26 June 2010

ตีแผ่ "TRUMP Never Give Up" ตอนที่ 1

จากหนังสือ TRUMP Never Give Up เราจะมาตีแผ่ไปทีละบทที่สำคัญกันว่า Trump นั้นได้เล่าประสบการณ์ชีวิต ประสบการณ์การทำงานอะไรไว้บ้าง ซึ่งเราจะแบ่งออกเป็น 2 ตอน โดยในหนังสือ TRUMP Never Give Up จะมีอยู่ทั้งหมด 26 บท งั้นเราไปตีแผ่กันตั้งแต่บทแรก กันดีกว่าว่า Trump ได้เล่าอะไรบ้าง

บทที่ 1 ช่วงที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้าและข้าพเจ้าสู้และกลับมาได้อย่างไร
บทที่ 2 ความล้มเหลวไม่ได้ถาวร และศิลปะของการพลิกสถานการณ์กลับมา
บทที่ 3 เกมส์โชว์ Apprentice
บทที่ 4 จงเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่ไม่คาดฝันที่มันอาจจะเกิดขึ้น โดยคุณต้องรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องชั่วคราวเล็กน้อยๆ หรือเป็นเรื่องระยะยาว
บทที่ 5 ชอบการต่อสู่การแข่งขันที่ดี
บทที่ 6 คุณจำเหตุการณ์ 911 ถ้าคุณไม่ท้อแท้ ไม่ท้อถอย คุณก็สามารถกลับมาได้
บทที่ 7 จงคาดหมายถึงปัญหา และคุณจะเตรียมพร้อมเมื่อมันมา
บทที่ 8 คำถามที่ถูกถามบ่อย (FAQ)
บทที่ 9 คำแนะนำ เมื่อท่านทำธุรกิจและอีกฝ่ายท้าทายท่าน อยากจะดวลกับท่าน ท่านจงเสนอการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เอาหุ้นปะ
บทที่ 10 จงฉีกตัวเองออกห่างจากพวกที่ชอบขี้บ่น คุณมักจะได้ยินคำพูดประโยคหนึ่ง โชคจะมาเมื่อคุณเตรียมตัวพร้อมสำหรับที่จะคว้ามันไว้ (Opportunity favors the prepared mind)ซึ่งตัวผมเห็นด้วย ซึ่งพวกขี้บ่นไม่เตือนตัวเองให้รับกับโชค ซึ่งคุณสามารถสร้างโชคของคุณได้
บทที่ 11 บางครั้งคุณต้องยอมเจ็บปวด
บทที่ 12 ความกล้าหาญไม่ใช่ขจัดความกลัวออกไป แต่ต้องเอาชนะความกลัวนั้นเลย
บทที่ 13 จงมีแรงปรารถนาที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (เชื่อว่าท่านจะสามารถเคลื่อนภูเขาได้)
บทที่ 14 ถ้าคุณเจอปัญหาใหญ่ๆ จงมองหาโอกาสใหญ่ๆ ที่ตามมาด้วย
บทที่ 15 ปลูกจิตสำนึกแห่งความค้นพบ ช่างสังเกตุ เรียนรู้ตลอด
บทที่ 16 รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องตัดขาดทุน
บทที่ 17 ธุรกิจเป็นเรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับโลก
- ธุรกิจ คือ การทำกำไร (ตะวันตก), คน (ตะวันออก) แต่ Trump บอกว่า ธุรกิจ คือการเรียนรู้เกี่ยวกับโลก ซึ่งมันได้เปิดทางให้เขาไปสู่โอกาสมหาศาลที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เราสามารถพัฒนาวิสัยทัศน์อย่างอัตโนมัติ ถ้าหากคุณสามารถเริ่มเห็นเพื่อนบ้าน เมืองของคุณหรือรัฐของคุณในฐานะที่เป็นตลาดเกิดใหม่ คุณจะประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าคุณเป็นคนบุคลิกสร้างสรรค์มากๆ ความคิดใหม่ๆ จะมาหาคุณ จากการที่คุณนำกรอบใหม่เขาไปจับสิ่งที่คุณเห็นบ่อยๆ หรือคุ้นเคย vision ใหม่ๆ จะมีคุณค่าประมาณไม่ได้ เมื่อท่านมาใช้กับธุรกิจ (เช่น กรณี อ.อุที่สอนเคมี)
- เมื่อคุณได้ไอเดียยิ่งใหญ่ กระทันหัน ถามตัวท่านว่าท่านแสร้งที่จะมองไม่เห็นหรือเปล่า ซึ่งอันนี้เป็นจุดบอดของคนที่มีวิสัยทัศน์แต่ไปไม่ถึง เมื่อท่านได้วิสัยทัศน์แบบนี้ อย่าโยนทิ้ง แต่จงพิจารณาอย่างรอบคอบ
- การรู้โลกนั้น หมายถึงว่า ท่านจะต้องเห็นภาพรวม (Big Picture) คนต้องดูว่าสิ่งที่คุณคิดเป็นภาพย่อยๆ เท่านั้น ท่านจะต้องนำภาพย่อยๆ มารวมหรือต่อยอดกันเป็นภาพใหญ่ๆ
- สิ่งที่เราไม่รู้ จะมีความสำคัญเทียบเท่ากับสิ่งที่เรารู้ เนื่องจากสิ่งที่เรารู้อาจรู้นิดเดียว หรือคนอื่นก็รู้
- ถ้าความคิดนั้น ไม่ทำให้คุณอยากรู้อยากเห็นแบบไม่สิ้นสุดหรือรับรู้แล้วไม่ได้นำไปคิดต่อ ก็ไม่แตกต่างจากคนที่ไม่รู้ และถ้าคู่แข่งคุณรับรู้แต่มีการนำไปคิดต่อ ในขณะที่คุณอยู่เฉยๆ คุณก็จะกลายเป็นคนเสียเปรียบในทันที
- ผมมีทัศนคติแบบคิดใหญ่ การคิดใหญ่ (คือการรู้โลก) จะทำให้เกิดเป้าหมายโดยทันทีทันใดและนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด
- คุณจะต้องหาสิ่งที่สำคัญยิ่งยวดเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเลย (First thing first)
- Think Global Act Local การจะทำแบบนี้ได้ แต่ละวันจะต้องให้เวลากับเรื่องพวกนี้มาก

