29 May 2010

กับดักความสำเร็จ (Seduced by Success)

กับดักหรือหลุมพราง ที่เราจะต้องสำนึกไว้ในใจเลย เวลาที่เราประสบความสำเร็จ ซึ่งจะเป็นกรอบความคิดให้เรารู้ตัว ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต หรือธุรกิจของเราหลังจาก จุดที่เราประสบความสำเร็จนัน้ได้ โดยกับดักหรือหลุมพลางแรกก็คือ

1. ความประมาท เพราะเมื่อเราได้รับความสำเร็จมากๆ แล้วเราก็จะลืมตัว หลงตัว คิดว่าตัวเก่งจนประมาท
2. อยู่ได้ไม่ยั่งยืน เนื่องจากความสำเร็จจะเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้ามาแข่งกันมากขึ้น ทำให้มันถึงอยู่ไม่นาน ซึ่งความสำเร็จกับความล้มเหลวจะควบคุ่กันมาเสมอ

โดยกับดักทางธุรกิจจะประกอบไปด้วย
1. กว้างไปแคบไปเสร็จ : การทำธุรกิจที่เน้นขายสินค้าชนิดเดียว ยี่ห้อเดียวจะแคบไป เพราะถ้าขายไม่ได้ก็เจ๋ง กว้างไปก็ไม่ดี เพราะทำให้เราต้องกระจายทรัพยากรมากเกินไปในการบริหาร อีกทั้งผู้บริโภคจะจำไม่ได้ด้วย
2. Brand ที่เคยดังก็จะถูกนำมาใช้กับ Product ใหม่ๆตลอด ทำให้คนเกิดความสับสน เพราะบางทีสินค้าคนละชนิด แต่ใช้ชื่อ brand เดียวกัน
3. ลงทุนในเรื่องที่เราไม่เก่งและไม่รู้
4. ยึดติดกับวิธีการหารายได้แบบเดิมๆ
5. ลำพองใจ จนสินค้าล้าหลัง เปลี่ยนตามพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ทัน
6. ไม่มีอะไรที่ตื่นเต้นมากกว่าเดิม เพราะเราจะไม่สนใจการวิจัยตลาด
7. ปล่อยให้องค์กรใหญ่โตเกินไปจนอุ่ยอ๋าย กลายเป็นองค์กรที่อ้วนเกินไป ทำให้พลิกตัวกลับตัวได้ไม่ทันกับสถานการณ์
8. การที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้ช้าต่อการตัดสินใจต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
9. ปล่อยให้คนที่ไม่มีผลงานอยู่ต่อไปเรื่อยๆ
10. ความนิ่งนอนใจของผู้บริหาร ผลัดวันประกันพรุ่ง
11. ความขัดแย้งภายในเกิดขึ้นในองค์กรทุกๆ ที่ มีปัญหาการเมืองภายในองค์กร
12. การสื่อสารภายในองค์กรไม่มีประสิทธิภาพ

การเตรียมตัวรับมือกับกับดัก
1. อย่าประมาทในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะในองค์กร คู่แข่ง
2. ศึกษาข้อมูลตลอด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการตลาด ข้อมูลลูกค้า เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
3. ต้องคิดหาธุรกิจใหม่ๆ ตลอดเวลา อะไรที่ใกล้กับธุรกิจเราควรจจะจับไว้เลย เพื่อเป็นโอกาสในการต่อยอด

บทความเกี่ยวกับ อ.สมภพ เจริญกุล :
7 อุปนิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จ (Seven Habits for Success)
เทคนิคการซื้อใจคน
ผ่าแนวคิด Drucker (Inside Drucker's Brain) โดย อ.สมภพ เจริญกุล
Read More

23 May 2010

กลยุทธ์การแบ่งคนในองค์กร โดยโชค บูลกุล (Human Resources Strategy)

เป็นที่รับรู้กันว่า การแบ่งคนในองค์กรสามารถที่จะแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ (ตามแม่ทัพชาวเยอรมัน ที่เคยแบ่งไว้)
กลุ่มทีหนึ่ง โง่และขยัน ควรกำจัดและเอาออก
กลุ่มที่สอง โง่และขี้เกียจ ให้เป็นพนักงานประจำ ซึ่งจะมีประมาณ 90%

กลุ่มที่สาม ฉลาดและขีเกียจ ให้เป็นตำแหน่งสูงสุด เพราะคุมอารมณ์และจัดการสถานการณ์ได้ดี ซึ่งจะเป็นเสนาธิการ
กลุ่มที่สี่ ฉลาดและขยัน : จะเป็นผู้บังคับบัญชา

