31 July 2009

News Update : 31/07/2009

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 83.74 จุด ขานรับผลประกอบการ,ข้อมูลเศรษฐกิจสดใส
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 44 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) เพราะได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รายงานผลประกอบการที่สดใสของบริษัทหลายแห่ง รวมถึงโมโตโรล่า ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 9 เดือน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 83.74 จุด หรือ 0.92% แตะที่ 9,154.46 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 11.60 จุด หรือ 1.19% แตะที่ 986.75 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 16.54 จุด หรือ 0.84% แตะที่ 1,984.30 จุด ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.36 พันล้านหุ้น มีจำนวหนุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในอัตราส่วน 4 ต่อ 1 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.56 พันล้านหุ้น จอห์น เมอร์ริแมน นักวิเคราะห์จาก Merriman Curhan Ford ในเมืองซานฟรานซิสโก กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รายงานผลประกอบการที่สดใสของบริษัทหลายแห่ง รวมถึงโมโตโรล่า โดยเมื่อวานนี้ โมโตโรล่า อิงค์ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือของสหรัฐ รายงานผลประกอบการไตรมาสสองซึ่งสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้เหนือความคาดหมาย หลังจากที่ขาดทุนมาหลายไตรมาส โดยเป็นผลมาจากการลดต้นทุนและยอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่าไตรมาสแรก โมโตโรล่าระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัททำกำไรได้ 26 ล้านดอลลาร์ หรือ 1 เซนต์ต่อหุ้น ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 4 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน โดยผลกำไรล่าสุดของโมโตโรล่าดีกว่าที่บริษัทเองได้คาดการณ์เอาไว้ และเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าบริษัทจะขาดทุน 4 เซนต์ต่อหุ้น เมอร์ริแมนกล่าวว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในช่วงขาขึ้นเนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าผลประกอบการที่สดใสของภาคเอกชนจะช่วยพยุงเศรษฐกิจสหรัฐให้ขยายตัวเร็วกกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเมื่อไม่นานมานี้โกลด์แมน แซคส์, เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค, อินเทล คอร์ป และแคทเทอร์ พิลลาร์ ต่างรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุในรายงานครั้งล่าสุดว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีเสถียรภาพในหลายภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะเขตนอร์ธอีสต์และมิดเวสต์ ซึ่งทำให้เฟดคาดว่าจะช่วยหนุนภาคเศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัวขึ้นในปีนี้ "แม้เศรษฐกิจยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง แต่ภาวะถดถอยเริ่มทุเลาลง และเศรษฐกิจเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น หลังจากที่หดตัวอย่างรุนแรงเป็นเวลาหลายเดือน โดยในหลายภูมิภาคของสหรัฐรวมถึงเขตนอร์ธอีสต์และมิดเวสต์นั้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกระเตื้องขึ้นและเริ่มมีเสถียรภาพขึ้นแล้ว ซึ่งทำให้เราคาดหวังว่าโอกาสที่จะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ใกล้เข้ามาแล้ว" เฟดกล่าวในรายงาน ทั้งนี้ หุ้นโมโตโรล่าปิดพุ่ง 9.4% หุ้นกู๊ดเยียร์ปิดบวก 14.2% หุ้นดาว เคมิคอล ปิดบวก 6.2% ส่วนหุ้นเจนเนอรัล อิเล็กทริก (จีอี) ปิดบวก 6.9% หลังจากโกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นดังกล่าว ส่วนบริษัทอื่นๆที่รายงานผลประกอบการดีเกินคาดได้แก่ บริษัท มาสเตอร์คาร์ด อิงค์ ซึ่งราคาหุ้นปิดพุ่ง 3% และบริษัทไทโค อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งราคาหุ้นปิดบวก 2.9%

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์ร่วงเทียบยูโร,ปอนด์ หลังข้อมูลศก.สดใสหนุนนลท.แห่เทรดตลาดหุ้น
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 31 นาทีที่แล้ว
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่เทขายดอลลาร์และหันเข้าเทรดในตลาดหุ้น หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสและภาคเอกชนของสหรัฐรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด นอกจากนี้ ดอลลาร์อ่อนแอลงหลังจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าจีนจะควบคุมการปล่อยสินเชื่อ ลดน้อยลง
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.21% เมื่อเทียบกับยูโรแตะที่ 1.4064 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันพุธที่ 1.4035 ยูโร/ดอลลาร์ และเงินปอนด์พุ่งขึ้น 0.66% แตะที่ 1.6485 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6377 ปอนด์/ดอลลาร์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.46% เมื่อเทียบกับเยนที่ 95.470 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 95.030 เยน/ดอลลาร์ และดีดขึ้น 0.06% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0884 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0877 ฟรังค์/ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 0.87% แตะระดับ 0.8238 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย 0.8167 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.03% แตะที่ 0.6508 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.6510 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ โดยเมื่อวานนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 25,000 ราย แตะระดับ 584,000 รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 25 ก.ค. แต่อัตราเฉลี่ยในรอบ 4 สัปดาห์ร่วงลง 8,250 ราย สู่ 559,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนม.ค.เป็นต้นมา นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้แรงกดดันจากจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าจีนจะควบคุมการปล่อยสินเชื่อ ลดน้อยลง หลังจาก เคนเน็ธ ฟิสเชอร์ มหาเศรษฐีนักลงทุนซึ่งเข้าลงทุนในตลาดหุ้นจีนสูงถึง 900 ล้านดอลลาร์ และเป็นผู้บริหารบริษัท ฟิสเชอร์ อินเวสท์เมนท์ ในเมืองวู๊ดไซด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย คาดการณ์ว่า ตลาดหุ้นจีนจะฟื้นตัวขึ้นหลังจากดิ่งลงหนักสุดนับเดือนพ.ย.เป็นต้นมา โดยคาดว่าตลาดหุ้นจีนจะปิดศักราชปีพ.ศ.2552 ด้วยการเดินหน้าขึ้น เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่ารัฐบาลจีนจะจำกัดการปล่อยเงินกู้ของแบงค์พาณิชย์นั้น เป็นข่าวลือที่ไม่ตรงกับความจริง ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.5% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน 2 เดือน พร้อมกับส่งสัญญาณว่าอาจจะลดอัตราดอกเบี้ยลงในวันข้างหน้า เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์กำลังสกัดกั้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ นายอลัน บอลลาร์ด ผู้ว่าการธนาคารกลางนิวซีแลนด์กล่าวภายหลังจากตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมว่า "การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มของสกุลเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ว่าจะอ่อนค่าลงมากน้อยเพียงใด ถ้าสกุลเงินยังไม่อ่อนค่าลง กระบวนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็จะตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นเราคงต้องหันมาประเมินการกำหนดนโยบายการเงินใหม่"

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดพุ่ง $3.59 รับผลประกอบการเอกชน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 23 นาทีที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 4 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรอย่างต่อเนื่องหลังจากภาคเอกชนของสหรัฐรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด รวมถึงฮอนด้า, โมโตโรล่า และบีที กรุ๊ป โดยนักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันแม้กระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่แล้วพุ่งขึ้นเหนือการคาดการณ์ก็ตาม
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) พุ่งขึ้น 3.59 ดอลลาร์ หรือ 5.6% ปิดที่ 66.94 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 13.61 เซนต์ หรือ 7.3% แตะที่ 1.9911 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์เดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 9.72 เซนต์ ปิดที่ 1.7685 ดอลลาร์/แกลลอน ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 3.58 ดอลลาร์ ปิดที่ 70.11 ดอลลาร์/บาร์เรล สตีเฟ่น ชอร์ค นักวิเคราะห์ชื่อดังในแวดวงพลังงานของสหรัฐกล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า "ตลาดน้ำมันดิบเคลื่อนไหวอย่างไม่สอดคล้องกับดีมานด์-ซัพพลาย แต่อ่อนไหวไปตามข้อมูลเศรษฐกิจและผลประกอบการภาคเอกชน ซึ่งความเคลื่อนไหวเช่นนี้เป็นผลมาจากการเก็งกำไรโดยอิงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเป็นแรงจูงใจ" นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบหลังจาก ฮอนด้า มอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น รายงานผลกำไรสุทธิ 7.56 พันล้านเยนในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.ปีนี้ ดิ่งลง 95.6% เนื่องจากความต้องการยานยนต์หดตัวลงทั่วโลก แต่กำไรไตรมาสแรกของฮอนด้ายังดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าอาจขาดทุน ขณะที่โมโตโรล่า อิงค์ ทำกำไรได้ 26 ล้านดอลลาร์ หรือ 1 เซนต์ต่อหุ้น ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 4 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน โดยผลกำไรล่าสุดของโมโตโรล่าดีกว่าที่บริษัทเองได้คาดการณ์เอาไว้ และเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าบริษัทจะขาดทุน 4 เซนต์ต่อหุ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่อย่าง เอ็กซอน โมบิล มีกำไรไตรมาส 2 ดิ่งลง 66% ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ รอยัล ดัทช์ เชลล์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดของยุโรป มีรายได้สุทธิไตรมาส 2 ร่วงลง 67% แตะระดับ 3.8 พันล้านดอลลาร์ และบีพีรายงานว่าผลกำไรไตรมาส 2 ดิ่งลง 53% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกถดถอยได้ฉุดดีมานด์เชื้อเพลิงหดตัวลงด้วย สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 24 ก.ค.พุ่งขึ้น 5.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 347.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล แตะที่ 162.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: แรงซื้อหุ้นทองคำปิดบวก $7.70
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 2 นาทีที่แล้ว
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับยูโร นอกจากนี้ นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำเพราะเชื่อมั่นในแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสและผลประกอบการที่ดีเกินคาดของภาคเอกชน
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดที่ 934.90 ดอลลาร์/ออนซ์ พุ่งขึ้น 7.70 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 928.40-937.00 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 13.4850 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 22.70 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 8.65 เซนต์ หรือ 3.5% ปิดที่ 2.5640 ดอลลาร์/ปอนด์ ส่วนสัญญาพลาตินัมเดือนต.ค.ปิดที่ 1,189.00 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 16.80 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 259.35 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 3.85 ดอลลาร์ สัญญาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร และผลประกอบกอบการที่ดีเกินคาดของภาคเอกชน รวมถึงโมโตโรล่า อิงค์ ที่สามารถทำกำไรได้ 26 ล้านดอลลาร์ หรือ 1 เซนต์ต่อหุ้น ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 4 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้รับปัจจัยบวกหลังจากสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 25,000 ราย แตะระดับ 584,000 รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 25 ก.ค. แต่อัตราเฉลี่ยในรอบ 4 สัปดาห์ร่วงลง 8,250 ราย สู่ 559,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนม.ค.เป็นต้นมา

กองทุนญี่ปุ่นเพิ่มลงทุนในหุ้น เชื่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกำลังส่งผลทั่วโลก
หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น สรุปข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ -- 3 ชั่วโมง 5 นาทีที่แล้ว
ผู้จัดการกองทุนญี่ปุ่นเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม จากที่เดือนก่อนหน้าให้น้ำหนักต่อหุ้นต่ำสุดในรอบ 6 ปี ทั้งนี้เพราะมีความหวังว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวเมื่อแผนกระตุ้นการใช้จ่ายเงินส่งผลไปทั่วโลก

โมโตโรล่าพลิกทำกำไรเหนือความคาดหมายในไตรมาสสอง หลังลดต้นทุน-ยอดขายเพิ่ม
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 13 ชั่วโมง 8 นาทีที่แล้ว
โมโตโรล่า อิงค์ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือของสหรัฐ รายงานผลประกอบการไตรมาสสองซึ่งสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้เหนือความคาดหมาย หลังจากที่ขาดทุนมาหลายไตรมาส โดยเป็นผลมาจากการลดต้นทุนและยอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่าไตรมาสแรก
โมโตโรล่าระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัททำกำไรได้ 26 ล้านดอลลาร์ หรือ 1 เซนต์ต่อหุ้น ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 4 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ผลกำไรล่าสุดของโมโตโรล่าดีกว่าที่บริษัทเองได้คาดการณ์เอาไว้ และเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าบริษัทจะขาดทุน 4 เซนต์ต่อหุ้น อย่างไรก็ตาม รายได้ของโมโตโรล่าร่วงลง 32% แตะ 5.5 พันล้าน ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.6 พันล้านดอลลาร์อยู่เล็กน้อย ส่วนยอดขายโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 14.8 ล้านเครื่องในไตรมาสสอง เพิ่มขึ้นจาก 14.7 ล้านเครื่องในไตรมาสแรก ทั้งนี้ เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา โมโตโรล่ากล่าวว่าบริษัทไม่ได้คาดหวังว่าจะกลับมาทำกำไรได้ในปีนี้ และเพื่อเป็นการลดต้นทุน เกร๊ก บราวน์ และ ซานเจย์ จฮา ซีอีโอร่วม จึงได้ประกาศแผนการปลดพนักงาน 4,000 คนเมื่อเดือนม.ค.

