21 September 2009

News Update : 21/09/2009


ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: นักลงทุนเชื่อมั่นเศรษฐกิจ หนุนดาวโจนส์ปิดบวก 36.28 จุด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 19 กันยายน 2009 06:30:00 น.
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาด รวมถึงดัชนีภาคการผลิต ตัวเลขสร้างบ้าน และตัวเลขว่างงานประจำสัปดาห์ นอกจากนี้ การที่นักวิเคราะห์ของบาร์เคลย์ส แคปิตอล ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ ก็ยิ่งกระตุ้นภาวะการซื้อขายให้คึกคักขึ้นด้วย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 36.28 จุด หรือ 0.4% แตะที่ 9,820.20 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดขยับขึ้น 2.81 จุด หรือ 0.3% แตะที่ 1,068.30 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 6.11 หรือ 0.3% แตะที่ 2,132.86 จุด

บลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนหลังจากนักวิเคราะห์ของบาร์เคลย์ส แคปิตอล ปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐในไตรมาสแรกปีหน้า เป็นขยายตัว 5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 3% และคาดกว่าเศรษฐกิจจะเริ่มขยายตัวตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้

ขณะเดียวกันตลาดได้รับปัจจัยบวกจากการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นพร็อคเตอร์แอนด์แกมเบิ้ล (พีแอนด์จี) หลังจากนักวิเคราะห์ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นพีแอนด์จี โดยให้เหตุผลว่าพีแอนด์จีมียุทธศาสตร์การกำหนดราคาที่สามารถแข่งขันกันคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดได้

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส รวมถึงจำนวนชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการในระหว่างว่างงานลดลงแตะระดับ 545,000 รายในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 12 ก.ย. จากสัปดาห์ก่อนหน้านั้นที่ระดับ 557,000 ราย ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 555,000 ราย

ส่วนอัตราการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนส.ค. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.6% และเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 69.6% ในเดือนส.ค. นอกจากนี้ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 1.5% แตะระดับ 598,000 ยูนิต

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมีท่าทีวิตกกังวลหลังจากผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นนิวยอร์ก ลอนดอน และโตเกียว ซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กบ่งชี้ว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นทั่วโลกน้อยลงเนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะซบเซาลงอีกในช่วง 6 เดือนข้างหน้า หลังจากดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 6 ปี

ทั้งนี้ หุ้นพีแอนด์จีปิดบวก 3.2% หุ้นปาล์ม อิงค์ ปิดลบ 3%

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: มั่นใจทิศทางเศรษฐกิจ หนุนฟุตซี่ปิดบวก 8.94 จุด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 19 กันยายน 2009 08:09:00 น.
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อผลประกอบการภาคเอกชนและเศรษฐกิจของอังกฤษ นอกจากนี้ การดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นนิวยอร์กนับเป็นอีกปัจจัยที่หนุนตลาดหุ้นลอนดอนปิดในแดนบวก

บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 8.94 จุด แตะที่ 5,172.89 จุด

นักวิเคราะห์จากซิตี้กรุ๊ปกล่าวว่า ตลาดหุ้นลอนดอนได้รับแรงหนุนหลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รวมถึงผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนส.ค. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.6% และเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 นอกจากนี้ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 1.5% แตะระดับ 598,000 ยูนิต

หุ้นสแตนดาร์ด ไลฟ์ ซึ่งเป็นบริษัทประกันรายใหญ่ของสก็อตแลนด์ พุ่งขึ้น 1.8% หลังจากโกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นดังกล่าวขึ้นสู่ระดับ "แนะนำให้ซื้อ" เนื่องจากความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดหมุนเวียนในบริษัท

ส่วนหุ้นแฮมเมอร์สัน ซึ่งเป็นเจ้าของช็อปปิ้งมอลล์หลายแห่งในอังกฤษ รวมถึงห้างเบรนท์ ครอส ในลอนดอน พุ่งขึ้น 2.6% หุ้นอันโตฟากัสต้า ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองทองแดงของชิลี ปิดลบ 1.2% หลังจากราคาทองแดงในตลาดโลหะลอนดอนดิ่งลง 3.5% แตะระดับ 6,162 ดอลลาร์ต่อเมตริกตัน

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดลบ 43 เซนต์ ขณะนักลงทุนจับตาสถานการณ์อิหร่าน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 19 กันยายน 2009 06:59:00 น.
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 ก.ย.) ซึ่งเป็นการปิดลบติดต่อกัน 2 วัน หลังจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเทขายทำกำไร อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันปิดลบไม่มากนักเนื่องจากมีนักลงทุนบางกลุ่มเข้าซื้อเก็งกำไร หลังจากมีรายงานว่าเกิดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีอิหร่าน

บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 43 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 72.04 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 72.66-71.27 ดอลลาร์

ขณะที่สัญญาน้ำเบนซินส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 1.88 เซนต์ ปิดที่ 1.8324 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 32 เซนต์ ปิดที่ 3.778 ดอลลาร์/1,000 ลูกบาศก์ฟุต

