ดอลลาร์

ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 14.255 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 5.50 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลงสู่ระดับ 2.8770 ดอลลาร์/ปอนด์

ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ปิดที่ 1,238.40 ดอลลาร์/ออนซ์ ร่วงลง 9.40 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 285.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 2.90 ดอลลาร์

จอห์น เนดเลอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัท คิทโก อิงค์ กล่าวว่า สัญญาทองคำได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นหลังจากสำนักข่าวซินหัวรายงานว่าทางการจีนกำลังวางแผนควบคุมภาวะ overcapacity ในอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้าลง

นอกจากนี้ นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำแม้สหรัฐรายงานว่ายอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.พุ่งขึ้น 9.6% แตะระดับ 433,000 ยูนิต ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 4.9% ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 เดือน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3%

โตโยต้าลดกำลังผลิตในญี่ปุ่นปีครึ่ง คาดอาจลดผลิตทั่วโลกถึง 1 ล้านคัน
หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น สรุปข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ -- 2 ชั่วโมง 51 นาทีที่แล้ว
โตโยต้าจะลดการผลิตในโรงงานญี่ปุ่นหนึ่งแห่งเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง ซึ่งจะลดขีดความสามารถได้ประมาณ 220,000 คัน นับเป็นครั้งแรกที่โตโยต้าระงับการผลิตในโรงงานภายในประเทศเป็นเวลานาน และทำให้มีการคาดการณ์กันว่าจะมีการลดกำลังการผลิตในอังกฤษและในบริษัทร่วมทุนกับจีเอ็มในสหรัฐด้วย โดยสื่อญี่ปุ่นคาดว่าอาจลดการผลิตทั่วโลกทั้งหมดถึง 1 ล้านคัน

เตือนปีนี้สหรัฐขาดดุลงบประมาณ1.6ล้านล้าน
หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น สรุปข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ -- 2 ชั่วโมง 51 นาทีที่แล้ว
ทั้งทำเนียบขาวและสภาคองเกรสเตือน สหรัฐจะขาดดุลงบประมาณในปีนี้ เพิ่มเป็นเกือบ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเป็นเพราะแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 787,000ล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดี บารัค โอบามา และภาวะถดถอยทำให้รายได้จากภาษีลดลง

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: แรงขายทำกำไร ฉุดนิกเกอิเปิดตลาดร่วง 68.93 จุด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 10 นาทีที่แล้ว
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดร่วงลงในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือนเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีท่าทีระมัดระวังก่อนที่จะรู้ผลการเลือกตั้งของญี่ปุ่นในวันอาทิตย์นี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดร่วงลง 68.93 จุด แตะที่ 10,570.78 จุด
โบรกเกอร์กล่าวว่า ตลาดหุ้นโตเกียวได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ แม้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.พุ่งขึ้น 9.6% แตะระดับ 433,000 ยูนิต ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 4.9% ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 เดือน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3%

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันวันพฤหัสบดี กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขั้นต้นประจำไตรมาส 2 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยรายได้ส่วนบุคคลเดือนก.ค. และมหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูผลการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ป่นในวันอาทิตย์นี้ โดยมีกระแสคาดการณ์ว่าพรรคดีพีเจซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านอาจได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ราคาหุ้นดิ่งลงเกือบทั้งกระดาน โดยหุ้นกลุ่มขนส่งทางเรือ กลุ่มยาง และกลุ่มเทรดดิ้ง ร่วงลงหนักสุด ขณะที่หุ้นกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้านี้

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: แรงขายทำกำไร ฉุดนิกเกอิเปิดตลาดร่วง 68.93 จุด
Thursday, August 27, 2009 08:22:53
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดร่วงลงในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือนเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีท่าทีระมัดระวังก่อนที่จะรู้ผลการเลือกตั้งของญี่ปุ่นในวันอาทิตย์นี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดร่วงลง 68.93 จุด แตะที่ 10,570.78 จุด

โบรกเกอร์กล่าวว่า ตลาดหุ้นโตเกียวได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ แม้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.พุ่งขึ้น 9.6% แตะระดับ 433,000 ยูนิต ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 4.9% ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 เดือน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3%