ซิตี้กรุ๊ปเตรียมขายนิกโก แอสเส็ท เมเนจเมนท์ ให้ซูมิโตโม่ ทรัสต์
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 14 ชั่วโมง 20 นาทีที่แล้ว
ซูมิโตโม่ ทรัสต์ แอนด์ แบงกิ้ง ตกลงซื้อกิจการนิกโก แอสเส็ท แมเนจเมนท์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ในเครือของซิตี้กรุ๊ป มูลค่า 1.12 แสนล้านเยน โดยซูมิโตโม่ได้ออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน 1.09 แสนล้านเยน เตรียมไว้สำหรับการซื้อกิจการครั้งนี้
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นิกโก แอสเส็ท มีสินทรัพย์มูลค่า 8.8 ล้านล้านเยน ซึ่งการซื้อกิจการดังกล่าวจะทำให้ซูมิโตโม่ ทรัสต์ กลายเป็นหนึ่งในบริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น การขายกิจการของนิกโก แอสเส็ท แมเนจเมนท์ ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับโครงสร้างธุรกิจของซิตี้กรุ๊ปที่ต้องการกำจัดธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัทออกไป ก่อนหน้านี้ ซิตี้กรุ๊ปตัดสินใจขายธุรกิจโบรกเกอร์ในเครือคือ นิกโก คอร์เดียล ซิเคียวริตีส์ และธุรกิจส่วนหนึ่งของนิกโก ซิตี้กรุ๊ป ให้แก่ซูมิโตโม่ มิตซุย ไฟแนนเชียล กรุ๊ป

ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจยุโรปดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 15 ชั่วโมง 4 นาทีที่แล้ว
ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร 16 ประเทศ หรือ ยูโรโซน ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 76 จุดในเดืองก.ค. นับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว และยังเป็นสถิติที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นอีกสัญญาณที่บ่งชี้ว่าจุดต่ำสุดของภาวะเศรษฐกิจถดถอยในรอบกว่า 60 ปีอาจจะสิ้นสุดลงแล้ว
นักเศรษฐศาสตร์ที่บลูมเบิร์กได้สำรวจความคิดเห็นคาดว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเดือนก.ค.จะปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75 จุด จากระดับ 73.2 จุดในเดือนมิ.ย. เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณของการฟื้นตัว ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้น ขณะที่บริษัทชั้นนำ อาทิ อัลคาเทล-ลูเซนท์ไปจนถึงฮอนด้า มอเตอร์ ต่างก็รายงานตัวเลขกำไรสูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ทางด้านมาร์ติน แวน ไลเอท นักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็นจี กรุ๊ป กล่าวว่า เรากำลังเข้าใกล้สู่จุดสิ้นสุดของภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว แม้ว่าจะยังมีปัจจัยเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะถดถอยอีกครั้งอยู่ก็ตาม อัลคาเทล-ลูเซนท์ ซัพพลายเออร์เครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานรายใหญ่สุดของโลก สามารถทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส เนื่องจากบริษัทได้ลดต้นทุนในด้านต่างๆ โดยบริษัทมีรายได้สุทธิไตรมาส 2 มูลค่า 14 ล้านยูโร หรือ 19.7 ล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขาดทุนปีที่แล้วที่ 1.10 พันล้านยูโร สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ที่บลูมเบิร์กได้สำรวจความคิดเห็นและคาดการณ์ว่า จะขาดทุน 251 ล้านยูโร ด้านธนาคารกลางยุโรปก็คาดว่า เศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวได้ในช่วงกลางปีหน้า หลังจากที่ธนาคารได้อัดฉีดเงินทุนเข้าตลาดเพื่อหนุนให้มีการปล่อยเงินกู้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 1%

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดพุ่ง 84 จุดหลังอังกฤษเผยราคาบ้านพุ่งติดต่อ 3 เดือน
Friday, July 31, 2009 08:08:54
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ส.ค.) ขานรับผลประกอบการที่สดใสของบริษัท บีที กรุ๊ป และโรลส์-รอยซ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุจากรายงานราคาบ้านในอังกฤษเดือนก.ค.ที่พุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดพุ่งขึ้น 84.08 จุด หรือ 1.85% แตะที่ 4,631.61 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,547.53-4,646.86 จุดภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนคึกคักขึ้น หลังจากบีที กรุ๊ป บริษัทผู้ให้บริการด้านโทรศัพท์พื้นฐานรายใหญ่ที่สุดของอังกฤษรายงานผลกำไรไตรมาสแรกที่ปรับตัวลดลง หลังบริษัทแบกรับต้นทุนในการปรับโครงสร้างองค์กร ขณะที่อุปสงค์บางกลุ่มธุรกิจซบเซา โดยกำไรสุทธิในไตรมาสที่สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย.ร่วงลงสู่ระดับ 214 ล้านปอนด์ (352 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากระดับ 381 ล้านปอนด์ในปีก่อน ขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 1.1% แตะที่ 5.24 พันล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบีทีนับว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากเนชั่นไวด์ บิลดิ้ง โซไซตี้ รายงานว่า ราคาบ้านในอังกฤษปรับตัวสูงขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนก.ค. เนื่องจากขาดแคลนอุปทาน หลังจากที่จำนวนบ้านสำหรับซื้อขายในตลาดมีจำนวนลดลง โดยราคาบ้านโดยเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น 1.3% แตะ 158,871 ปอนด์ (260,000 ดอลลาร์) ในเดือนก.ค. หลังจากที่บวก 1% ในเดือนมิ.ย. ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดว่าราคาบ้านจะปรับขึ้นเพียง 0.2%รายงานดังกล่าวเป็นอีกสัญญาณที่บ่งชี้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์อังกฤษอาจเริ่มฟื้นตัวแล้ว หลังเศรษฐกิจประเทศฟื้นตัวจากภาวะถดถอยครั้งรุนแรงสุดในรอบกว่า 30 ปี โดยในสัปดาห์หน้าธนาคารกลางอังกฤษจะตัดสินใจว่าจะดำเนินโครงการซื้อพันธบัตรต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ หุ้นบีทีทะยานขึ้น 13% หุ้นโรลส์-รอยซ์ปิดบวก 8.7% หุ้นแอสตราเซเนก้าปิดพุ่ง 1.1% หุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ปิดบวก 5.2% และหุ้นริโอ ทินโต ปิดบวก 7.2%
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิพุ่ง 121.55 จุดเช้านี้ ขานรับกำไรเอกชน
Friday, July 31, 2009 08:28:36
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวพุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ โดยดัชนีทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากบริษัทหลายแห่งเปิดเผยผลประกอบการที่สดใส นอกจากนี้ เงินเยนที่อ่อนตัวลงและตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกเมื่อคืนนี้ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นโตเกียวทะยานขึ้นในเช้านี้ด้วยสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีนิกเกอิทะยานขึ้น 121.55 จุด หรือ 1.20% แตะที่ระดับ 10,286.76 จุดโบรกเกอร์กล่าวว่าตลาดหุ้นโตเกียวได้รับแรงหนุนหลังจากบริษัท โมโตโรล่า อิงค์ เปิดเผยว่าบริษัทสามารถทำกำไรได้ 26 ล้านดอลลาร์ หรือ 1 เซนต์ต่อหุ้น ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 4 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน โดยผลกำไรล่าสุดของโมโตโรล่าดีกว่าที่บริษัทเองได้คาดการณ์เอาไว้ และเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าบริษัทจะขาดทุน 4 เซนต์ต่อหุ้น
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 1% ตามตลาดหุ้นเอเชีย
Friday, July 31, 2009 08:45:45
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้น เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียหลังจากที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) เพราะได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 1% แตะ 3,354.68 จุด ส่วนดัชนีหุ้นเสิ่นเจิ้น บวก 0.87% แตะ 13,387.88 จุด
--อินโฟเควสท์--

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ
Friday, July 31, 2009 09:00:00
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) เพราะได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รายงานผลประกอบการที่สดใสของบริษัทหลายแห่ง รวมถึงโมโตโรล่า ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 9 เดือนดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 83.74 จุด หรือ 0.92% แตะที่ 9,154.46 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 11.60 จุด หรือ 1.19% แตะที่ 986.75 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 16.54 จุด หรือ 0.84% แตะที่ 1,984.30 จุด
-- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 4 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรอย่างต่อเนื่องหลังจากภาคเอกชนของสหรัฐรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด รวมถึงฮอนด้า, โมโตโรล่า และบีที กรุ๊ป โดยนักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมันแม้กระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่แล้วพุ่งขึ้นเหนือการคาดการณ์ก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) พุ่งขึ้น 3.59 ดอลลาร์ หรือ 5.6% ปิดที่ 66.94 ดอลลาร์/บาร์เรล
-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับยูโร นอกจากนี้ นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำเพราะเชื่อมั่นในแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสและผลประกอบการที่ดีเกินคาดของภาคเอกชนสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดที่ 934.90 ดอลลาร์/ออนซ์ พุ่งขึ้น 7.70 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 928.40-937.00 ดอลลา
ร์-- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่เทขายดอลลาร์และหันเข้าเทรดในตลาดหุ้น หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสและภาคเอกชนของสหรัฐรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด นอกจากนี้ ดอลลาร์อ่อนแอลงหลังจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าจีนจะควบคุมการปล่อยสินเชื่อ ลดน้อยลงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.21% เมื่อเทียบกับยูโรแตะที่ 1.4064 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันพุธที่ 1.4035 ยูโร/ดอลลาร์ และเงินปอนด์พุ่งขึ้น 0.66% แตะที่ 1.6485 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6377 ปอนด์/ดอลลาร์
-- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ก.ค.) ขานรับผลประกอบการที่สดใสของบริษัท บีที กรุ๊ป และโรลส์-รอยซ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุจากรายงานราคาบ้านในอังกฤษเดือนก.ค.ที่พุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3ดัชนี FTSE 100 ปิดพุ่งขึ้น 84.08 จุด หรือ 1.85% แตะที่ 4,631.61 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,547.53-4,646.86 จุด
--อินโฟเควสท์--
Read More

30 July 2009

News Update : 30/07/2009

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 26 จุด หลังสหรัฐเผยยอดซื้อสินค้าคงทนดิ่งหนัก
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 36 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) จากแรงขายที่ส่งเข้าฉุดหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกดิ่งลงอย่างหนัก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ร่วงลงของสหรัฐ และความวิตกกังวลที่ว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของจีนอาจทำให้จีนลดความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 26 จุด หรือ 0.29% แตะที่ 9,070.72 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 4.47 จุด หรือ 0.46% แตะที่ 975.15 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 7.75 จุด หรือ 0.39% แตะที่ 1,967.76 จุด ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.25 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 3 ต่อ 2 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.11 พันล้านหุ้น แมนนี เวนทร็อบ นักวิเคราะห์จากบริษัท Integre Advisors ในกรุงนิวยอร์กกล่าวกับเอพีว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กซบเซาลงหลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ติดต่อกัน 2 วันทำการ โดยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 2.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับลงเพียง 0.6% ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ของสหรัฐร่วงลงอย่างหนัก หลังจากบริษัทรถยนต์ระงับการผลิตที่โรงงานหลายแห่ง โดยค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอย่างเจนเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) และไครสเลอร์ กรุ๊ป แอลแอลซี ได้สั่งปิดโรงงานหลายแห่งในระหว่างที่มีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อหวังลดต้นทุนและปรับลดสัดส่วนรถค้างสต็อกที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นในช่วงที่บริษัทเผชิญวิกฤตยอดขายตกต่ำเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ยอดสั่งจองรถและชิ้นส่วนประกอบรถตกต่ำลง อย่างไรก็ตาม แคททาพิลลาร์ อิงค์ เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับอุปสงค์ดีขึ้นจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั้งในและต่างประเทศที่เริ่มได้ผล โดยบริษัทรายงานผลกำไรไตรมาสสองที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาดการณ์ ซึ่งทำให้เห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์คาดว่า เศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะขยายตัวในอัตราเฉลี่ยที่ 1.5% นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับปัจจัยลบจากความวิตกกังวลที่ว่า การร่วงลงของตลาดหุ้นจีนอาจฉุดเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงและจะส่งผลให้ดีมานด์สินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงโลหะ ของจีนหดตัวลงด้วย โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์คาดการณ์ว่า ราคาทองแดงแนวโน้มอ่อนตัวลงในเร็วๆนี้ หลังจากทะยานขึ้นไปแล้ว 80% ตั้งแต่ช่วงต้นปี เนื่องจากสต็อกทองแดงของจีนที่ตุนไว้เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างบ้านและรถยนต์ มีจำนวนมากขึ้น นักวิเคราะห์จากซูมิโตโม่ เมทัล ไมนิ่ง ซึ่งเป็นผู้ผลิตโลหะรายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น กล่าวโดยอ้างข้อมูลประจำสัปดาห์ของ London Metal Exchange ว่า สต็อกทองแดงของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้น และจีนนำเข้าทองแดงน้อยลงหลังจากที่ทุ่มซื้อทองแดงในปริมาณมากสุดเป็นประวัติการณ์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมในประเทศ นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 4 ล้านล้านดอลลาร์ (5.85 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ไม่ได้ช่วยกระตุ้นดีมานด์อุตสาหกรรมที่ต้องใช้โลหะทองแดงเท่าใดนัก ขณะที่เศรษฐกิจโลกซึ่งมีแนวโน้มหดตัวลงอีก 1.4% ในปีนี้ ก็จะยิ่งทำให้ราคาทองแดงอ่อนตัวลงด้วย ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ปิดร่วงลงจากกระแสความวิตกกังวลเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศจีน จีนโดยหุ้นอ็อคซิเดนเชียลปิดร่วง 3.1% หุ้นชลัมเบอร์เกอร์ปิดร่วง 3.9%