ครั้งนี้ขอจบแค่นี้ก่อนนะครับ โปรดติดตามต่อในตอนที่สองนะครับ
Read More

12 June 2010

กลยุทธ์เหนือเมฆ "การทำสิ่งธรรมดา ให้ไม่ธรรมดา" โดยโชค บูลกุล

อย่างแรกเลยที่คุณโชคมองนั้น เห็นว่านักธุรกิจไทยเวลาจะคิดทำธุรกิจอะไร จะคิดง่ายเกินไป ให้น้ำหนักกับในเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกมากเกินไป เช่น packaging หรือ Promotion หรือการให้ความสำคัญกับความแตกต่างเพียงผิวเผิน ซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญของความแตกต่างของสินค้าประเภทนั้น ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ Ummike ความแตกต่างอาจจะไม่ได้อยู่ในเรื่องของชื่อหรือ packaging แต่แท้จริงแล้วตอนที่เราคิด เราจะเน้นเลยว่าสิ่งที่จะทำให้สินค้าชิ้นนี้แตกต่างได้ เราต้องเริ่มต้นจากวัตถุดิบ ต้องเริ่มต้นจากกระบวนการผลิต ที่ต้องดีเกินมาตรฐานทั่วไป ทำให้ผู้บริโภคปัจจุบันรับรู้ถึงความแตกต่างของ Ummik ที่ไม่ใช่ชื่อหรือ packaging แต่สิ่งที่แตกต่างมันก็คือ รสชาติ ความเข้มข้นของไอศครีม คุณภาพของไอศครีม ซึ่งเป็นสาระสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสินค้า