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันวันพฤหัสบดี กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขั้นต้นประจำไตรมาส 2 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนวันศุกร์กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยรายได้ส่วนบุคคลเดือนก.ค. และมหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูผลการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ป่นในวันอาทิตย์นี้ โดยมีกระแสคาดการณ์ว่าพรรคดีพีเจซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านอาจได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ราคาหุ้นดิ่งลงเกือบทั้งกระดาน โดยหุ้นกลุ่มขนส่งทางเรือ กลุ่มยาง และกลุ่มเทรดดิ้ง ร่วงลงหนักสุด ขณะที่หุ้นกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้านี้


สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.พุ่ง 4.9% จากโครงการรถเก่าแลกรถใหม่
Thursday, August 27, 2009 08:36:46
กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนโดยรวมเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 4.9% ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 เดือน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3% เนื่องจากภาคภาคการผลิตของสหรัฐฟื้นตัวขึ้นจากภาวะหดตัวรุนแรง

รายงานของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนโดยรวมเดือนก.ค.ได้รับแรงหนุนจากยอดสั่งซื้ออุปกรณ์การขนส่งที่พุ่งขึ้น 18.4% และหากไม่นับรวมยอดสั่งซื้ออุปกรณ์การขนส่ง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ค.จะเพิ่มขึ้น 0.8%

ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในเดือนก.ค. หลังจากบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) และไครสเลอร์ เริ่มเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ และหลังจากบริษัทอุตสาหกรรมหลายแห่งดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรและรอดพ้นจากภาวะล้มละลาย นอกจากนี้ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนยังได้รับปัจจัยบวกจากโครงการรถยนต์เก่าแลกรถยนต์คันใหม่ของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งกระตุ้นผู้บริโภคให้ซื้อรถยนต์มากขึ้น บลูมเบิร์กรายงาน
--อินโฟเควสท์--


สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.พุ่งเกินคาด 9.6% บ่งชี้ตลาดอสังหาฯฟื้นตัว
Thursday, August 27, 2009 08:53:23
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.พุ่งขึ้น 9.6% แตะระดับ 433,000 ยูนิต ซึ่งเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 4 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 390,000 ยูนิต ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฟื้นตัวขึ้นแล้วหลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยปัจจัยที่ทำให้ยอดขายบ้านพุ่งขึ้นเหนือความคาดหมายมาจากราคาบ้านที่ปรับตัวลดลง

รายงานระบุว่า ราคากลางของบ้านใหม่เดือนก.ค.ในสหรัฐอยู่ที่ระดับ 210,100 ดอลลาร์ ต่ำกว่าเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 210,400 ดอลลาร์ และต่ำกว่าระดับเฉลี่ยของปีที่แล้วอยู่ประมาณ 11.5%

นักวิเคราะห์จากบริษัท แรนดี้ อาร์กอน ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐกล่าวว่า กลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านและนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐกำลังกดดันสภาคองเกรสให้ขยายเวลาการใช้นโยบายช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านหลังแรก เพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้แข็งแรงขึ้น เนื่องจากตลาดยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง

เจนนิเฟอร์ ลี นักวิเคราะห์จากบีเอ็มโอ แคปิตอล มาร์เก็ตส์กล่าวว่า ยอดขายบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดสินเชื่อ และคณะทำงานของบารัค โอบามา ที่ประกาศใช้นโยบายลดหย่อนภาษีให้กับผู้ซื้อบ้านหลังแรก ซึ่งนโยบายเหล่านี้ช่วยกระตุ้นดีมานด์ภายในประเทศได้ดี

"อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรมในสหรัฐลดพนักงานรวมกันถึง 3.3 ล้านคนในช่วงที่เศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะถดถอย อาจจะขัดขวางการขยายตัวของเศรษฐกิจในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้" ลีกล่าว บลูมเบิร์กรายงาน
--อินโฟเควสท์--

เงินบาทเปิด 34.00/03 ทรงตัวในกรอบแคบ ลุ้นชุมนุมการเมืองปลายสัปดาห์
Thursday, August 27, 2009 08:55:55