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐย่ำแย่ ฉุดทองคำปิดร่วง $11.90
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 54 นาทีที่แล้ว
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) เพราะไดรับแรงกดดันจากความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์และข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายและฉุดดีมานด์สินค้าโภคภัณฑ์ลดลงด้วย
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดที่ 927.20 ดอลลาร์/ออนซ์ ดิ่งลง 11.90 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 925.20-940.90 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 13.2580 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 48.20 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 4.3 เซนต์ ปิดที่ 2.4775 ดอลลาร์/ปอนด์ ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ปิดที่ 1,172.20 ดอลลาร์/ออนซ์ ดิ่งลง 24.40 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 255.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 4.50 ดอลลาร์ บลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคาร เพราะมีปัจจัยลบหลายด้านเข้ามากดดัน รวมถึงสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้น และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน สำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุด นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 2.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับลงเพียง 0.6% ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์พุ่งเทียบสกุลหลักๆ หลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.อ่อนแอ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 20 นาทีที่แล้ว
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆของโลก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ย่ำแย่ในสหรัฐ ได้กระตุ้นนักลงทุนให้เพิ่มการถือครองสกุลเงินดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง นอกจากนี้ การร่วงลงของตลาดหุ้นนิวยอร์กยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนหันเข้ามาซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตรา
ค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.98% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4038 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.4177 ยูโร/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.375 เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ระดับ 1.6372 ปอนด์/ปอนด์ จากระดับ 1.6433 ปอนด์/ดอลลาร์ ค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.62% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 95.130 เยน/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 94.540 เยน/ดอลลาร์ และทะยานขึ้น 1.16% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0871 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0746 ฟรังค์/ดอลลาร์ ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงลง 1.25% แตะที่ 0.8166 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.8269 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ดิ่งลง 0.47% แตะระดับ 0.6550 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.6581 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ มาร์ค แชนด์เลอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Brown Brothers Harriman กล่าวกับเอพีว่า "โดยทั่วไปเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง นักลงทุนก็จะแห่กันเข้าไปเทรดในตลาดหุ้นนิวยอร์ก แต่เมื่อข้อมูลเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอ นักลงทุนมักจะมองว่าการลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์เป็นการลงทุนที่ปลอดความเสี่ยงในยามที่เศรษฐกิจผันผวน ตั้งแต่วันอังคารจนถึงวันพุธ สหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจในเสถียรภาพเศรษฐกิจและเกิดการเทขายในตลาดหุ้นนิวยอร์ก จากนั้นนักลงทุนเริ่มกลับมาเพิ่มการถือครองสกุลเงินดอลลาร์" สำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุด ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 2.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับลงเพียง 0.6% ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น นักลงทุนจับตาดูการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยเมื่อวานนี้รัฐบาลสามารถประมูลพันธบัตรได้เพียง 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลง 1.92% การประมูลพันธบัตรในสัปดาห์นี้มีเป้าหมายที่จะระดมทุนกว่าแสนล้านดอลลาร์เพื่อนำมาใช้รองรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม ซึ่งพันธบัตรชุดดังกล่าวเป็นพันธบัตรประเภทรับประกันเงินเฟ้อ (TIPS) วงเงินรวม 1.15 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าสถิติรายสัปดาห์ที่ทำไว้ที่ 1.04 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขั้นต้นประจำไตรมาส 2

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดร่วง $3.88 หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งเกินคาด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 14 นาทีที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 6% เมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) ซึ่งเป็นสถิติที่ดิ่งลงหนักสุดในรอบกว่า 3 เดือน หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์พุ่งขึ้นเหนือความคาดหมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นที่ถดถอยของผู้บริโภคสหรัฐกำลังฉุดดีมานด์พลังงานร่วงลงด้วย นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังร่วงลงหลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ดิ่งลงอย่างหนัก
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 3.88 ดอลลาร์ ปิดที่ 63.35 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินเดือนส.ค.ลดลง 5.56 เซนต์ ปิดที่ 1.855 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์เดือนส.ค.ลดลง 9.34 เซนต์ ปิดที่ 1.6713 ดอลลาร์/แกลลอน ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอนส่งมอบเดือนก.ย.ดิ่งลง 3.35 ดอลลาร์ ปิดที่ 66.53 ดอลลาร์/บาร์เรล แอนดรูว์ เลโบว์ นักวิเคราะห์จากบริษัท MF Global กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า นักลงทุนกระหน่ำขายสัญญาน้ำมันดิบอย่างหนักหลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 24 ก.ค.พุ่งขึ้น 5.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 347.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ในโพลล์บลูมเบิร์กคาดว่าจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล แตะที่ 162.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินดิ่งลง 2.3 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 213.1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 400,000 บาร์เรล ส่วนอัตราการการกลั่นน้ำมันลดลง 1.2% แตะระดับ 84.6% สต็อกน้ำมันดิบที่ดิ่งลงเหนือความคาดหมายทำให้นักลงทุนกังวลว่าความเชื่อมั่นที่ถดถอยของผู้บริโภคสหรัฐกำลังฉุดดีมานด์พลังงานร่วงลงด้วย โดยเมื่อวานนี้สหรัฐเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมิ.ย.ดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุด และล่าสุดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 2.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับลงเพียง 0.6% ซึ่งข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เหล่านี้ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากความวิตกกังวลที่ว่า การร่วงลงของตลาดหุ้นจีนอาจฉุดเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงและจะส่งผลให้ดีมานด์สินค้าโภคภัณฑ์ของจีนหดตัวลงด้วย นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขั้นต้นประจำไตรมาส 2

สหรัฐเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งเกินคาด 5.1 ล้านบาร์เรล สต็อกเบนซินร่วง 2.3 ล้านบาร์เรล
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 34 นาทีที่แล้ว
กระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 24 ก.ค.พุ่งขึ้น 5.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 347.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ในโพลล์บลูมเบิร์กคาดว่าจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล
ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล แตะที่ 162.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 1.3 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินดิ่งลง 2.3 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 213.1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 400,000 บาร์เรล ส่วนอัตราการการกลั่นน้ำมันลดลง 1.2% แตะระดับ 84.6% บลูมเบิร์กรายงานว่า สต็อกน้ำมันข้างต้นไม่นับรวมกับคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) ของสหรัฐซึ่งปัจจุบันมีน้ำมันดิบสำรองอยู่ประมาณ 689 ล้านบาร์เรล แต่รัฐบาลสหรัฐประกาศให้ปรับเพิ่มคลังน้ำมันสำรองประเภทดังกล่าวขึ้นสู่ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรลภายในปีพ.ศ. 2570 เพื่อรับมือกับภาวะติดขัดที่อาจเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการโจมตีของผู้ก่อการร้าย

กขช.อนุมัติประกันราคาข้าวปี 52/53 ข้าวขาว-ข้าวหอมปทุมฯ 1 หมื่นบาท/ตัน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 13 ชั่วโมง 36 นาทีที่แล้ว
นายวัชระ กรรณิกา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) มีมติอนุมัติราคาประกันข้าวเปลือกนาปี 52/53 สำหรับข้าว 2 ประเภท คือ ข้าวขาวตันละ 10,000 บาท และข้าวหอมปทุมธานีตันละ 10,000 บาท เช่นกัน พร้อมทั้งเพิ่มโควต้าการประกันราคาให้ข้าวให้แก่เกษตรกรเป็นรายละ 20 ตัน จากเดิมรายละ 16 ตัน
ส่วนการประกันราคาข้าวประเภทอื่นๆ นั้น ที่ประชุม กขช.มอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านการผลิตกลับไปพิจารณาและนำกลับมาเสนออีกครั้ง พร้อมกันนี้ ที่ประชุม กขช.ยังเห็นชอบในหลักการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก 6 ข้อ ประกอบด้วย การเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ, การจัดตลาดนัดข้าวเปลือกแต่ละจังหวัด, ผลักดันการส่งออกช่วงต้นฤดูการผลิต, การจำนำยุ้งฉางเกษตรกร, การแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือก และการเพิ่มปริมาณการสต๊อกข้าวของผู้ส่งออก แต่อย่างไรก็ดีนายกรัฐมนตรีได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์กลับไปพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้งก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุม กขช.ในครั้งหน้า นายวัชระ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม กขช.ยังได้อนุมัติค่าใช้จ่ายในการจัดทำข้าวสารบรรจุถุงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย โดยให้แจกจ่ายกระจายไปยัง 75 จังหวัดยกเว้นกรุงเทพฯ โดยคิดเป็นปริมาณข้าวสารที่จะนำมาบรรจุถุงประมาณ 6.15 ล้านถุง จากปริมาณข้าว 24,600 ตัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ครอบคลุม 57 ล้านคนทั่วประเทศ รายงานข่าว ระบุว่า วันนี้ที่ประชุม กขช.มีวาระจะต้องพิจารณางบประมาณสำหรับใช้ในการรับประกันราคาข้าวดังกล่าวตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอมา 4,050 ล้านบาท แต่เนื่องจากคณะกรรมการหลายคนยังเห็นว่างบประมาณที่ใช้ค่อนข้างสูงเกินไป จึงขอให้กลับไปทำตัวเลขมาใหม่และกลับมาเสนอในการประชุมครั้งหน้า

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: แรงซื้อหุ้นแบงค์ หนุนฟุตซี่ปิดบวก 18.69 จุด
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 10 นาทีที่แล้ว
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) จากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารหลังจากธนาคารบังโก ซานตานเดร์ของสเปนที่เข้ามาตั้งสาขาในอังกฤษ รายงานตัวเลขที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นชโรเดอร์ หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ แนะนำให้นักลงทุนซื้อหุ้นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกไม่มากนักเนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังวิตกกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 18.69 จุด หรือ 0.41% แตะที่ 4,547.53 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,512.10-4,581.78 จุด แจน โลเอส นักวิเคราะห์จากเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค กล่าวว่า แม้ตลาดปิดในแดนบวก แต่นักลงทุนนักลงทุนส่วนใหญ่ยังวิตกกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุด ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 2.5% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับลงเพียง 0.6% ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น หุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้นหลังจากธนาคารบังโก ซานตานเดร์ของสเปนที่เข้ามาตั้งสาขาในอังกฤษ รายงานตัวเลขที่แข็งแกร่ง โดยหุ้นธนาคาร HSBC ปิดบวก 0.7% หุ้นธนาคารลอยด์ส แบงกิง กรุ๊ป ปิดพุ่ง 1.2% หุ้นรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ ปิดบวก 3.2% และหุ้นสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ปิดพุ่ง 3.6% ส่วนหุ้นประกันดีดขึ้น โดยหุ้นอาวิวาพุ่งขึ้น 3.3% หลังจากนักวิเคราะห์ของดอยช์ แบงก์ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นดังกล่าวขึ้นสู่ระดับ "buy" หุ้นพรูเดนเชียล ปิดบวก 1.5% และหุ้นสแตนดาร์ด ไลฟ์ ปิดบวก 2.2% หุ้นชโรเดอร์สปิดพุ่ง 4.6 % หลังจากนักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนเลย์ปรับขึ้นน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นดังกล่าว

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิบวก 18.22 จุดเช้านี้ ขานรับผลประกอบการ "ฮอนด้า"
Thursday, July 30, 2009 08:31:24
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวดีดตัวขึ้นช่วงเช้านี้ เพราะได้รับแรงหนุนจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงซึ่งช่วยพยุงหุ้นกลุ่มส่งออกฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการที่สดใสของบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ได้ช่วยกระตุ้นบรรยากาศให้คักคักขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนส่วนใหญ่มีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทญี่ปุ่นจะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีนิกเกอิบวก 18.22 จุด หรือ 0.18% แตะที่ระดับ 10,131.46 จุดโบรกเกอร์กล่าวว่า แม้ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงเนื่องจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจีน แต่การอ่อนตัวลงของค่าเงินเยนได้ช่วยพยุงหุ้นกลุ่มส่งออกดีดตัวขึ้นและหนุนดัชนีนิกเกอิฟื้นตัวขึ้นจากการติดลบในช่วงเปิดตลาด นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น รายงานผลกำไรสุทธิ 7.56 พันล้านเยนในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.ปีนี้ ดิ่งลง 95.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการยานยนต์หดตัวลงทั่วโลก อย่างไรก็ตามกำไรไตรมาสแรกของฮอนด้ายังดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าอาจขาดทุนอย่างไรก็ตาม นักลงทุนส่วนใหญ่มีท่าทีระมัดระวังก่อนที่บริษัทญี่ปุ่นรายอื่นๆจะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ รวมถึงบริษัท โซนี่ คอร์ป และเอ็นอีซี คอร์ป
--อินโฟเควสท์--

