03 March 2010

Think BIG ไปกับโชค บูลกุล

คุณโชค ให้ความเห็นว่าวิธีการคิดใหญ่นั้น (Think Big) มันจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงก่อนเป็นอันดับแรก การที่เราจะไปบอกให้คิดใหญ่ (Think Big) อย่างเดียว มันอาจจะเกิน ศักยภาพของเราได้ ซึ่งถ้าเราคิดใหญ่โดยไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ปัญหาที่ตามมา คือ เราอาจจะทำอะไรเกินความสามารถของเราไป

ส่วนวิธีการคิดของคุณโชคนั้น ไม่ใช่คนคิดใหญ่ (Think Big) ฉะนั้น จึงไม่แน่ใจว่าการคิดใหญ่ (Think Big) นั้นมีวิธีการอย่างไรสวิธีการคิดของคุณโชคนั้น จะชอบคิดในเชิงการแก้ปัญหามากกว่า คือ ถ้ามันมีอยู่แล้ว จะทำอย่างไรให้มันมีคุณค่าแล้วคนอื่นก็ยอมรับในคุณค่านั้นด้วย ซึ่งอาจจะไม่เคยมีใครมองมาก่อน ซึ่งมันเป็นวิธีหนึงในการคิด เพื่อสร้างธุรกิจของคุณโชค ซึ่งมีความสนใจมากกว่าการคิดใหญ่ (Think Big) อย่างเดียว

ในส่วนการคิดใหญ่นั้น คุณโชคบอกว่า มันต้องขึ้นอยู่กับโอกาสด้วย เพราะถ้าอยู่ในช่วงโอกาสที่มีมากมาย เพราะฉะนั้นใครที่คิดใหญ่ (Think Big) ก็สามารถที่จะครอบครองพื้นที่ได้มากกว่าโดยปริยาย ซึ่งสามารถทำให้ธุรกิจครบวงจรได้ เช่นหลายกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศยังคงทำกันอยู่ ซึ่งคุณโชค คิดว่ามันก็เป็นโมเดลหนึ่งในยุคและสมัยหนึ่ง แต่ในวันนี้ถ้าคุณคิดใหญ่ (Think Big) มันจะมีช่องให้คุณเข้าไปหรือเปล่า คุณโชคคิดว่า การที่เราอยู่ในตลาดใดตลาดหนึ่งที่คนใหญ่ไม่อยากลงมาเล่น และคนเล็กก็เอื้อมไปไม่ถึง ตรงเนี่ยะ มันจะเป็นตลาดที่น่าสนใจ

บนพื้นฐานของความเป็นจริงเราต้องเข้าใจก่อนว่าอะไรคือ ธุรกิจ ถ้าเราคิดใหญ่ (Think Big) แล้วเราไม่ประเมินความเสี่ยงก่อน มันอาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้

ส่วน Um…Milk ถือว่าอยู่ในตลาดในตำแหน่งที่คุณโชคตั้งใจ จากตำแหน่งทางการตลาดที่ชัดเจน และมีสาขาที่จำกัด (25 สาขา) ทำให้มีอำนาจต่อรองกับห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่า จากการที่คุณโชคไม่ได้คิดใหญ่ (Think Big) คิดเอาเท่านี้ และจากเท่านี้ มันก็เป็นเรื่องงายในการกำหนดยุทธศาสตร์ทางการตลาดที่เราจะต้องเข้าไปเล่นกับคนใหญ่กว่า
คุณโชคยังเพิ่มเติมว่าต่อไปโลกในอนาคต ธุรกิจขนาดกลางที่มีความโดดเด่นทางด้านการตลาด สินค้า หรือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มนี้จะเป็นตัวอย่างของ Key success ในการทำธุรกิจในอนาคต บริษัทใหญ่ๆ จะไม่ค่อยเห็นอีกแล้วที่จะผงาดขึ้นมา เพราะสภาพเศรษฐกิจที่มีความเปราะบางมาก ทำให้การบริหารความเสี่ยงทำได้ยาก ในขณะเดียวกันบริษัทเล็กก็ใช่ว่าจะอยู่รอดได้ เพราะคุณทำสินค้าออกมาแล้วอำนาจทางการแข่งขันมันน้อยเกินไป เพราะฉะนั้น ตลาดที่คนใหญ่ไม่อยากลงมาเล่นและคนเล็กก็เร่งขึ้นมาไม่ถึง คุณโชคเห็นว่ามีความน่าสนใจมากกว่า

เพราะฉะนั้นในท้ายที่สุด คุณโชคพยายามบอกว่า ในเรื่องของปลาใหญ่กินปลาเล็ก ขนาดและความเร็วของปลาจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดอำนาจการต่อรองของตลาดใหม่ ขนาดมันจะขึ้นอยู่กับ Scale ขององค์การ ซึ่งตอนนี้ ถ้าพูดถึงธุรกิจของคุณโชค ฟาร์มโชคชัยมีพนักงานทั้งหมดประมาณ 1500 คน ซึ่งคุณโชคถือว่าเป็นบริษัทขนาดกลาง ส่วนสินค้าก็มีหลากหลาย แต่ๆ ละตัวก็มีความโดดเด่นเฉพาะตัวของมัน แต่หลายๆสินค้าเมื่อมา Synergy กันแล้ว สามารถที่จะสร้างผลกำไรมวลรวมของธุรกิจให้เพิ่มสูงขึ้นมาก (ล่าสุดในปี 2009 กลุ่มธุรกิจของฟาร์มโชคชัย กำไรโตถึง 60%)

บทความที่เกี่ยวกับคุณโชค บูลกุล :
How to build Umm!..Milk brand โดยโชค บูลกุล
การหาตำแหน่งทางการตลาด (Positioning)


Designed ByBlogger Templates