นักลงทุนเทขายทำกำไรสัญญาน้ำมันดิบ หลังจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำนวนหนึ่งยังคงส่งแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาในตลาดหลังจากมีรายงานว่ากลุ่มผู้สนับสนุน นาย มีร์ ฮอสเซ็น มูซาวี แกนนำนักการเมืองฝ่ายค้านในอิหร่านหลายพันคนได้เดินขบวนต่อต้าน


ประธานาธิบดี มาห์หมุด อมาดิเนจ๊าด และเรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มผู้ประท้วงคัดค้านผลการเลือกตั้งเมื่อ 2 เดือนก่อนที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ โดยกลุ่มผู้ประท้วงซึ่งชูป้ายผ้าสีเขียวที่เป็นสัญลักษณ์ของนาย มูซาวี ได้รวมตัวกันที่จตุรัสวาลี อัสเซอร์ โดยไม่สนใจคำสั่งห้ามของรัฐบาล

จอห์น คิลดัฟฟ์ นักวิเคราะห์จากบริษัท MF Global กล่าวว่า "การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยสำคัญที่ถ่วงสัญญาน้ำมันดิบร่วงลง แต่สถานการณ์ในอิหร่านยังคงน่าจับตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านของอิหร่านถือโอกาสใช้วันคุดส์ หรือวันต่อต้านการยึดครองกรุงเยรูซาเรม เป็นวันชุมนุมประท้วง นับเป็นความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญเป็นอย่างยิ่ง"

นักลงทุนยังคงจับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มโอเปค หลังจากนสพ.คูเวต ไทมส์รายงานอ้างการเปิดเผยของผู้แทนคูเวตว่า โอเปคจะลดปริมาณการผลิตน้ำมันในปีหน้าเพื่อให้เกิดความสมดุล ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกลุ่มโอเปคคาดการณ์ว่าปริมาณการใช้น้ำมันน่าจะลดลง 460,000 บาร์เรล/วัน

เมื่อปีที่แล้ว โอเปคได้ตัดสินใจลดการผลิตน้ำมันลงทั้งสิ้น 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อพยุงราคาน้ำมันที่ร่วงลงนับตั้งแต่ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี ในปีนี้ กลุ่มโอเปค ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 12 ประเทศ และผลิตน้ำมันได้ร้อยละ 40 ของการผลิตน้ำมันทั่วโลก ได้คงระดับการผลิตเอาไว้ เนื่องจากราคาน้ำมันเริ่มดีดตัวขึ้นและเห็นว่าราคาน้ำมันในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองคำปิดร่วง $3.20 หลังดอลล์ฟื้นตัว
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 19 กันยายน 2009 07:15:00 น.
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (18 ก.ย.) เพราะได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่ฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม สัญญาทองคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 1,000 ดอลลาร์ได้เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรเพราะเชื่อว่าสกุลเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยหนุนสัญญาทองคำในระยะกลาง

บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ร่วงลง 3.20 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 1,010.30 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1017.0-1010.0 ดอลลาร์/ออนซ์

ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 20 เซนต์ ปิดที่ 17.065 ดอลลาร์/ออนซ์

ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 0.2% ปิดที่ 1,338.20 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 0.4% ปิดที่ 304.50 ดอลลาร์/ออนซ์

จิสเบิร์ต โกรเอ็นเวเจน นักวิเคราะห์จากบริษัท Gold Arrow Capital Management ในนิวยอร์ก กล่าวว่า การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ทำให้นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำและน้ำมันดิบ แต่คาดว่าในระยะกลางนี้ ดอลลาร์ยังคงมีแนวโน้มอ่อนตัว ซึ่งจะเป็นแรงหนุนทองคำ อย่างไรก็ตาม การที่สัญญาทองคำเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 1,000 ดอลลาร์เป็นเวลาหลายวัน ก็อาจทำให้นักลงทุนและผู้บริโภคนำทองคำออกมาขายเพื่อทำกำไร

สัญญาทองคำในตลาด COMEX ที่ทะยานขึ้นเหนือระดับ 1,000 ดอลลาร์/ออนซ์ กำลังกระตุ้นผู้บริโภคนำทองรูปพรรณจำพวกสร้อยข้อมือและสร้อยคอทองคำออกมาขายและได้กำไรมากถึง 6 เท่า โดยฟิลิป แคล็ปวิจ ประธานบริษัท GFMS Ltd ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยอุตสาหกรรมทองคำ คาดการณ์ว่า ผู้บริโภคจะนำเครื่องประดับทองคำออกมาขายมากขึ้นอีก 22% ในปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงในรอบกว่า 60 ปีทำให้อัตราว่างงานในสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์พุ่ง หลังนลท.ลดถือครองสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 19 กันยายน 2009 07:46:00 น.
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร เยน และปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง รวมถึงเงินยูโรและปอนด์ ขณะที่เงินเยนอ่อนตัวลงหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) คงอัตราดอกเบี้ยและปรับเพิ่มการประเมินภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