แต่สำหรับคุณโชคนั้นมีหลักการแบ่งคนของตัวเอง ออกเป็น 4 ประเภท เช่นเดียวกัน โดยจะแบ่งตามความถนัดและความชอบของแต่ละคน ซึ่งคุณโชคมองว่าการแบ่งคนตามหลักเกณฑ์จะทำให้คนทำงานมีความสุข เพราะสามารถได้ทำงานในด้านที่ตัวเองชอบที่ตัวเองถนัด ทำให้งานออกมามีคุณภาพ โดยการแบ่งดั่งกล่าว ประกอบไปด้วย
กลุ่มที่หนึ่ง นักวางแผน
กลุ่มที่สอง ศิลปิน
กลุ่มที่สาม นักจัดการ
กลุ่มที่สี่ นักสถิติ

ซึ่งคนโชคจะ test เพื่อแบ่งคนตามงานได้อย่างถูกต้อง เพราะถ้าเราแบ่งคนได้ตามงานที่คนชอบที่เขาถนัด การทำงานก็จะมีความสุข

นอกจากนี้ คุณโชคมองว่า การแบ่งคนในข้างต้น เช่น โง่และขยัน มันต้องย้อนกลับมาถามว่า HR รับเข้ามาทำไหม โดยเราต้องไปดูที่ต้นเหตุมากกว่าจะแก้ที่ปลายเหตุ ซึ่งถ้าศักยภาพในองค์กรเรามันไม่ดี ต้องไปดูว่าวิธีการสรรหาของคนเรามันมีประสิทธิภาพหรือไม่ และการทดลองงานของเรามันมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ โดยคุณโชค เชื่อว่าระบบสรรหาขององค์กรของคุณโชคนั้นสามารถที่จะคัดกรองคนประเภทโง่และขยันหรือโง่และขี้เกียจ ส่วนฉลาดและขี้เกียจ คุณโชคคิดว่าทุกองค์กรจะต้องมี ซึ่งองค์กรจะต้องมีนโยบายในการที่จะบริหารคนเหล่านี้

ส่วนองค์กรที่มีคนฉลาดและขยัน จะเป็นคนส่วนน้อยในองค์กร ซึ่งในองค์กรคุณโชคจะเป็นกลุ่มคนผู้บริหารซะส่วนใหญ๋ ประมาณ 10% ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเป็นคน ฉลาดและขี้เกียจ เพราะเป็นธรรมชาติของคนไทยที่ไม่ค่อยมีวินัย ซึ่งคำว่ามีวินัยสำคัญมาก เพราะคนเก่งไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีวินัยก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้าใครก็ตามที่ไม่ค่อยฉลาดมาก แต่มีวินัย ไม่อดตายแน่นอน ซึ่งวินัย ถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่คนไทยเรายังขาดไปอยู่ ฉะนั้น การคัดเลือกบุคคลากรจะไม่ใช่แค่งานของ HR หรือบุคคล แต่ต้องเป็นเรื่องของผู้นำที่ต้องเกี่ยวข้องด้วย

กลับมาพูดถึง คนประเภทโง่และขี้เกียจ คุณโชคมองว่าในองค์กรปัจจุบัน อาจจะไม่ได้เรียกว่า โง่ แต่อาจะจะเรียกได้ว่า ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ ซึ่งคำว่า โง่ นั้น คุณโชคจะมีวิธีการมอง โดยจะพิจาราณาว่า ถ้ามีคนทำผิดพลาดขึ้น ครั้งที่หนึ่งจะถือว่าเป็นครู ถ้ามีครั้งที่สอง ให้หยุด แล้วมอง พิจารณาตัวเองว่ามีอะไรที่ผิดพลาด แต่ถ้ามีผิดครั้งที่สาม คนประเภทนี้แหล่ะที่คุณโชคจะมองว่าโง่ แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณโชค เขียนแปะไว้ในองค์กรด้วย

บทความที่เกี่ยวกับ โชค บูลกุล :
ทำงานให้สำเร็จลุล่วง (Execution) โดยโชค บูลกุล
วิธีบริหารลูกน้องของโชค บูลกุล
ผู้นำ สร้างได้หรือไม่ โดยโชค บูลกุล (Leader can make ?)
Read More

13 May 2010

7 อุปนิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จ (Seven Habits for Success)

อ.สมภพ ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับ 7 อุปนิสัยของผู้ที่ทำงานให้สำเร็จลุล่วง การทำงานบางอย่างให้สำเร็จลุล่วง ถ้าเราสามารถรู้ตัวเองได้ว่ามีข้อจำกัดทางด้านนิสัยของตัวเองที่ตรงไหน จะได้ปรับให้เหมาะสมต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะทไงานให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วาง งั้นดราไปดูกันว่า 7 อุปนิสัย ดังกล่าวมีอะไรบ้าง
1. De-Proactive : รับผิดชอบในพฤติกรรมของตัวเอง อย่าไปโทษสถานการณ์ เพราะฉะนั้นเราต้องเลือกว่าอะไรที่เราชอบทำจริงๆ เพราะเราสามารถจะผลักดันให้ประสบความสำเร็จได้ เราจะเกิดความภูมิใจในสิ่งที่เราทำ และเราก็จะไม่ไปโทษคนอื่น

