03 November 2009

LEAN กับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (LEAN for Supply Chain Management)

ที่มาของ LEAN นั้น มาจากระบบของ TOYATA ซึ่งในแง่ของการผลิตเรามีการนำ LEAN มาใช้กันมาก แต่ในแง่ของการบริการยังไม่มีเท่าที่ควร แต่ถ้าจะให้ยกตัวอย่างในการนำ LEAN มาใช้ในแง่ของการบริการ ก็คือ การให้บริการของสำนักงานเขต จะเห็นได้ว่าแต่ก่อนต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวัน เพราะต้องเดินขึ้นชั้นหนึ่ง ชั้นสอง หรือชั้นสาม แต่พอมาในปัจจุบันที่มีการให้บริการที่รวดเร็วขึ้นมาก เช่น การมาทำบัตรประชาชน ที่ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที รวมทั้งการทำ passport ก็เช่นเดียวกัน ที่มีการให้บริการที่รวดเร็วขึ้น

จากการที่นำระบบ LEAN มาใช้ ซึ่งหัวใจของการนำระบบมาใช้ คือ การลดเวลาการรอคอยของลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งเป็นการเอาลูกค้าเป็นที่ตั้ง และเป็นการสร้างคุณค่าให้เกิดกับลูกค้าให้มากที่สุด (Maximize Customer Value) โดยใช้ทรัพยากรให้น้อยหรือคุ้มค่าให้มากที่สุด ซึ่งตรงนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ว่า เราจะทำอย่างไรให้ทั้งระบบมันสมดุลกัน

หลักการของ LEAN ไม่ใช่เป็นการไปบีบอะไรสักอย่างให้มันลดลง แล้วตกลงมันแปลว่าอะไร ซึ่งถ้าเราจะแปลว่า ผอม มันจะมีอยู่ 2 คำ คือ
LEAN : เป็นการผอม แต่เป็นการผอมอย่างแข็งแรง สมส่วน หุ่นดี
THIN : เป็นการผอมแบบบักโกรก เหมือนกุ้งแห้ง ผอมแห้งแรงน้อย สุขภาพไม่ดี

ตรงนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญว่า แล้วเราจะทำให้องค์กรของเราแข็งแรงได้อย่างไร เลยมีการนำเรื่อง LEAN เข้ามาใช้ โดยที่การทำ LEAN จะเน้นอยู่ 3 ส่วน

1. ปฏิวัติองค์กรในเรื่องของคน : ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะคนคือ ทุกอย่าง ซึ่งเราอาจจะต้องปฏิวัติเรื่องคน ให้มีความรู้สึกอยากทำงาน เราจะต้องสร้างคน สร้างวัฒนธรรมและเน้นในเรื่องของการฝึกอบรม โดยปรับจากความคิด ทัศนคติ

2. ปฏิวัติในเรื่องของกระบวนการ/วิธีการทำงาน : โดยเอาลูกค้าเป็นที่ตั้ง และทำการออกแบบกระบวนการทำงานของเราให้สอดคล้องกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เช่น ทำอย่างไรให้ลูกค้ามาคอยน้อยที่สุด และได้รับการบริการที่ดี

3. ปฏิวัติทางด้านเทคโนโลยี : โดยไม่ใช่บ้าซื้ออย่างเดียว ซึ่งโดยปกติ เรื่อง LEAN การซื้อจะเป็นกระบวนการหลังสุด จะเน้นไปในการปรับมากกว่า ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ปรับง่ายที่สุดในสามตัว เพราะอะไรที่คิดว่าขาดก็สามารถหาซื้อมาได้

แต่ถ้าเราจะปรับกระบวนการนั้น ความยากจะมากกว่าถึง 10 เท่าของการปรับทางเทคนิค เนื่องจาก คนจะเริ่มต่อต้าน จากความเคยชินในการทำงานสุดท้ายการที่เราจะปรับคนนั้น ความยากของมันเกือบเป็นร้อยเท่าถ้าเทียบกับการปรับกระบวนการ เพราะถึงแม้เราจะปรับเทคโนโลยี จนมาปรับกระบวนการ แต่สุดท้ายคนไม่ทำ ก็ไม่ประสบความสำเร็จอยู่ดี ซึ่งปัญหาส่วนใหญ๋ดังกล่าว 100% จะอยู่ที่ตัวผู้นำ ซึ่งผู้นำควรจะต้องศึกษาระบบ LEAN เพิ่มเติมให้มากขึ้น เพื่อให้เข้าใจในการนำระบบ LEAN มาใช้อย่างถ่องแท้เพื่อมาถ่ายทอดให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้

ซึ่งในระบบ LEAN นั้นทุกคนจะต้องมีส่วนร่วม ก็เหมือนโซ่ที่ต่อกัน แต่ถ้าเกิดมีใครคนใดคนหนึ่งไม่ทำ ก็เหมือนโซ่หนึงมันอ่อน โซ่เส้นอื่นๆ ก็จะรับน้ำหนักไม่ไหว เช่นเดียวกัน วัฒนธรรมจึงปรับยากมาก ซึ่งผู้นำจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนความคิดและทัศนคติขององค์กร
เพราะฉะนั้นสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างองค์กร ในการนำระบบ LEAN มาใช้นั้น คือ ค่านิยมและวัฒนธรรมขององค์กร

บทความที่เกี่ยวเนื่อง :
การบริหารโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรม (Supply Chain Management in Industrial Sector)
Bullwhip Effect in Supply Chain
การบริหารการเงินใน Logistics (Financial Management in Logistics)


Designed ByBlogger Templates