บลูมเบิร์กรายงานว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 22% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4705 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 1.4738 ยูโร/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.35% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 91.360 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 91.040 เยน/ดอลลาร์

นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.18% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0302 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0283 ฟรังค์/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 1.14% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.6256 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6444 ปอนด์/ดอลลาร์

ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 0.54% แตะที่ 0.8672 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.8719 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ร่วงลง 0.37% แตะที่ 0.7079 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.7105 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์

เอคิโอะ โยชิโนะ หัวหน้านักวิเคราะห์จากบริษัท Societe Generale Asset Management กล่าวว่า ดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวขึ้นเนื่องจากนักลงทุนเทขายสกุลเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า โดยเงินเยนร่วงลงหลังจากที่ประชุมบีโอเจตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิมที่ 0.10% เมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมกับปรับเพิ่มการประเมินภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ

ผลสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนในตลาดปริวรรตเงินตราทั่วโลกซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก บ่งชี้ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นสกุลเงินหลักในระบบทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของโลก จะร่วงลงในอีก 6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น โดยดัชนีดอลลาร์ หรือ Dollar Index ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี

นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจในสัปดาห์หน้าของสหรัฐ โดยวันจันทร์ สำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด จะเปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐเดือนส.ค. ส่วนวันพุธ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศมติการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ย

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติรายงานยอดขายบ้านมือสองเดือนส.ค. ส่วนวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์จะรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนส.ค. และยอดขายบ้านใหม่เดือนส.ค.

ไรท์มูฟเผยราคาบ้านในอังกฤษขยับขึ้น 0.6% เดือนก.ย.หลังตลาดอสังหาฯฟื้นตัว
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 16 นาทีที่แล้ว
ไรท์มูฟ พีแอลซี ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่สุดของอังกฤษเดเผยว่า ราคาบ้านโดยเฉลี่ยในอังกฤษเพิ่มขึ้น 0.6% แตะที่ 223,996 ปอนด์ หรือ 364,000 ดอลลาร์ในเดือนก.ย. โดยราคาบ้านในลอนดอนปรับตัวขึ้นมากที่สุด เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มฟื้นตัวขึ้นและซัพพลายที่อยู่อาศัยภายในประเทศลดน้อยลง

ขณะที่ฮาลิแฟกซ์เปิดเผยว่า ราคาบ้านในอังกฤษเดือนส.ค.ปรับตัวขึ้น 0.8% มาอยู่ที่ 160,973 ปอนด์ หรือ 266,000 ดอลลาร์ เนื่องจากต้นทุนเงินกู้ที่อยู่ในระดับต่ำช่วยดึงดูดกลุ่มผู้สนใจซื้อบ้าน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่บลูมเบิร์กได้สำรวจความคิดเห็นคาดว่าราคาบ้านจะปรับตัวขึ้น 1%

ราคาบ้านที่ขยับขึ้นนี้นับเป็นอีกสัญญาณที่บ่งชี้ว่า วิกฤตตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มคลี่คลาย โดยยอดการอนุมัติเงินกู้เพื่อการจำนองก็ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือนเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษเตรียมใช้แผนซื้อพันธบัตรมูลค่า 1.75 แสนล้านปอนด์ด้วยเงินทุนใหม่ต่อไปเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ บลูมเบิร์กรายงาน

นักวิเคราะห์โพลล์บลูมเบิร์กคาดยอดขายบ้าน-สั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐในเดือนส.ค.ขยายตัว
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 17 ชั่วโมง 22 นาทีที่แล้ว
ยอดขายบ้านของสหรัฐและยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือนส.ค.มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าสหรัฐกำลังหลุดพ้นจากภาวะถดถอยครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1930

นักวิเคราะห์จากโพลล์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดการณ์ว่า ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสองในเดือนส.ค.จะไต่ระดับขึ้นแตะที่ 5.79 ล้านหลัง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งทำสถิติขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

ตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาคการผลิตเป็น 2 ภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพจากอานิสงส์ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การให้สินเชื่อแก่ผู้ซื้อบ้านหลังแรก และโครงการนำรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ที่ช่วยหนุนอุปสงค์ให้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์คาดว่า นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไป เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

สจ๊วร์ต ฮอฟแมน นักวิเคราะห์จากพีเอ็นซี ไฟแนนเชียล เซอร์วิส กรุ๊ป อิงค์กล่าวว่า "เรากำลังหลุดพ้นจากภาวะถดถอย และอยู่ในช่วงแรกของการฟื้นตัว ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์ต่างๆยังมีความเปราะบางอยู่มาก ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจอย่างระมัดระวัง ซึ่งนั่นหมายความว่าเฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในขณะนี้"
--อินโฟเควสท์--


Designed ByBlogger Templates