2. Begin with the end of mind : จะต้องเริ่มต้นด้วยจุดสุดท้าย คือ ก่อนจะทำอะไรจะต้องมองให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้ สามารถมีวิสัยทัศน์มองผลสุดท้ายได้ ถ้าเราสามารถมองเห็นเราก็สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้

3. การจัดลำดับความสำคัญ เราอาจจะต้องวางแผนว่าอะไรเป็นสิ่งที่เราต้องทำก่อนหรือหลัง

4. คิดแบบ WinWin คนบางคนอาจจะคิดว่าเมื่อมีชนะมันก็ต้องมีแพ้ แต่แท้ที่จริงแล้วความสำเร็จของมนุษย์ไม่จำเป็นต้องมาจากความล้มเหลวของผู้อื่น พยายามหาทางออกให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

5. ทำให้เขารู้สึกว่า คู่เจรจาเป็นผู้ชนะ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเงียบก่อนเพื่อฟัง

6. เปิดใจรับฟังสิ่งที่ใหม่และสร้างสรรค์

7. สร้างความแหลมคมให้ปัญญาตลอดเวลา

แล้วทำไมบางคนถึงมีไม่ครบทั้ง7 ประการนี้
1. ไม่พยายามศึกษา
2. เห็นแก่ตัว หลงตัวเอง
3. ขี้เกียจ ชอบอะไรง่ายๆ
4. มีคนใกล้ตัวหรือคนรอบข้างที่ไม่ได้เรื่อง

สุดท้ายแล้ว อ.สมภพ ยังเน้นย้ำว่า 7 อุปนิสัยดังกล่าว นิสัยที่สำตัญที่สุด คือ De proactive นั่นเอง เพราะเป็นการปรับทัศนคติที่ดีให้เกิดขึ้นกับตัวเองก่อน

บทความเกี่ยวกับ อ.สมภพ เจริญกุล :
7 ย. สำหรับความเป็นผู้นำ
9 เคล็ดลับในการเป็นมหาเศรษฐี
Read More

06 May 2010

เทคนิคการซื้อใจคน

ที่จริงแล้วเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องทางการตลาดเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเรื่องของการขายตัวเอง ต้องขึ้นอยู่กับโอกาส ฉะนั้นต้อง

1. อยากที่จะคบคนใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
2. จิตใจต้องเบิกบานอยู่ตลอดเวลา มองโลกในแง่ดี มีสติกำกับ ต้องคิดถึงเรื่องเล็กน้อย ที่เราอาจจะคิดว่าไม่สำคัญ แต่แท้จริงแล้วทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต ซึ่งสิ่งที่เรามักจะละเลย คือ
1. การยิ้ม
2. การทักทาย
3. วาจาไพเราะ
4. รู้จังหวะการพูด
5. สายตาดูถูก คนหรือไม่
เรื่องที่เราควรทราบเมื่อจะติดต่อกับคน
1. เวลาเราจะแนะนำคน เราควรแนะนำชื่อเขาก่อนแล้วค่อยตามด้วยตำแหน่ง
2. ต้องมีลูกเล่น ในการพูดคุย
3. ต้องชูความโดดเด่นของคนที่เราแนะนำ
4. คุยในเรื่องที่สนใจในเกือบทุกคน
5. จับคนด้วย2มือ
6. เวลาแลกนามบัตร เมื่อได้แล้วเราต้องสนใจ อย่าเพิ่งหยิบเก็บเข้ากระเป๋า วางไว้หน้าเราก่อน
7. การกอด
8. เวลาเราจะลา ควรสดใสมากกว่าการต้อนรับ
9. เวลาทักทาย ถามเรื่องสดๆ ร้อนๆ เช่น มานิ่รถติดไหมครับ
10. การเรียกชื่อเล่นจะดีกว่า แสดงถึงสัมพธภาพ
11. ถ้าคู่สนทนาเราเป็นชาวต่างชาติ เช่น จีน ญี่ปุ่น แล้วเราพูดอังกฤษไม่ได้ทั้งคู่ ก็พูดกันอย่างช้าๆ
12. ปรับคำพูดให้เข้ากับผู้ฟัง
13. อย่าพูดเวอร์ไปสิ่งในที่คนอื่นเขาไม่สามารถทำได้ ไม่ใช่สักแต่คุยข่ม
14. เวลาไปงาน ควรไปก่อนเวลานิด เพื่อที่จะได้มีเวลาทักทายเป็นทอดๆ

บทความของ อ.สมภพ เจริญกุล :
กลยุทธ์ร้านค้าปลีก (Retail Shop Strategy)
SME กับ CSR โดยอ.สมภพ เจริญกุล
Read More
Designed ByBlogger Templates