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ
Thursday, July 30, 2009 08:40:46
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) จากแรงขายที่ส่งเข้าฉุดหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกดิ่งลงอย่างหนัก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ร่วงลงของสหรัฐ และความวิตกกังวลที่ว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของจีนอาจทำให้จีนลดความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 26 จุด หรือ 0.29% แตะที่ 9,070.72 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 4.47 จุด หรือ 0.46% แตะที่ 975.15 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 7.75 จุด หรือ 0.39% แตะที่ 1,967.76 จุด-- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 6% เมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) ซึ่งเป็นสถิติที่ดิ่งลงหนักสุดในรอบกว่า 3 เดือน หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์พุ่งขึ้นเหนือความคาดหมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นที่ถดถอยของผู้บริโภคสหรัฐกำลังฉุดดีมานด์พลังงานร่วงลงด้วย นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังร่วงลงหลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ดิ่งลงอย่างหนักสัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 3.88 ดอลลาร์ ปิดที่ 63.35 ดอลลาร์/บาร์เรล-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) เพราะไดรับแรงกดดันจากความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์และข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายและฉุดดีมานด์สินค้าโภคภัณฑ์ลดลงด้วยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดที่ 927.20 ดอลลาร์/ออนซ์ ดิ่งลง 11.90 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 925.20-940.90 ดอลลาร์-- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆของโลก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ย่ำแย่ในสหรัฐ ได้กระตุ้นนักลงทุนให้เพิ่มการถือครองสกุลเงินดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง นอกจากนี้ การร่วงลงของตลาดหุ้นนิวยอร์กยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนหันเข้ามาซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตราค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.98% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4038 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 1.4177 ยูโร/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.375 เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ระดับ 1.6372 ปอนด์/ปอนด์ จากระดับ 1.6433 ปอนด์/ดอลลาร์ค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.62% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 95.130 เยน/ดอลลาร์ จากระดับของวันอังคารที่ 94.540 เยน/ดอลลาร์ และทะยานขึ้น 1.16% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0871 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0746 ฟรังค์/ดอลลาร์-- FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) จากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารหลังจากธนาคารบังโก ซานตานเดร์ของสเปนที่เข้ามาตั้งสาขาในอังกฤษ รายงานตัวเลขที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นชโรเดอร์ หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ แนะนำให้นักลงทุนซื้อหุ้นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกไม่มากนักเนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังวิตกกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 18.69 จุด หรือ 0.41% แตะที่ 4,547.53 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,512.10-4,581.78 จุด
--อินโฟเควสท์--

เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ 34.02/04 ปรับตัวอ่อนค่าจากเย็นวานนี้
Thursday, July 30, 2009 08:51:10
นักบริหารเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 34.02/04 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากเย็นวานนี้ที่ระดับ 34.01/03 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นไปตามค่าเงินในภูมิภาค และพบสัญญาณการเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) โดยเมื่อเวลา 08.30 น.เงินบาทปรับตัวอ่อนค่ามาอยู่ที่ระดับ 34.05/07 บาท/ดอลลาร์"พอเริ่มขยับอ่อนก็มีจังหวะ(ธปท.)การเข้าแทรกแซง ซึ่งค่อนข้างเยอะตั้งแต่เมื่อวานตลอดมาจนถึงวันนี้ ทำให้อ่อนขึ้นมาจนถึงขนาดนี้(34.05/05 บาท/ดอลลาร์)" นักบริหารเงิน กล่าวสำหรับกรณีที่นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกมาระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ซึ่งสอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)นั้นไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อตลาดมากเท่าไหร่นัก โดยเมื่อคืนนี้ตลาดหุ้นในต่างประเทศและตลาดคอมมอนิตี้ปรับตัวลดลงมากส่วนความเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลหลักต่างประเทศช่วงเช้านี้ ค่าเงินเยนอยู่ที่ 95.00/02 เยน/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากเย้นวานนี้ที่ระดับ 94.71/76 เยน/ดอลลาร์ ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ 1.4062/4063 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าเช่นกันจากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.4140/4142 ดอลลาร์/ยูโรวันนี้ คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ระหว่าง 34.00-34.10 บาท/ดอลลาร์
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 0.45% สวนทางดาวโจนส์
Thursday, July 30, 2009 08:59:56
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้น สวนทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ก.ค.) จากแรงขายที่ส่งเข้าฉุดหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวขึ้น 0.45% แตะ 3,281.20 จุด ส่วนดัชนีหุ้นเสิ่นเจิ้น บวก 0.54% แตะ 13,141.76 จุดนักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดร่วงลงเนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางจีนอาจจะเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินใหม่ซู หนิง รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวว่า จีนจะยึดนโยบายการเงินแบบผ่อนปรนไว้ และหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพื่อให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวอย่างยั่งยืน
--อินโฟเควสท์--
Read More

29 July 2009

News Update : 29/07/2009

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 11.79 จุด หลังความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐอ่อนแอ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 9 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอของสหรัฐ และรายงานผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปิดลบไม่มากนัก ขณะที่ดัชนี Nasdaq สามารถปิดในแดนบวกได้ เนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากยังคงเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าตลาดอสังหาสหรัฐเริ่มมีเสถียรภาพ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 11.79 จุด หรือ 0.13% แตะที่ 9,096.72 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 2.56 จุดหรือ 0.26% แตะที่ 979.62 จุด แต่ดัชนี Nasdaq ปิดบวก 7.62 จุด หรือ 0.39% แตะที่ 1,975.51 จุด ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.24 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 8 ต่อ 1 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.23 พันล้านหุ้น จอห์น เมอร์ริล นักวิเคราะห์จาก Tanglewood Wealth Management กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กซบเซาลง หลังจากสำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยเอกชนของสหรัฐรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมิ.ย.ของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุด นอกจากนี้ นักลงทุนยังผิดหวังผลประกอบการของหลายบริษัท รวมถึงบริษัท ออฟฟิศ ดีโปท์ อิงค์ และบริษัท โคช เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยและการขาดกลยุทธ์ในการดึงดูดลูกค้า ทำให้ยอดขายของบริษัททั้งสองหดตัวลงอย่างรุนแรง ขณะที่บริษัท แคนนอน อิงค์ รายงานผลกำไรไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2552 อยู่ที่ 3.34 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลง 84.5% จากปีก่อน จากยอดขายที่ร่วงลง 29.9% แตะ 1.48 ล้านล้านเยน ส่วนผลกำไรจากการดำเนินงานดิ่งลง 80.4% แตะ 6.49 หมื่นล้านเยน บริษัท บีพี ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของยุโรป รายงานว่า ผลกำไรไตรมาส 2 ดิ่งลง 53% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกถดถอยได้ฉุดราคาพลังงานลดลงและทำให้ดีมานด์เชื้อเพลิงหดตัวลงด้วย ทั้งนี้ กำไรสุทธิไตรมาส 2 ของบีพี อยู่ที่ 4.39 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากระดับ 9.36 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังจากสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์เปิดเผยดัชนีราคาบ้านเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ค.โดยเพิ่มขึ้นรายเดือนเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี ซึ่งบ่งชี้ว่าราคาบ้านอาจจะเริ่มมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ดัชนีราคาบ้านใน 20 เขตเมืองเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค. หลังจากลดลง 0.6% ในเดือนเม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่า ราคาบ้านจะลดลง 0.5% ในเดือนพ.ค. และเมื่อเทียบเป็นรายปี ราคาบ้านลดลง 17.1% ในเดือนพ.ค.ปีนี้ เมื่อเทียบกับที่ลดลง 18.1% ในเดือนพ.ค.ปี 2551 ส่วนยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.พุ่งขึ้น 11% แตะที่ 384,000 ยูนิตต่อปี จากเดือนพ.ค.ที่ 346,000 ยูนิตต่อปี ส่วนราคากลางของบ้านอยู่ที่ 206,200 ดอลลาร์ ลดลง 12% จากปีที่แล้ว ทั้งนี้ แม้อัตราว่างงานจะยังพุ่งสูงขึ้น แต่ราคาบ้านที่ลดลงและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่ในระดับต่ำเริ่มดึงดูดผู้ซื้อให้หันมาซื้อบ้านมากขึ้น หุ้นออฟฟิศ ดีโปท์ ปิดร่วง 18.1% หุ้นโคชปิดลบ 38 เซนต์ แตะที่ 28.05 ดอลลาร์ ส่วนหุ้นเท็กซ์ตรอนปิดพุ่ง 17.6% หุ้นไอบีเอ็มปิดลบ 35 เซนต์ แตะที่ 117.28 ดอลลาร์ และหุ้นเอสพีเอสเอสปิดพุ่ง 40.9% ส่วนหุ้นสปรินท์ เน็กซ์เทล คอร์ป ปิดบวก 4 เซนต์ ปิดที่ 4.59 ดอลลาร์ และหุ้นเวอร์จิ้น โมบาย ปิดบวก 25.4%

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: น้ำมันดิบปิดร่วง $1.15 เหตุวิตกศก.ถดถอยฉุดดีมานด์พลังงาน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 49 นาทีที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (28 ก.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่าดีมานด์พลังงานอาจซบเซาลงหลังจากสหรัฐเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอ นอกจากนี้ นักลงทุนยังผิดหวังต่อผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่อย่าง บีพี พร้อมกับจับตาดูตัวเลขจ้างงานเดือนก.ค.และรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 1.15 ดอลลาร์ หรือ 1.68% ปิดที่ 67.23 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 66.48-68.86 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนส.ค.ร่วงลง 3.19 เซนต์ ปิดที่ 1.7647 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 2.41 เซนต์ ปิดที่ 1.9106 ดอลลาร์/แกลลอน ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 93 เซนต์ หรือ 1.31% ปิดที่ 69.88 ดอลลาร์/บาร์เรล จิม ริทเทอร์บุช นักวิเคราะห์จาก Ritterbuschand Associates กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า นักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงหลายวันติดต่อกัน และหลังจากสำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมิ.ย.ของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุด บริษัท บีพี ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลกรายงานว่า ผลกำไรไตรมาส 2 ดิ่งลง 53% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกถดถอยได้ฉุดดีมานด์เชื้อเพลิงหดตัวลงด้วย โดยกำไรสุทธิไตรมาส 2 ของบีพี อยู่ที่ 4.39 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากระดับ 9.36 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว โคลิน มอร์ตัน นักวิเคราะห์จาก BWD Rensburg กล่าวว่า บีพี ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายแรกในยุโรปที่รายงานผลประกอบการ กำลังดำเนินการลดต้นทุนและกระตุ้นผลผลิตเป็นเวลาเกือบ 2 ปี เพื่อให้สามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง โดยบีพีเตรียมเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันในปีนี้ หลังจากการผลิตที่อ่าวเม็กซิโกชะลอตัวลงในช่วงก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผลประกอบการของบริษัทพลังงานรายอื่นๆจะทรุดตัวลงด้วย โดยคาดว่าผลประกอบการของบริษัท รอยัล ดัทช์ เชลล์ ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป จะดิ่งลง 69% แตะระดับ 2.42 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ผลประกอบการของเอ็กซอน โมบิล คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่สุดของสหรัฐ จะอยู่ที่ 93 เซนต์ต่อหุ้น นักลงทุนในตลาดน้ำมันนิวยอร์กจับตาดูความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการกำกับดูแลการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดล่วงหน้าของสหรัฐ (CFTC) หลังจากประธาน CFTC ระบุว่า มีการเก็งกำไรอย่างหนักหน่วงในตลาดน้ำมัน และ CFTC เตรียมพิจารณาว่ารัฐบาลควรจำกัดจำนวนการซื้อขายสัญญาน้ำมันดิบ NYMEX และสัญญาน้ำมันประเภทอื่นๆของเทรดเดอร์ที่เข้ามาแสวงหาการเก็งกำไรในขณะนี้หรือไม่ นอจากนี้ นักลงทุนจับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในคืนวันพุธตามเวลาประเทศไทย โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 300,000 บาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นอาจเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินจะลดลง 600,000 บาร์เรล ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันอาจลดลง 0.2%

ตลาดหุ้นยังร้อนแรงไม่หยุด บริษัทจีนขายไอพีโอครั้งใหญ่สุดในโลก
หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น สรุปข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ -- 2 ชั่วโมง 30 นาทีที่แล้ว
ข้อมูลจากสหรัฐ และมุมมองในด้านบวกเกี่ยวกับรายได้บริษัท ทำให้หุ้นทั่วโลกดีดตัวต่อ โดยเมื่อวานนี้พุ่งสูงสุดในรอบ 9 เดือน ขณะที่นักลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่จดจ่อรอการขายไอพีโอครั้งใหญ่สุดในโลกสำหรับปีนี้จากบริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่นเอ็นจิเนียริ่ง คอร์ป ในวันนี้

ผู้ค้าทุกราย ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกประเภท 80 สต./ลิตร มีผลพรุ่งนี้
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 13 ชั่วโมง 21 นาทีที่แล้ว
ผู้ค้าน้ำมันทุกรายประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศทุกชนิดอีก 80 สตางค์/ลิตร โดยมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันพรุ่งนี้(29 ก.ค.) เป็นต้นไป ทั้งนี้ จะส่งผลให้ราคาน้ำมันตามสถานีบริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล วันพรุ่งนี้เป็นดังนี้ เบนซิน 91 ลิตรละ 34.14 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 30.54 บาท, แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 29.74 บาท และดีเซล ลิตรละ 28.09 บาท
ด้านนายวิทยา หวังจิตรารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ตลาดขายปลีก หน่วยธุรกิจน้ำมัน บมจ.ปตท.(PTT)เปิดเผยว่า จากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น โดยยอดขายบ้านมือสองในเดือน มิ.ย.52 ที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 11% และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้จะมีปริมาณลดลง รวมถึงการอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องของเงินเหรียญสหรัฐฯ ทำสถิติต่ำที่สุดในรอบ 7 สัปดาห์ ประกอบกับเหตุการณ์ความไม่สงบในไนจีเรียยังคงลุกลามจนอาจกลายเป็นความขัดแย้งทางศาสนา ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 68.65 ดอลลาร์/บาร์เรล, เบนซิน 95 สิงคโปร์เพิ่มขึ้นอีก 5.2 ดอลลาร์/บาร์เรล (ประมาณ 1.14 บาท) มาอยู่ที่ 78.32 ดอลลาร์/บาร์เรล และน้ำมันดีเซลราคาสูงขึ้นอีก 4.3 ดอลลาร์/บาร์เรล (ประมาณ 0.95 บาท) มาอยู่ที่ 76.73 ดอลลาร์/บาร์เรล ปตท.จึงมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซล 80 สตางค์/ลิตร ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป

ครม.ขยายเวลาโครงการสถาบันเกษตรฯแก้ปัญหาราคายางตกต่ำไปอีก 1 ปี
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 13 ชั่วโมง 41 นาทีที่แล้ว
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้เห็นชอบขยายโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพิ่มมูลค่า เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ จากเดิม 31 ธ.ค. 52 เป็น 31 ธ.ค. 53 ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติเสนอ
การขยายระยะเวลาโครงการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางเพิ่มมูลค่า เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ เนื่องจากพบว่ามีปัญหาและความล่าช้าในการดำเนินโครงการเกี่ยวกับขั้นตอนการพิจารณา การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการบริหารและปฏิบัติงาน รวมถึงการอนุมัติเงิน ทำให้ผลการดำเนินโครงการ มีความคืบหน้าน้อยมาก

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง $14.40 หลังความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐหดตัว
Wednesday, July 29, 2009 07:19:00
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (28 ก.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอของสหรัฐที่ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาอาจฉุดดีมานด์สินค้าโภคภัณฑ์ที่รวมถึงทองคำ ให้อ่อนแอลงด้วยสัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดที่ 939.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ดิ่งลง 14.40 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 933.80-956.80 ดอลลาร์ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 13.74 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 25.00 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนก.ย.ลดลง 2.45 เซนต์ ปิดที่ 2.5205 ดอลลาร์/ปอนด์ส่วนสัญญาพลาตินัมเดือนต.ค.ปิดที่ 1,196.60 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 25.90 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมเดือนก.ย.ปิดที่ 260.00 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 3.95 ดอลลาร์บลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำอย่างหนักหลังจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และหลังจากสำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมิ.ย.ของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุดนอกจากนี้ ตลาดทองคำ COMEX ยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องผลประกอบการของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่อย่าง บีพี โดยบีพีรายงานว่าผลกำไรไตรมาส 2 ดิ่งลง 53% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกถดถอยได้ฉุดดีมานด์เชื้อเพลิงหดตัวลงด้วย โดยกำไรสุทธิไตรมาส 2 ของบีพี อยู่ที่ 4.39 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากระดับ 9.36 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์พุ่งเทียบยูโร หลังความเชื่อมั่นอ่อนแอหนุนนลท.ทุ่มซื้อดอลล์
Wednesday, July 29, 2009 07:48:00
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 ก.ค.) เนื่องจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอของสหรัฐได้กระตุ้นนักลงทุนให้เข้าซื้อดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงตัวเลขจีดีพีและยอดซื้อสินค้าคงทนค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.55% เมื่อเทียบกับยูโรที่ระดับ 1.4165 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับของวันจันทร์ที่ 1.4244 ยูโร/ดอลลาร์ และพุ่งขึ้น 0.35% เมื่อเทียบกับปอนด์ที่ระดับ 1.6432 ปอนด์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.6490 ปอนด์/ดอลลาร์ค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น 0.58% เมื่อเทียบกับเงินฟรังค์สวิสที่ระดับ 1.0757 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0694 ฟรังค์/ดอลลาร์ แต่อ่อนตัวลง 0.58% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 94.630 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 95.180 เยน/ดอลลาร์ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 0.56% แตะที่ 0.8273 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.8227 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และดอลลาร์นิวซีแลนด์พุ่งขึ้น 0.24% แตะที่ 0.6584 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.6568 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ไมเคิล วูลฟอล์ค นักวิเคราะห์ด้านปริวรรตเงินตราจากแบงค์ ออฟ นิวยอร์ก เมลลอน กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หลังจากสำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยเอกชนของสหรัฐรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมิ.ย.ของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุด"ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าการถือครองสกุลเงินดอลลาร์เป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในยามที่เศรษฐกิจผันผวน และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ร่วงลงอย่างหนักในเดือนก.ค.สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความวิตกกังวลต่ออัตราว่างงานที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดการณ์ว่าอัตราว่างงานจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 10% ในไม่ช้านี้" วูลฟอล์คกล่าวเฟดระบุว่า การซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศหดตัวลง 26.3% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ แตะที่ระดับ 5.27 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.ปี 2548นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพุธ กระทรวงพาณิชย์จะรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย. และเฟดจะเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Bookวันพฤหัสบดี กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขั้นต้นประจำไตรมาส 2
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดร่วง 57.29 จุด หลังผลประกอบการ "บีพี" ทรุดหนัก
Wednesday, July 29, 2009 08:00:00
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (28 ก.ค.) หลังจากบีพี บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ รายงานผลประกอบการที่ทรุดฮวบลงอย่างหนัก และการร่วงลงของหุ้นบีพีเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดดัชนี FTSE 100 ดิ่งลงด้วย นอกจากนี้ ตลาดหุ้นลอนดอนยังได้รับปัจจัยลบจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอของสหรัฐสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 57.29 จุด แตะที่ 4,528.84 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,520.26-4,616.44 จุดดัชนี FTSE 100 ดิ่งลงอย่างหนัก หลังจากบริษัท บีพี ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลกรายงานว่า ผลกำไรไตรมาส 2 ดิ่งลง 53% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกถดถอยได้ฉุดดีมานด์เชื้อเพลิงหดตัวลงด้วย โดยกำไรสุทธิไตรมาส 2 ของบีพี อยู่ที่ 4.39 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากระดับ 9.36 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้วโคลิน มอร์ตัน นักวิเคราะห์จาก BWD Rensburg กล่าวว่า บีพี ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายแรกในยุโรปที่รายงานผลประกอบการ กำลังดำเนินการลดต้นทุนและกระตุ้นผลผลิตเป็นเวลาเกือบ 2 ปี เพื่อให้สามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง โดยบีพีเตรียมเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันในปีนี้ หลังจากการผลิตที่อ่าวเม็กซิโกชะลอตัวลงในช่วงก่อนหน้านี้นอกจากนี้ ตลาดหุ้นลอนดอนยังได้รับปัจจัยลบหลังจากสำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมิ.ย.ของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับ 46.6 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 49.3 จุด และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 49 จุดทั้งนี้ หุ้นบีพีดิ่งลง 3.1% ส่วนหุ้นพลังงานตัวอื่นๆนั้น หุ้นบีจี กรุ๊ป ปิดร่วง 1.1% หุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ปิดลบ 1.4% หุ้นทุลโลว์ ออยล์ ปิดร่วง 1.8% และหุ้นเคร์น เอ็นเนอร์จี ปิดร่วง 2 ส่วนหุ้นเอ็กสตราต้า ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองรายใหญ่ของโลก ปิดร่วง 6.5% หลังจากนักวิเคราะห์ของยูบีเอส ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนลงสู่ระดับ “neutral" จากเดิมที่ระดับ “buy"
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิเปิดตลาดร่วง 51.35 จุด หลังเย็นแข็งฉุดหุ้นส่งออกดิ่ง
Wednesday, July 29, 2009 08:29:56
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดร่วงลงในวันนี้ เนื่องจากสกุลเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นได้ฉุดหุ้นกลุ่มส่งออกร่วงลง ขณะที่นักลงทุนจับตาดูผลประกอบการของบริษัทเอกชนญี่ปุ่น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอของสหรัฐสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดร่วงลง 51.35 จุด แตะที่ 10,035.91 จุดหุ้นกลุ่มส่งออกถูกเทขายหลังจากค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 95 เยนต่อดอลลาร์ ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มหลักทรัพย์ และกลุ่มบริษัทผลิตแก้วและเซรามิก ดิ่งลงเช่นกัน ส่วนหุ้นกลุ่มเหล็กและสินแร่เหล็ก กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มคลังสินค้า ดีดตัวขึ้นนักลงทุนจับตาดูรายงานผลประกอบการของบริษัทญี่ปุ่น รวมถึง นิสสัน มอเตอร์ และโตชิบ้า ในสัปดาห์นี้
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดตลาดอ่อนตัว 0.53% เหตุวิตกหุ้นไอพีโอบริษัทก่อสร้าง
Wednesday, July 29, 2009 08:51:2
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดตลาดวันนี้อ่อนตัวลง เนื่องจากตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับการเปิดซื้อขายหุ้นไอพีโอจำนวนมหาศาลของบริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตอ่อนตัวลง 0.53% แตะ 3,419.99 จุด ส่วนดัชนีหุ้นเสิ่นเจิ้นลบ 0.42% แตะ 13,778.58 จุด บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่สุดของจีน วางแผนระดมทุนถึง 5.02 หมื่นล้านหยวน หรือ 7.2 พันล้านดอลลาร์ในการซื้อขายหุ้นไอพีโอครั้งใหญ่สุดของโลกนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2551
--อินโฟเควสท์--
Read More

28 July 2009

News Update : 28/07/2009

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 15.27 จุด หลังสหรัฐเผยยอดขายบ้านเพิ่มขึ้น
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 52 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดแกว่งตัวผันผวนตลอดทั้งวันหลังจากทางการสหรัฐและภาคเอกชนของสหรัฐรายงานผลประกอบการที่มีทั้งบวกและลบคละเคล้ากันไป รวมถึงบริษัท เวริซอน คอมมูนิเคชัน, บริษัท เอ็ทนา อิงค์ และบริษัท คอร์นนิ่ง อิงค์ ที่รายงานผลประกอบการต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 15.27 จุด หรือ 0.2% แตะที่ 9,108.51 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดขยับขึ้น 2.92 จุด หรือ 0.3% แตะที่ 982.18 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 1.93 จุด หรือ 0.1% แตะที่ 1,967.89 จุด ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1 พันล้านหุ้น แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบอยู่ราว 2 ต่อ 1 ไรอัน เอฟ เรย์โนลด์ นักวิเคราะห์จาก WJB Capital Group กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า แม้ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงปิดในแดนบวก แต่ตลาดแกว่งตัวตลอดทั้งวันเนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากเทขายทำกำไรเพราะผิดหวังต่อผลประกอบการที่ต่ำเกินคาดของ เวริซอน คอมมูนิเคชั่น, เอ็ทนา อิงค์ และคอร์นนิ่ง อิงค์ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่าผลประกอบการของบริษัทอื่นๆที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า จะอ่อนแอด้วย ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.พุ่งขึ้น 11% แตะที่ 384,000 ยูนิตต่อปี จากเดือนพ.ค.ที่ 346,000 ยูนิตต่อปี ส่วนราคากลางของบ้านอยู่ที่ 206,200 ดอลลาร์ ลดลง 12% จากปีที่แล้ว แซ็ค พันเดิล นักวิเคราะห์จากบริษัท โนมูระ ซีเคียวริตีส์ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ ในนิวยอร์ก กล่าวว่า แม้อัตราว่างงานจะยังพุ่งสูงขึ้น แต่ราคาบ้านที่ลดลงและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่ในระดับต่ำเริ่มดึงดูดผู้ซื้อให้หันมาซื้อบ้านมากขึ้น นอกจากนั้นหลายฝ่ายยังคาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งรุนแรงสุดในรอบ 50 ปีอาจสิ้นสุดลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากวิกฤตในตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาคการผลิตเริ่มบรรเทาเบาบางลงแล้ว นักลงทุนจับตาดูข่าวที่ว่ารัฐบาลสหรัฐเตรียมขายพันธบัตรระยะยาวในวงเงินที่สูงเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะระดมทุนกว่าแสนล้านดอลลาร์เพื่อนำมาใช้รองรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม ซึ่งพันธบัตรชุดดังกล่าวเป็นพันธบัตรประเภทรับประกันเงินเฟ้อ (TIPS) วงเงินรวม 1.15 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าสถิติรายสัปดาห์ที่ทำไว้ที่ 1.04 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าการเปิดประมูลพันธบัตรในครั้งนี้จะส่งผลให้รัฐบาลสามารถระดมเม็ดเงินใหม่ได้ราว 9.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หุ้นเรดิโอชาร์ค คอร์ป ปิดร่วง 6.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรที่ต่ำเกินคาด ขณะที่หุ้นเอ็ทนาปิดลบ 2.7% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรดิ่งลง 28% และยังปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาส 3 หุ้นคอร์นนิ่งปิดลบ 2.9% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ และหุ้นโฮวาเนียน เอนเตอร์ไพรซ์ ปิดบวก 9.1%