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 34.00/03 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากปิดตลาดวานนี้ซึ่งอยู่ที่ระดับ 34.00/02 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทที่ทรงตัวอยู่ในช่วงนี้ เป็นเพราะนักลงทุนยังคงจับตาประเด็นการเมืองในประเทศที่มีการนัดชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในปลายสัปดาห์นี้ว่าจะยืดเยื้อหรือรุนแรงหรือไม่ ประกอบกับนักลงทุนยังรอความชัดเจนจากทางการจีนที่มีกระแสข่าวว่าจะเริ่มควบคุมการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้จะส่งผลต่อตลาดหุ้นและตลาดเงินอื่นๆ เนื่องจากจีนเป็นความหวังของหลายประเทศที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้จากอุปสงค์ที่เพิ่มมากขึ้นของจีน

"เศรษฐกิจโลกจะฟื้นได้ จีนก็เป็นส่วนหนึ่งเพราะกำลังซื้อค่อนข้างเยอะ หากจีนฟื้นช่วยดึงอุปสงค์ก็จะดึงตลาดโลกขึ้นด้วย แต่ถ้ามีข่าวแบบนี้(ควบคุมการปล่อยสินเชื่อ)ออกมา มันก็จะ drop ลงไป ซึ่งปกติแล้วเมื่อตลาดโลกดีขึ้น ดอลลาร์จะอ่อน แต่พอเกิดความกังวลขึ้นก็จะทำให้ดอลลาร์แข็งค่า" นักบริหารเงิน กล่าว

ส่วนสกุลเงินต่างประเทศช่วงเปิดตลาดเช้านี้ เงินเยนอยู่ที่ระดับ 93.76/78 เยน/ดอลลาร์ ส่วนยูโรอยู่ที่ระดับ 1.4230/4233 ดอลลาร์/ยูโร

นักบริหาร คาดว่า วันนี้เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบที่ 34.00-34.10 บาท/ดอลลาร์
--อินโฟเควสท์--

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ
Thursday, August 27, 2009 09:00:00
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปิดบวกเพียงเล็กน้อยเนื่องจากนักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขาย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 4.23 จุด หรือ 0.04% แตะที่ 9,543.52 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.12 จุด หรือ 0.01% แตะที่ 1,028.12 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดขยับขึ้น 0.20 จุด หรือ 0.01% แตะที่ 2,024.43 จุด

-- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐเปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์พุ่งขึ้นเหนือความคาดหมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอส่งผลให้ดีมานด์พลังงานหดตัวลงด้วย นอกจากนี้ นักลงทุนเทขายสัญญามันดิบแม้ทางการสหรัฐรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.ปรับตัวขึ้นเกินคาดก็ตาม

สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนต.ค.ร่วงลง 62 เซนต์ ปิดที่ 71.43 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 71.74-70.85 ดอลลาร์

-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่งทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำทะยานขึ้นเมื่อหลายวันก่อน นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายยังซบเซาเนื่องจากนักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายแม้ทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาดก็ตาม

สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 945.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 20 เซนต์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 941.20-951.70 ดอลลาร์

-- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและเงินปอนด์ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) หลังจากมีข่าวว่ารัฐบาลจีนจะคุมเข้มการลงทุนและควบคุมภาวะ overcapacity ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจและหันเข้าถือครองสกุลเงินดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ส่วนค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงแม้เยอรมนีรายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ฟื้นตัวขึ้นก็ตาม

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.31% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4251 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับ 1.4295 ยูโร/ดอลลาร์ และดิ่งลง 0.56% เมื่อเทียบเงินปอนด์ที่ 1.6244 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6335 ปอนด์/ดอลลาร์

นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.62% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0677 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0611 ฟรังค์/ดอลลาร์ และอ่อนตัวลง 0.02% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 94.150 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 94.170 เยน/ดอลลาร์

-- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) จากแรงขายที่ส่งเข้ากระหน่ำหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจากบริษัท ทุลโลว์ ออยล์ และอันโตฟากัสต้า รายงานผลประกอบการที่ย่ำแย่ นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายที่ซบเซาในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังส่งผลให้ตลาดหุ้นลอนดอนเคลื่อนตัวผันผวนตลอดวัน

ดัชนี FTSE 100 ปิดลบ 26.22 จุด แตะที่ 4,890.58 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,872.35-4,927.05 จุด
--อินโฟเควสท์--


Designed ByBlogger Templates