23 September 2012

ตอนนี้ ต้อง "กรีน นำ สไตล์" เท่านั้น (ตัวอย่าง Green Industry)



ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่าน แห่มฝนกระหน่ำกระจายกันทั่วทุกภาคของไทยเลยนะครับ โดยเฉพาะ กทม. เนี่ยะนอกจากฝนยังตกหนัก น้ำท่วมแล้ว ยังรถติดมากมายอีก นิ่ขนาดส่วนตัวผมทำงานอยู่ชานเมืองนะครับ ยังได้รับผลกระทบเลย เห็นใจคนที่ทำงานในเมืองเหมือนกัน หนักหนาสาหัสน่าดู วันก่อนดูภาพน้ำท่วมขังแถวเซียร์รังสิต เฮ้ย...ตกใจนึกว่าน้องน้ำจากทางเหนือเข้ามาถล่มกรุงอีกแล้วหรอเนี่ย ภาพบรรยากาศมันเหมือนปีที่แล้วเด่ะเลย สรุปที่แท้ เป็นภาพน้ำท่วมขังหลังจากฝนตกหนักนั่นเอง (อย่างนี้ไม่ต้องรอน้ำเหนือกรุงเทพอย่างเราก็ท่วมได้นะเนี่ยะ) ดูจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นทุกๆ ปีไม่เฉพาะในไทยเท่านั้น รวมทั้งทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ทำให้หลายประเทศเริ่มให้ความใส่ใจต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น แต่จะมากขึ้นอย่างไร วันนี้มีตัวอย่างมาให้ดูกันครับ


ตอนนี้ ต้อง "กรีน นำ สไตล์" เท่าั้นั้น


ตอนที่ 1 : ทำไมต้อง "กรีน นำ สไตล์"

ตอนที่ 2 : ตัวอย่าง Green Industry


ก่อนที่เราจะไปดูว่าแต่ละประเทศเค้าเริ่มตื่นตัวอะไรกันบ้างแล้วนะกับ กระแส กังนัมสไตล์ เอ้ย กรีน นำ สไตล์ เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง แล้วพอเกิดขึ้นแล้วมันไปอยู่ แห่งหนไหนกันนะ





ก็ตามรูปเลยนะครับ ก๊าซคาร์บอนเนี่ยะ 91% มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ถ่านหิน หรือก๊าซธรรมชาติ ล้วนก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนทั้งนั้น ส่วนอีก 9% มาจากไฟป่า พอเกิดขึ้นแล้วสัก 47% ก็จะลอยไปอยู่บนชั้นบรรยากาศ (Atmosphere) สะสมห่อหุ้มโลกเพิ่มขึ้นเหมือนผ้าห่มที่มันจะหนาขึ้น หนาขึ้น หนาขึ้น เป็นที่มาของคำว่า ภาวะโลกร้อน (Global Warming) ไงครับที่กำลังเป็นปัญหากันอยู่ตอนนี้และในอนาคต  อีก 27% ต้นไม้ก็จะช่วยดูดซับ ส่วนอีก 26% ก็ดูดลงทะเล

เอาล่ะ พอเห็นภาพกันคร่าวๆ แล้วว่า เจ้าก๊าซคาร์บอนเนี่ย มีความเป็นมากันอย่างไร คราวนี้เราจะมาดูกันว่า ประเทศต่างๆ ทั่วโลกเขากำลังทำอะไรกันอยู่บ้างนะ เพื่อเข้ากระแส "กรีน นำ สไตล์" กัน



"กรีน นำ สไตล์" ทั่วโลก



สหรัฐอเมริกา 

Google ไม่มีใครคงไม่รู้จักนะครับ ถึงแม้ Google จะดำเนินการและทำธุรกิจที่เกียวข้องกับโลก online เหมือนไม่น่าจะส่งผลต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนสักเท่าไหร่ ก็อย่างที่บอกแล้วว่า ทุกการกระทำของเราล้วนปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งสิ้น ถึงแม้เรากำลังค้นหาข้อมูลผ่าน Google อยู่ก็ตาม ด้วยความที่ Google เป็น Search Engine อันดับหนึ่งของโลก  ทำให้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมากมายมหาศาลในการดำเนินธุรกิจ เพราะอุปกรณ์ไอที ยังไงก็หนีไม่พ้นที่ต้องใช้ไฟฟ้า



โดย Google หันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการสีเขียวขนาดใหญ่ของบริษัทซึ่งตั้งเป้าว่าจะเป็นบริษัทที่สร้าง สมดุลคาร์บอน (carbon neutral) คือ การที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอน โดยบริษัทใช้น้ำที่ได้จากระบบบำบัดน้ำเสียมาเป็นพลังงาน และใช้วัสดุรีไซเคิลสำหรับระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของบริษัท

จีน


จีน อีกหนึ่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ด้วยประชากรที่มากโข และการเป็นฐานการผลิตของบริษัทชั้นนำทั่วโลกทำให้จีนจึงมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นเบอร์หนึ่งแล้วตอนนี้  แต่รัฐบาลเค้าก็ไม่ได้นิ่งดูดาย ด้วยการเตรียมส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) เพื่อช่วยยกระดับการเป็นประเทศอุตสาหกรรการส่งออกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  จากการที่ภาคการส่งออกของจีนขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยอาศัยต้นทุนแรงงานต่ำรวมถึงการขายพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก

ฝรั่งเศส

นายกเทศมนตรีของเมืองปารีส ต้องการให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองปารีส ให้มีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเน้นที่ต้องการสให้ปารีสเป็นเมืองสีเขียว เริ่มแรกโดยการสร้างทางจักรยานความยาว 200 ไมล์ และร้านอาหารสีเขียว

อังกฤษ 


มหาวิทยาลัยวอร์ริก (Warrick University) ได้พัฒนารถแข่งสายพันธุ์ใหม่ที่สร้างจากวัสดุเหลือใช้ต่างๆ และเศษพืชผัก เช่น พวงมาลัยที่ทำจากไฟเบอร์จากหัวแคร์รอต รถคันนี้สามารถวิ่งได้เร็วถึง 150 ไมล์ต่อชั่วโมง ใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ผลิตจากพืชผัก เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้กำลังถูกจับตาดูอยู่ว่าสามารถก้าวสู่ระบบอุตสาหกรรมได้หรือไม่ ต่อไปน่าจะเห็นวิ่งอยู่ในสนาม F1 บ้างเนอะ


สวีเดน


ประชากรเมือง Vaxjo (อ่านยังไงหว่า) มุ่งมั่นว่าจะทำให้เมืองนี้ปลอดการใช้พลังงานจากการเผาเชื้อเพลิงให้ได้ภายใน ปี 2593 ด้วยการใช้โรงงานชีวมวล (biomass plant) ที่เป็นแหล่งผลิตความร้อนและผลิตน้ำร้อนภายในเมือง ต่อไปเมืองนี้จะกลายเป็นต้นแบบการประหยัดพลังงานให้กับเมืองต่างๆ ในประเทศทั่วโลก

อาร์เจนตินา

ที่เมืองบัวโนสไอเรส ซึ่งเป็นเมืองที่อุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ดีไซเนอร์รุ่นใหม่กำลังสร้างนวัตกรรมและงานสร้างสรรค์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น เสื้อแจ็กเกตติดแผงโซลาร์สำหรับชาร์จไฟให้ไอพอด เป้สะพายสำหรับเดินทางที่ทำจากพลาสติกจากป้ายโฆษณาบิลบอร์ดที่ไม่ใช้แล้ว กระเป๋าใส่แล็ปทอปและกระเป๋าสตางค์ที่ทำมาจากร่ม ชูชีพ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นกระแสของ อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ที่กำลังอินเทรนด์ไปทั่วโลก

*ที่จริงของประเทศญี่ปุ่นก็มีนะ บริษัท Triumph เค้าได้ออกแบบชุดชั้นในติดแผงโซลาร์เซล เพื่อเอาไว้ชาร์ทโทรศัพท์มือถือซะด้วย บร๊ะ...ยังงี้ก็ต้องออกมาเดินตากแดดกันบ่อยๆ ละสิ่ อืม...


เกาหลีใต้


เปิดตัวโครงการ “เซมังอึม” (Saemangeum) (ต่อไปอาจจะมีเพลงที่เกี่ยวกับ เซมังอึม เพื่อโปรโมตโครงการนี้ก็ได้) ซึ่งไอ้โครงการเซมังอึมเนี่ยะ เป็นโครงการก่อสร้างแนวกั้นน้ำทะเลที่ยาวที่สุดของโลก ระยะทางราว 34 กิโลเมตร และจะเพิ่มพื้นที่แผ่นดินโดยการถมทะเลกว่า 400 ตารางกิโลเมตร ซึ่งอภิมหาโปรเจคนี้จะเปรียบเสมือน “มหากำแพงกั้นน้ำทะเล” โดยสร้างถนนเหนือแนวกำแพงใช้เป็นเส้นทาง ขนส่งสินค้าและศูนย์ธุรกิจนานาชาติ ทางเกาหลีใต้ เขาฟังธงมาว่าจะให้เสร็จภายในปี 2563 และจะเนรมิตพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) อีกด้วย เอ่อ สุดยอดจริง

ประเทศไทย ???

...........
.........
.....

เอ่ะ...ไทยเราทำอะไรไปบ้างแล้วหว่า ใครรู้บ้างช่วยบอกทีนะครับ...

ข้อมูลอ้างอิง : อุตสาหกรรมสาร ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม


Designed ByBlogger Templates