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองคำปิดบวกตามตลาดหุ้น หลังสหรัฐเผยยอดขายบ้านสดใส
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 5 นาทีที่แล้ว
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาด รวมถึงรายงานยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการปิดบวกอย่างต่อเนื่องของตลาดหุ้นนิวยอร์ก
สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดที่ 953.50 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.40 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 960.00-947.80 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 13.99 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 11.50 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนก.ย.ปิดบวก 2.3 เซนต์ ปิดที่ 2.5450 ดอลลาร์/ปอนด์ ส่วนสัญญาพลาตินัมเดือนต.ค.ปิดที่ 1,222.50 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 31.10 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 263.95 ดอลลาร์/ออนซ์ พุ่งขึ้น 2.50 ดอลลาร์ สตีเฟ่น แพลทส์ นักวิเคราะห์จาก Archer Financial Services กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า ตลาดทองคำยังคงมองหาปัจจัยใหม่ๆเข้ามาชี้นำ ซึ่งในขณะนี้มีเพียงการปรับตัวตามความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยเมื่อคืนนี้ สัญญาทองคำดีดตัวขึ้นขานรับการเดินหน้าของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.พุ่งขึ้น 11% แตะที่ 384,000 ยูนิตต่อปี จากเดือนพ.ค.ที่ 346,000 ยูนิตต่อปี ส่วนราคากลางของบ้านอยู่ที่ 206,200 ดอลลาร์ ลดลง 12% จากปีที่แล้ว นักวิเคราะห์จากสแตนดาร์ด แบงค์ คาดการณ์ว่า ช่วงขาขึ้นของราคาทองคำอาจชะลอตัวลงในเร็วๆนี้ หลังจากราคาทองดีดตัวขึ้นแตะแนวต้านเส้นสำคัญที่ระดับ 965.25 ดอลลาร์ และ 995 ดอลลาร์เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งถือเป็นแนวต้านในระยะสั้นและระยะกลาง "ก่อนหน้านี้เรากำหนดแนวรับของราคาทองคำไว้ที่ 937-932 ดอลลาร์ แต่ราคาทองคำแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถดีดตัวได้เหนือระดับ 965.25 ดอลลาร์เพราะได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ แต่เมื่อไม่นานมานี้ทองคำได้ทะยานขึ้นไปแตะแนวต้านเส้นสำคัญที่ 965.25 ดอลลาร์ และ 995 ดอลลาร์เมื่อไม่นานมานี้ จึงอาจทำให้ราคาทองมีแนวโน้มแผ่วลงในไม่ช้านี้" ดาร์ราน เกรแฮม นักวิเคราะห์จากสแตนดาร์ด แบงค์กล่าว

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์ร่วงเทียบยูโร,ปอนด์ ขณะนลท.จับตาสหรัฐเปิดประมูลพันธบัตร
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 36 นาทีที่แล้ว
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) เนื่องจากยอดขายบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดทำให้นักลงทุนเทขายดอลลาร์สหรัฐและหันเข้าเทรดในตลาดหุ้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูการประมูลพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐ และข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้
ค่าเงินยูโรดีดขึ้น 0.25% แตะที่ 1.4237 ดอลลาร์/ยูโร จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.4202 ดอลลาร์/ยูโร และค่าเงินปอนด์พุ่งขึ้น 0.39% แตะที่ 1.6492 ดอลลาร์/ปอนด์ จากระดับ 1.6428 ดอลลาร์/ปอนด์ ค่าเงินดอลลาร์ร่วลง 0.13% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 1.0700 ฟรังค์/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0714 ฟรังค์/ดอลลาร์ แต่ดีดตัวขึ้น 0.40% เมื่อเทียบกับเยนที่ 95.150 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 94.770 เยน/ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 0.70% แตะที่ 0.8228 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย จากระดับ 0.8171 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์ออสเตรเลีย และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ขยับขึ้น 0.11% แตะที่ 0.6562 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ จากระดับ 0.6555 ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์ วิน ติน นักวิเคราะห์ด้านปริวรรตเงินตราจาก Brown Brothers Harriman กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า ยอดขายบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐกระตุ้นนักลงทุนให้เทขายดอลลาร์และหันเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กอย่างคึกคัก เพราะมองว่าเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นก็อาจทำให้ดอลลาร์ไม่ใช่แหล่งการลงทุนที่ปลอดความเสี่ยงอีกต่อไป กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.พุ่งขึ้น 11% แตะที่ 384,000 ยูนิตต่อปี จากเดือนพ.ค.ที่ 346,000 ยูนิตต่อปี ส่วนราคากลางของบ้านอยู่ที่ 206,200 ดอลลาร์ ลดลง 12% จากปีที่แล้ว ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโกรายงานว่า ดัชนีการผลิตเขตมิดเวสต์ร่วงลง 0.3% แตะระดับ 78.1 จุดในเดือนมิ.ย.ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2536 เพราะได้รับแรงกดดันจากความอ่อนแอของยอดการผลิตเครื่องจักร โดยดัชนีร่วงลงจากระดับ 78.3 ในเดือนพ.ค. นักลงทุนจับตาดูข่าวที่ว่ารัฐบาลสหรัฐเตรียมขายพันธบัตรระยะยาวในวงเงินที่สูงเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะระดมทุนกว่าแสนล้านดอลลาร์เพื่อนำมาใช้รองรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม ซึ่งพันธบัตรชุดดังกล่าวเป็นพันธบัตรประเภทรับประกันเงินเฟ้อ (TIPS) วงเงินรวม 1.15 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าสถิติรายสัปดาห์ที่ทำไว้ที่ 1.04 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าการเปิดประมูลพันธบัตรในครั้งนี้จะส่งผลให้รัฐบาลสามารถระดมเม็ดเงินใหม่ได้ราว 9.3 หมื่นล้านดอลลาร์

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX: แรงซื้อหนุนน้ำมันดิบปิดบวกแตะ $68.38
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 27 นาทีที่แล้ว
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังเข้าซื้อเก็งกำไรสัญญาน้ำมันหลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกินคาด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงวิตกกังวลเรื่องผลประกอบการของภาคเอกชน หลังจากบริษัทหลายแห่งรายงานผลประกอบการที่ต่ำเกินคาด
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 33 เซนต์ ปิดที่ 68.38 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในกรอบ 68.45-68.38 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินเดือนส.ค.ปิดบวก 1.88 เซนต์ แตะที่ 1.9347 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์เดือนส.ค.ปิดบวก 1.53 เซนต์ แตะที่ 1.7966 ดอลลาร์/แกลลอน ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนก.ย.ปิดบวก 49 เซนต์ หรือ 0.7% แตะที่ 70.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ฟิล ไฟนน์ นักวิเคราะห์จาก Alaron Trading กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังคงคึกคักเพราะได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ทะยานขึ้นต่อเนื่องจนถึงเมื่อคืนนี้ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.พุ่งขึ้น 11% แตะที่ 384,000 ยูนิตต่อปี จากเดือนพ.ค.ที่ 346,000 ยูนิตต่อปี ส่วนราคากลางของบ้านอยู่ที่ 206,200 ดอลลาร์ ลดลง 12% จากปีที่แล้ว แม้อัตราว่างงานจะยังพุ่งสูงขึ้น แต่ราคาบ้านที่ลดลงและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่ในระดับต่ำเริ่มดึงดูดผู้ซื้อให้หันมาซื้อบ้านมากขึ้น นอกจากนั้นหลายฝ่ายยังคาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งรุนแรงสุดในรอบ 50 ปีอาจสิ้นสุดลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากวิกฤตในตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาคการผลิตเริ่มบรรเทาเบาบางลงแล้ว นักวิเคราะห์จับตาดูรายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ของสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 300,000 บาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นอาจเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินจะลดลง 600,000 บาร์เรล ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันอาจลดลง 0.2%

กระทิงบุกตลาดหุ้นทั่วโลก หุ้นเอเชียพุ่งต่อเป็นวันที่เก้า ราคาน้ำมันใกล้70 ดอลลาร์
หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น สรุปข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ -- 3 ชั่วโมง 12 นาทีที่แล้ว
ตลาดหุ้นทั่วโลกคักคัก หุ้นเอเชียพุ่งขึ้นเป็นวันที่ 9 ในรอบ 10 วัน นักลงทุนยังคงโฟกัสแรงส่งในด้านบวกของกำไรบริษัท แม้จะมีความวิตกอยู่บ้างว่า การดีดตัวของหุ้นในรอบนี้กำลังล้ำหน้าแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะยาว การดีดตัวของหุ้น ประกอบกับการอ่อนตัวของดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งใกล้ 70 เหรียญแล้ว


ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: แรงซื้อหุ้นเหมือง หนุนฟุตซี่ปิดบวก 9.52 จุด
Tuesday, July 28, 2009 08:02:00
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) จากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากยอดขายบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 9.52 จุด หรือ 0.21% แตะที่ 4,586.13 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,553.09-4,615.12 จุดภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนคึกคักขึ้นหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.พุ่งขึ้น 11% แตะที่ 384,000 ยูนิตต่อปี จากเดือนพ.ค.ที่ 346,000 ยูนิตต่อปี ส่วนราคากลางของบ้านอยู่ที่ 206,200 ดอลลาร์ ลดลง 12% จากปีที่แล้วนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเหมืองแร่อย่างคักคัก โดยหุ้นลอนมิน ซึ่งเป็นบริษัทผลิตพลาตินัมรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก พุ่งขึ้น 4.7% หลังจากบริษัท แองโกล พลาตินัม ซึ่งเป็นบริษัทลูกของแองโกล อเมริกัน คาดการณ์ว่าราคาพลาตินัมจะพุ่งขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ส่วนหุ้นอันโตฟากัสต้า ซึ่งเป็นเจ้าของเหมืองทองแดงหลายแห่งในชิลี ปิดบวก 2.3% และหุ้นคาซัคมิสปิดบวก 4.4%ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปิดบวกเช่นกัน โดยหุ้นบีพีปิดบวก 1.1% หุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ปิดบวก 1.5% และหุ้นทุลโลว์ ออยล์ไต่ขึ้น 1.6%อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ฉุดหุ้นสายการบินดิ่งลง โดยหุ้นบริติช แอร์เวย์ส ปิดร่วง 3.4% หุ้นอีซีเจ็ทปิดลบ 2.9% และหุ้นไรอันแอร์ปิดลบ 8.5%
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิเปิดตลาดบวก 28.23 จุดขานรับยอดขายบ้านสหรัฐสดใส

Tuesday, July 28, 2009 08:43:38
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดบวกในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากมีรายงานว่ายอดขายบ้านใหม่ในสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาด อย่างไรก็ตาม ตลาดเปิดบวกไม่มากนักเนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรและมีท่าทีระมัดระวังหลังจากดัชนีนิกเกอิทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงติดต่อกัน 9 วันทำการสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดบวก 28.23 จุด แตะที่ 10,116.89 จุดโบรกเกอร์กล่าวว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.พุ่งขึ้น 11% แตะที่ 384,000 ยูนิตต่อปี จากเดือนพ.ค.ที่ 346,000 ยูนิตต่อปี ส่วนราคากลางของบ้านอยู่ที่ 206,200 ดอลลาร์ ลดลง 12% จากปีที่แล้วทั้งนี้ หุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มอาหาร กลุ่มเหล็กและสินแร่เหล็ก ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้านี้ แต่หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ กลุ่มขนส่งทางทะเล และกลุ่มเซรามิก ร่วงลง
--อินโฟเควสท์--

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ
Tuesday, July 28, 2009 08:59:44
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดแกว่งตัวผันผวนตลอดทั้งวันหลังจากทางการสหรัฐและภาคเอกชนของสหรัฐรายงานผลประกอบการที่มีทั้งบวกและลบคละเคล้ากันไป รวมถึงบริษัท เวริซอน คอมมูนิเคชัน, บริษัท เอ็ทนา อิงค์ และบริษัท คอร์นนิ่ง อิงค์ ที่รายงานผลประกอบการต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 15.27 จุด หรือ 0.2% แตะที่ 9,108.51 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดขยับขึ้น 2.92 จุด หรือ 0.3% แตะที่ 982.18 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 1.93 จุด หรือ 0.1% แตะที่ 1,967.89 จุด-- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังเข้าซื้อเก็งกำไรสัญญาน้ำมันหลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกินคาด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงวิตกกังวลเรื่องผลประกอบการของภาคเอกชน หลังจากบริษัทหลายแห่งรายงานผลประกอบการที่ต่ำเกินคาดสัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 33 เซนต์ ปิดที่ 68.38 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในกรอบ 68.45-68.38 -- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาด รวมถึงรายงานยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการปิดบวกอย่างต่อเนื่องของตลาดหุ้นนิวยอร์กสัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดที่ 953.50 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.40 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 960.00-947.80 ดอลลาร์-- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) เนื่องจากยอดขายบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดทำให้นักลงทุนเทขายดอลลาร์สหรัฐและหันเข้าเทรดในตลาดหุ้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูการประมูลพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐ และข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรดีดขึ้น 0.25% แตะที่ 1.4237 ดอลลาร์/ยูโร จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.4202 ดอลลาร์/ยูโร และค่าเงินปอนด์พุ่งขึ้น 0.39% แตะที่ 1.6492 ดอลลาร์/ปอนด์ จากระดับ 1.6428 ดอลลาร์/ปอนด์-- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) จากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากยอดขายบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 9.52 จุด หรือ 0.21% แตะที่ 4,586.13 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,553.09-4,615.12 จุด
--อินโฟเควสท์--

ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลบ 0.03% เช้านี้ สวนทางตลาดหุ้นเอเชีย
Tuesday, July 28, 2009 09:01:14
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดตลาดวันนี้อ่อนตัวลงเล็กน้อย สวนทางตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตอ่อนตัวลงเล็กน้อย 0.03% แตะ 3,434.32 จุด ส่วนดัชนีหุ้นเสิ่นเจิ้น บวก 0.31% แตะ 13,785.85 จุด
--อินโฟเควสท์--


ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งบวก 10.32 จุด ตามดาวโจนส์
Tuesday, July 28, 2009 09:04:30
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดวันนี้ขยับสูงขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งบวก 10.32 จุด หรือ 0.05% แตะ 20,261.94 จุด
--อินโฟเควสท์--

สหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.พุ่งสูงสุดในรอบ 8 ปีที่ 11%
Tuesday, July 28, 2009 09:07:46
ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐในเดือนมิ.ย.พุ่งสูงสุดในรอบ 8 ปีที่ 11% ซึ่งถือเป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่ตอกย้ำให้เห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เคยเลวร้ายถึงขีดสุดนับตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่นั้นเริ่มกลับมามีเสถียรภาพแล้วกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดขายบ้านใหม่ในเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้นแตะที่ 384,000 ยูนิตต่อปี ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์จากโพลล์ของบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. ขณะที่จำนวนบ้านในตลาดอสังหาริมทรัพย์ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปีนักวิเคราะห์จากดอยช์แบงก์ ซีเคียวริตี้ และโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์กล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศด้านการสร้างบ้านที่ดีขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจจะเริ่มขยายตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่มูลค่าในตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ส่วนอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสองปัจจัยนี้จะเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ"เราผ่านพ้นจุดต่ำสุดของวิกฤตไปแล้ว แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเปราะบาง" โจเซฟ ลาวอร์คนา นักวิเคราะห์จากดอยช์แบงก์ ซีเคียวริตี้ ในนิวยอร์กกล่าว "ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ราคาบ้านจะลดลงถึงจุดต่ำสุด ซึ่งเราคาดว่าอาจต้องรอถึง 3-6 เดือนข้างหน้า"อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์รายงานในก่อนหน้านี้ว่ายอดการเริ่มก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 582,000 ยูนิตในเดือนมิ.ย.ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. ทั้งนี้ รีเบคก้า แบลงก์ รองเลขาธิการฝ่ายกิจการเศรษฐกิจในสังกัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ยอดขายบ้านใหม่ที่ถีบตัวสูงขึ้นแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว
--อินโฟเควสท์--

เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ 33.96/97 ทรงตัวใกล้เคียงปิดตลาดวานนี้
Tuesday, July 28, 2009 09:08:34
นักบริหารเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.96/97 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวอยู่ในกรอบแคบๆ ใกล้เคียงกับช่วงปิดตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.95/34.00 บาท/ดอลลาร์ แนวโน้มมีโอกาสแข็งค่าอีกเล็กน้อย"(เงินบาท)ยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ไม่ค่อยมีข่าวอะไรออกมากระแทกตลาดเท่าไหร่ ถือว่าค่อนข้างนิ่ง" นักบริหารเงิน กล่าวเงินบาทยังมีทิศทางการปรับตัวไปตามตลาดภูมิภาคที่เงินสกุลต่างๆ ค่อนข้างทรงตัวเช่นกัน แม้จะมีข่าวออกมาเรื่อยๆ แต่เป็นเรื่องที่ตลาดรับรู้และเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่มากส่วนความเคลื่อนไหวของค่าเงินสกุลหลักต่างประเทศช่วงเช้านี้ เงินเยนอยู่ที่ 95.05/08 เยน/ดอลลาร์ ทรงตัวใกล้เคียงกับเย็นวานนี้ที่ระดับ 95.00/20 เยน/ดอลลาร์ ขณะที่เงินยูโรอยู่ที่ 1.4233/4238 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.4260/4280 ดอลลาร์/ยูโรสำหรับความเคลื่อนไหววันนี้ คาดว่าเงินบาทจะอยู่ในกรอบระหว่าง 33.95-34.00 บาท/ดอลลาร์
--อินโฟเควสท์--
Read More

27 July 2009

News Update : 27/07/2009

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 37 นาทีที่แล้ว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ก.ค.) โดยมีหุ้นกลุ่มพลังงานไต่ระดับขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยบดบังปัจจัยลบจากไมโครซอฟท์ คอร์ป และอเมซอนดอทคอม อิงค์ ซึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาสสองที่ตกต่ำลงจนสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 23.95 จุด หรือ 0.3% ปิดที่ 9,093.24 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 2.97 จุด หรือ 0.3% ปิดที่ 979.26 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 7.64 จุด หรือ 0.4% แตะที่ 1,965.96 จุด สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 68 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้นหลังตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกแข็งแกร่งตลอดสัปดาห์ ขณะที่ภาคเอกชนส่วนใหญ่รายงานผลประกอบการที่สดใสในช่วงไตรมาสสอง สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ปิดที่ 68.05 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในกรอบ 66.85-68.08 ดอลลาร์ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ก.ค.) ท่ามกลางความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่ออกมาในแง่บวก ทำให้นักลงทุนปลีกตัวไปซื้อขายในตลาดหุ้น รวมถึงต้องการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.5% เมื่อเทียบกับเงินยูโรที่ระดับ 1.4214 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับสูงสุดของวันพฤหัสบดีที่ 1.4291 ยูโร/ดอลลาร์ และร่วงลง 0.2% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 94.76 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 94.92 เยน/ดอลลาร์ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 1.0701 ฟรังก์สวิส/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0719 ฟรังก์สวิส/ดอลลาร์ ส่วนเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 134.70 เยน/ยูโร จากระดับ 134.30 เยน/ยูโร สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อขายในตลาดหุ้นและตลาดน้ำมันและพากันลดการถือครองสัญญาทองคำท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ค่อนข้างเงียบเหงาในวันสุดท้ายของปลายสัปดาห์ หลังจากที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดที่ 953.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 1.70 ดอลลาร์ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ก.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างคึกคักหลังจากที่โวดาโฟน กรุ๊ป บริษัทโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในโลกเปิดเผยยอดขายไตรมาสแรกที่สดใส ซึ่งช่วยหนุนให้ดัชนี FTSE ไต่ขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ดัชนี FTSE 100 เพิ่มขึ้น 16.81จุด หรือ 0.4 % แตะที่ 4,576.61 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์คาด GDP ไตรมาส 2 สหรัฐหดตัวน้อยลง หลังรัฐบาลใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง 12 นาทีที่แล้ว
นักวิเคราะห์ที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กสำรวจความคิดเห็น คาดการณ์ว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ของสหรัฐจะหดตัวน้อยลง เนื่องจากตัวเลขการค้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐสามารถชดเชยการทรุดตัวลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ของสหรัฐจะหดตัวลง 1.5% หลังจากทรุดตัวลง 5.5% ในไตรมาสแรก โจเอล นารอฟฟ์ หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Naroff Economic Advisors Inc "ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐเริ่มทุเลาลง เราคาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มหดตัวน้อยลงในไตรมาสที่ 2 และจากนั้นจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐเริ่มมีเสถียรภาพขึ้น โดยเฉพาะยอดขายบ้านที่ปรับตัวขึ้นติดต่อกันถึง 3 เดือน นอกจากนี้ ความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั่วโลกจะช่วยให้ยอดส่งออกของสหรัฐกระเตื้องขึ้น และจะทำให้ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภค ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 70 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐ ค่อยๆฟื้นตัวขึ้น" ยอดขายบ้านมือสองเดือนมิ.ย.ของสหรัฐพุ่งขึ้น 3.6% แตะที่ 4.89 ล้านยูนิตต่อปี จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 4.72 ล้านยูนิตต่อปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 4.84 ล้านยูนิต โดยยอดขายบ้านเดือนมิ.ย.ของสหรัฐทำสถิติเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน เพราะได้แรงหนุนจากมาตรการช่วยเหลือด้านภาษี ดอกเบี้ยเงินกู้ระดับต่ำ และราคาบ้านที่ปรับตัวลดลง

เกาหลีใต้เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.พุ่งแรงสุดในรอบ 7 ปีหลังรบ.ใช้แผนฟื้นเศรษฐกิจ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 41 นาทีที่แล้ว
ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.พุ่งขึ้นแตะระดับ 109 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี จากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 106 จุด เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่ถูกปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ได้ช่วยหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นจากภาวะถดถอยรุนแรง
ธนาคารกลางเกาหลีใต้กล่าวในแถลงการณ์ว่า "ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อยู่ในระดับสูงกว่า 100 จุดบ่งชี้ว่า ผู้บริโภคที่มีมุมมองเป็นบวกต่อเศรษฐกิจมีจำนวนมากกว่าผู้ที่มีมุมมองเป็นลบ เศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสสองขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบ 6 ปี เนื่องจากยอดส่งออกและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนดีดตัวขึ้น เศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสสอง ขยายตัวสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี เพราะได้ปัจจัยบวกจากการใช้มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาลและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสสอง เพิ่มขึ้น 2.3% จากช่วงไตรมาสแรกที่ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.1% และมากกว่าที่นักวิเคราะห์จากโพลล์บลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ที่.2% อีกทั้งยังเป็นอัตราการขยายตัวที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2546 ซึ่งโตในระดับ 2.6% แต่หากเทียบเป็นรายปี GDP ลดลง 2.5% เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศในเอเชียที่เศรษฐกิจดีดตัวขึ้นเช่นเดียวกับจีนและสิงคโปร์ หลังจากที่เกิดวิกฤตค่าเงินตกต่ำ 26% เมื่อปีที่แล้วจากความวิตกกังวลว่าบริษัทเอกชนจะไม่สามารถชำระหนี้ต่างประเทศได้ แต่เกาหลีใต้ก็สามารถหาทางออกจากวิกฤตดังกล่าวด้วยการทำข้อตกลงสว็อปค่าเงินดอลลาร์กับสหรัฐ และอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบธนาคาร รวมถึงกระตุ้นการใช้จ่ายและจัดตั้งเงินทุนให้ธนาคารพาณิชย์และปรับลดดอกเบี้ย สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน

ญี่ปุ่นประกาศเตือนภัยจากดินถล่มและน้ำท่วมภาคตะวันตกหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 16 ชั่วโมง 7 นาทีที่แล้ว
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ออกประกาศเตือนภัยจากเหตุดินถล่มและน้ำท่วมในภาคตะวันตก หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่องวันนี้ และทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 7 ราย สูญหายอีก 2 ราย ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นายทาโร่ อาโสะ นายกฯญี่ปุ่นได้ยกเลิกแผนการเดินทางไปยังเมืองโฮฟุ เขตยามากูจิ เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย หลังจากที่ฝนกลงมาอย่างหนักจนเกิดเหตุโคลนถล่มจนมีผู้เสียชีวิต 6 ราย นอกจากนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยายังได้เตือนประชาชนให้ระวังภัยจากฝนตกหนัก น้ำท่วม และดินถล่มในเขตฟูกุโอกะ นางาซากิ ซากะ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของคิวชู ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของฟูกุโอกะออกประกาศแนะนำให้ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกว่า 2 หมื่นครัวเรือนอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำอาจจะสูงขึ้นจนล้นทะลักท่วมพื้นที่ได้

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก:ดาวโจนส์ปิดบวก 23.95 จุด แม้ไมโครซอฟท์-อเมซอนเผยผลกำไรตกต่ำ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2009 06:42:00 น.
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวสูงขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 ก.ค.) โดยมีหุ้นกลุ่มพลังงานไต่ระดับขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยบดบังปัจจัยลบจากไมโครซอฟท์ คอร์ป และอเมซอนดอทคอม อิงค์ ซึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาสสองที่ตกต่ำลงจนสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 23.95 จุด หรือ 0.3% ปิดที่ 9,093.24 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 2.97 จุด หรือ 0.3% ปิดที่ 979.26 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 7.64 จุด หรือ 0.4% แตะที่ 1,965.96 จุด บรรยากาศการซื้อขายในวันนี้ค่อนข้างผันผวน แต่ตลาดสามารถพุ่งปิดเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ต่อเนื่องจากที่ขยายตัวแข็งแกร่งเมื่อวันก่อนขานรับยอดขายบ้านมือสองในเดือนมิ.ย.ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และช่วยผลักดันดัชนีทะยานฝ่าระดับ 9,000 จุดได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมา นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวกับคณะกรรมการกำกับดูแลภาคการเงินว่าได้มีการปรับลดวงเงินกู้ฉุกเฉินลง ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าจุดต่ำสุดของวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำสิ้นสุดลงแล้ว ขณะเดียวกัน ในระยะนี้บริษัทเอกชนหลายแห่งสามารถรายงานผลประกอบการที่สูงเกินคาดเพราะใช้มาตรการปรับลดต้นทุนอย่างเต็มสูบ ขณะที่รายได้ของบริษัทบางแห่งยังคงซบเซาเพราะผู้บริโภคเลือกที่จะออมเงินมากกว่านำเงินไปจับจ่ายใช้สอย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงนำผลประกอบการภาคเอกชนที่ดีขึ้นเป็นเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการฟื้นตัวขึ้นได้ช่วงปลายปีนี้ คีธ วอลเตอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Artio Global Equity Fund กล่าวว่า "เศรษฐกิจกำลังเดินมาถึงจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่ได้มีแค่ช่วงขาลงเพียงอย่างเดียว ดังนั้นสถานการณ์ต่างๆจะเริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง" อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก of Stuart Frankel & Co. เตือนว่า แม้ดัชนีจะแกว่งตัวอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ตลาดยังคงต้องจับตาการายงานตัวเลขผลประกอบการของผู้ค้าปลีกที่จะบ่งบอกถึงสถานะทางการเงินของผู้บริโภคที่แท้จริง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่สร้างความหวั่นวิตกในตลาด โดยล่าสุดสหรัฐได้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.ที่ลดลงสู่ระดับ 66 จุด จากระดับ 70.8 จุดในเดือนมิ.ย. ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ หุ้นเอ็กซ์ซอนโมบิล และโคโนโคฟิลลิปส์ นำหุ้นกลุ่มพลังงานปิดเคลื่อนไหวในแดนบวก ขณะที่หุ้นไมโครซอฟท์ดิ่งลงหนักสุดนับตั้งแต่ต้นปีที่ระดับ 8.3% หลังบริษัเผยผลประกอบการที่ร่วงหนักเกินคาด ขณะที่อเมซอนดอทคอมรายงานยอดขายที่ลดลงเช่นกันจนกดดันให้หุ้นตกลงเกือบ 8%