ซึ่งปัจจุบันนี้ คุณโชครู้สึกว่า SME ของเรา ตรงนี้ยังทำไม่ได้ดีเต็มที่และยังไม่มีการแพร่หลายมากนัก เราต้องเน้นของเนื้อหา (content) ของธุรกิจ อย่างเช่นสินค้าของญี่ปุ่นที่มีการเน้นในเนื้อหาของสินค้าก่อนแล้วจึงค่อยไปเน้นในเรื่องของ Marketing (Packaging, Promotion)มันถึงจะยิ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้ามากขึ้นได้ แต่ SME ของเรานั้นจะเอาในเรื่องของ Packaging เป็นตัวตั้ง เรามักจะมีการพูดถึง Creative Design แต่ว่าเนื้อหาจริงๆ ของสินค้านั้นมีน้อยมาก
คุณโชคจึงไม่เห็นด้วยในการพัฒนาสินค้า โดยใช้ packaging เป็นตัวนำ เพราะสินค้าที่ไม่มีความแตกต่างในเชิงเนื้อหาจริงๆ พอถึงจุดๆ หนึ่งคนก็จะรู้สึกไม่จำเป็นต้องมี พอไม่จำเป็นต้องมี ธุรกิจก็ไม่หยั่งยืน เราจึงต้อง back to basic ของตัวสินค้าก่อน เช่น กาแฟ ควรจะกลับไปเน้นในเรื่องเมล็ดกาแฟ สร้างจุดแตกต่างในการปรุงแต่งในการผลิตการทำ แล้วค่อยมาเน้นในเรื่องของ ถ้วยแก้ว ภาชนะ บรรยากาศของร้าน สถานที่ ไม่ใช่คิดแต่ว่าเปิดร้านกาแฟ แค่ตกแต่งร้านให้สวย แล้วจะอยู่ได้ แท้จริง
แล้วมันอยู่ไม่ได้

เราจึงจะต้องกลับไปนั่งคิด ตอบคำถามให้ได้ว่า ธุรกิจของคุณ Value จริงมันคืออะไร และพัฒนาสร้างขีดความสามารถ สร้างความแตกต่างจาก value นั้น ไม่ใช่จาก packaging มาก่อน ต่อดเวย marketing เป็นที่สองแล้วค่อยตามด้วยเรื่องของ Value ลำดับสุดท้าย แต่แท้จริงแล้วนั้น value จะต้องมาก่อนแล้วจึงค่อยตามด้วย กลยุทธ์ทางการตลาด

วันนี้สังคมเราจะเน้นในเรื่องของภาพลักษณ์ เวลาเราอยากจะทำอะไรจึงมักจะเน้นในเรื่องร่วมสมัย ไฮเทค พวกนี้ความจริงมันเป็นต้นทุนทางการเงินทั้งนั้น ยิ่งคุณมีต้นทุนสูงเพราะอยากมี Social Status สูง Value ของสินค้าของคุณก็มีน้อย อันนี้อยู่ยาก เพราะฉะนั้นของทุกอย่างมันจึงต้อง Back to basic ก่อน ถ้าพื้นฐานของๆ คณดี มันก็จะช่วยทำให้คุณต่อยอดได้อย่างหยั่งยืน

คุณโชคเน้นย้้ำว่า SME ถ้าอยากจะเริ่มต้นจริงๆ ให้คิดถึง Core Value และต้องเป็น Core Value ที่แตกต่าง ไม่ใช่ใครก็หลอกเลียนได้ ธุรกิจเราก็จะจบลงเร็ว เราจะต้องระบุลงไปให้ชัดเจนเลยว่า ลูกค้าเรากลุ่มไหน เราจึงค่อยมาวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจต่างๆ ให้สอดคล้องเชื่อมโยงกัน

แล้วถ้าเราเป็นคนธรรมดา ที่จะทำสิ่งธรรมดา โดยไม่ธรรมดานั้น คุณโชคให้ความเห็นว่า อย่างแรก ต้องเป็นคนที่รู้จักสังเกตุ และตั้งคำถาม ทุกอย่างที่ผ่านมามันคือประสบการณ์ ถ้าเราสามารถหาคำตอบ มันจะกลายเป็นกรอบความคิด ที่ทำให้เราเข้าใจในการทำธุรกิจมากขึ้น

บทความที่เกี่ยวกับ โชค บูลกุล :
กลยุทธ์การแบ่งคนในองค์กร โดยโชค บูลกุล (Human Resources Strategy)
Think BIG ไปกับโชค บูลกุล
How to build Umm!..Milk brand โดยโชค บูลกุล
Read More
Designed ByBlogger Templates