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 16.81 จุด ขานรับผลประกอบการโวดาโฟน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2009 08:59:27 น.
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 ก.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างคึกคักหลังจากที่โวดาโฟน กรุ๊ป บริษัทโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในโลกเปิดเผยยอดขายไตรมาสแรกที่สดใส ซึ่งช่วยหนุนให้ดัชนี FTSE ไต่ขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี FTSE 100 เพิ่มขึ้น 16.81จุด หรือ 0.4 % แตะที่ 4,576.61 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ริชาร์ด ฮันเตอร์ นักวิเคราะห์จาก Hargreaves Lansdown Stockbrokers กล่าวว่า "การเปิดเผยผลประกอบการของโวดาโฟนช่วยกระตุ้นบรรยากาศการซื้อขายและหนุนให้ตลาดปิดในแดนบวกได้สำเร็จ" ทั้งนี้ ตลาดหุ้นลอนดอนเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 พร้อมทำสถิติเคลื่อนไหวในแดนบวกต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2547 หลังบริษัทสหรัฐชั้นนำรายงานผลประกอบการที่สูงเกินความคาดหมาย ขณะเดียวกันดัชนี FTSE ดีดตัวขึ้น 30% นับตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกตกต่ำนับตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นกำลังคลี่คลายลง หุ้นโวดาโฟนเพิ่มขึ้น 2.9% หลังบริษัทรายงานยอดขายไตรมาสแรกที่เพิ่มขึ้น 9.3% แตะที่ 1.07 หมื่นล้านปอนด์ (1.77 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ด้านหุ้นบีที กรุ๊ป ผู้ให้บริการโทรศัพท์รายใหญ่ที่สุดของอังกฤษปิดบวก 1.3%

ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX:น้ำมันดิบปิดพุ่งแตะ $68.05 เหตุนลท.เชื่อมั่นแนวโน้มศก.สดใส
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2009 07:38:39 น.
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 68 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อคืนนี้ (24 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้นหลังตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกแข็งแกร่งตลอดสัปดาห์ ขณะที่ภาคเอกชนส่วนใหญ่รายงานผลประกอบการที่สดใสในช่วงไตรมาสสอง
สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ปิดที่ 68.05 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในกรอบ 66.85-68.08 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาน้ำมันเบนซินเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นปิดที่ระดับ 1.9159 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์เดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 1.69 เซนต์ ปิดที่ 1.7813 ดอลลาร์/แกลลอน ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 1.07 ดอลลาร์ ปิดที่ 70.32 ดอลลาร์/บาร์เรล เจอราร์ด ริคบีย์ นักวิเคราะห์จาก Fuel First Consulting ในซิดนีย์กล่าวว่า "แม้อุปสงค์น้ำมันจะยังไม่ปรับตัวขึ้น แต่ข่าวความเคลื่อนไหวในแง่บวกทางเศรษฐกิจได้ช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนส่งสัญญาซื้อขายเข้ามาในตลาดน้ำมัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี" โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ทะยานขึ้น 11% ในช่วงเวลา 9 วันที่ผ่านมาและสามารถฝ่าระดับ 9,000 จุดได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทเอกชนส่วนใหญ่ต่างเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด มีเพียงไมโครซอฟท์ คอร์ป, อเมริกัน เอ็กซ์เพรส โค และอเมซอนดอทคอมที่รายงานผลประกอบการซบเซาและสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ยังแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับสต็อกน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ราคาน้ำมันถูกลงกว่าที่โอเปคต้องการ หลังจากที่ได้มีการปรับลดกำลังการผลิตเมื่อช่วงต้นปีเพื่อกระตุ้นให้ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้น

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก:ดอลล์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขณะนลท.แห่เทรดตลาดหุ้น
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2009 07:53:00 น.
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ก.ค.) ท่ามกลางความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่ออกมาในแง่บวก ทำให้นักลงทุนปลีกตัวไปซื้อขายในตลาดหุ้น รวมถึงต้องการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น
ณ เวลา 16:15 น.ตามเวลานิวยอร์ก เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.5% เมื่อเทียบกับเงินยูโรที่ระดับ 1.4214 ยูโร/ดอลลาร์ จากระดับสูงสุดของวันพฤหัสบดีที่ 1.4291 ยูโร/ดอลลาร์ และร่วงลง 0.2% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 94.76 เยน/ดอลลาร์ จากระดับ 94.92 เยน/ดอลลาร์ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 1.0701 ฟรังก์สวิส/ดอลลาร์ จากระดับ 1.0719 ฟรังก์สวิส/ดอลลาร์ ส่วนเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 134.70 เยน/ยูโร จากระดับ 134.30 เยน/ยูโร ด้านเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ที่ระดับ 1.6426 ดอลลาร์/ปอนด์ จากระดับ 1.6520 ดอลลาร์/ปอนด์ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศถึงการลดวงเงินปล่อยสินเชื่อ TAF ลงเหลือ 1 แสนล้านดอลลาร์ จากเดิมที่กำหนดไว้ในระดับ 1.25 แสนล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ในตลาดเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น และความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยบดบังการเปิดเผยตัวเลขผลประกอบการที่น่าผิดหวังของไมโครซอฟท์ คอร์ป และอเมซอนดอทคอม อย่างไรก็ตาม แม้เงินดอลลาร์จะอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโรแต่สกุลเงินดังกล่าวแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินปอนด์หลังจากที่สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานตัวเลขผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสสองที่หดตัว 0.8% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส และติดลบหนัก 5.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ทั้งนี้ รายงานผลประกอบการของบริษัทเอกชนรายใหญ่ในสหรัฐช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาด แต่ถึงกระนั้นยังมีนักวิเคราะห์บางกลุ่มมองว่าค่าเงินดอลลาร์จะดีดตัวขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า เนื่องจากขณะนี้ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่รายงานตัวเลขผลประกอบการที่ซบเซาอยู่บ้างประปราย

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก:นลท.แห่เทรดตลาดหุ้น-น้ำมัน กดราคาทองคำปิดลดลง 1.70 ดอลล์
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2009 08:45:55 น.
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (24 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อขายในตลาดหุ้นและตลาดน้ำมันและพากันลดการถือครองสัญญาทองคำท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ค่อนข้างเงียบเหงาในวันสุดท้ายของปลายสัปดาห์ หลังจากที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้
สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ปิดที่ 953.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 1.70 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 13.8750 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 10.5 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนก.ย.ลดลงสู่ระดับ 2.5220 ดอลลาร์/ปอนด์ ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.คปิดที่ 1,186.90 ดอลลาร์/ออนซ์ พุ่งขึ้น 4.40 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ปิดที่ 261.45 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 1.25 ดอลลาร์ เดฟ เมเจอร์ นักวิเคราะห์จาก Alaron กล่าวว่า ตลาดเคลื่อนไหวในอย่างร้อนแรงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนต้องการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงท่ามกลางการรายงานผลประกอบการภาคเอกชนที่สดใสของสหรัฐ ซึ่งได้จุดกระแสคาดการณ์ว่า สถานการณ์ต่างๆกำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เคยเผชิญภาวะวิกฤตจะเริ่มกลับมามีเสถียรภาพ ปัจจัยหนุนหลายประการได้ช่วยกระตุ้นให้สัญญาโลหะมีค่าพุ่งสูงทั่วทั้งกระดานไม่ว่าจะเป็นสัญญาซื้อขายทองแดงและอลูมิเนียม แต่เมื่อนักลงทุนเริ่มมองเห็นแนวโน้มเศรษฐกิจที่เคลื่อนไหวในแง่บวก พวกเขาจะเริ่มโยกย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากกว่าอาทิเช่น ตลาดหุ้น หรือตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทน้ำมันแทน โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ทะยานขึ้นถึง 11% ในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาดัชนีสามารถฝ่าระดับ 9,000 จุดได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค.2552

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิเปิดตลาดพุ่ง 95.50 จุด เหตุนลท.มั่นใจศก.สหรัฐ
Monday, July 27, 2009 08:12:17
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยดัชนีทะยานขึ้นเหนือระดับ 10,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากภาคเอกชนรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาดและตลาดหุ้นวอลล์สตรีททะยานขึ้นแข็งแกร่งในรอบสัปดาห์ที่แล้วสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดพุ่งขึ้น 95.50 จุด หรือ 0.96% แตะที่ 10,040.05 จุด โบรกเกอร์กล่าวว่า ดัชนีนิกเกอิทะยานขึ้นเหนือระดับ 10,000 จุดในช่วงเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากภาคเอกชนรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด รวมถึงเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และโกลด์แมน แซคส์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูรายงานปละกอบการของบริษัทญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ทั้งนี้ ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นเกือบทั่วทั้งกระดาน โดยหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ กลุ่มก่อสร้าง และกลุ่มคลังสินค้า ดีดตัวขึ้นแข็งแกร่งสุด
--อินโฟเควสท์--

ตลาดหุ้นเอเชียดีดตัวขึ้นเช้านี้ ขานรับความเชื่อมั่นรายได้ไฟแนนซ์-ธุรกิจเหมือง
Monday, July 27, 2009 09:03:06
ตลาดหุ้นเอเชียดีดตัวขึ้นต่อเนื่อง 10 วันทำการแล้วในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากตลาดมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเกี่ยวกับรายได้ของบริษัทไฟแนนซ์และเหมืองแร่ ประกอบกับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ก.ค.)ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 10,020.87 จุด เพิ่มขึ้น 76.32 จุด ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 20,170.73 จุด บวก 187.94 จุด ส่วนดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นโซลเปิดวันนี้ที่ 1,510.75 จุด เพิ่มขึ้น 8.16 จุด ดัชนีเวทเต็ดตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 7,008.18 บวก 34.90 จุด และดัชนีสเตรทส์ไทม์ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 2,541.82 บวก 8.39 จุดบลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี MSCI Asia Pacific Index บวก 1% แตะ 109.03 จุด เมื่อเวลา 10.07 น.ตามเวลาท้องถิ่นในกรุงโตเกียว หุ้นโนมูระ โฮลดิ้งส์ พุ่ง 3.7% หลังจากที่นสพ.นิกเกอิรายงานว่า บริษัทมีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้เป็นไตรมาสแรกนับตั้งแต่ปี 2550 ส่วนหุ้นริโอ ทินโต บริษัทเหมืองรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก บวก 3.1% ในตลาดหุ้นออสเตรเลียหลังจากที่ราคานิกเกิลและอลูมิเนียมดีดตัวขึ้น ส่วนหุ้นฮิตาชิ พุ่ง 6.5% หลังจากสื่อรายงานว่า บริษัทจะเข้าเทคโอเวอร์บริษัทคู่ค้า 5 รายโตโมชิกะ คิทาโอกะ นักวิเคราะห์อาวุโสของมิซูโฮ ซิเคียวริตีส์ กล่าวว่า คาดว่านักลงทุนจะให้ความสนใจกับหุ้นรายย่อยที่มีปัจจัยชี้นำการซื้อขาย นักลงทุนต่างชาติเองก็ให้ความสนใจกับธุรกิจของฮิตาชิที่มีแนวโน้มว่าการปฏิบัติการจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม
--อินโฟเควสท์--

อังกฤษเผยราคาบ้านเดือนก.ค.ย่ำฐานทรงตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3
Monday, July 27, 2009 09:05:07Hometrack
บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของอังกฤษเปิดเผยว่า ราคาบ้านในอังกฤษประจำเดือนก.ค.ย่ำฐานทรงตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากตลาดสินเชื่อที่ตึงตัวและวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยยังคงเป็นปัจจัยลบที่ฉุดรั้งการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยราคาบ้านโดยเฉลี่ยในอังกฤษและเวลส์อยู่ที่ 155,600 ปอนด์ (256,351 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งปรับตัวลดลง 7.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ และผลการสำรวจราคาบ้าน 8 ใน 10 พื้นที่ของอังกฤษพบว่าราคาบ้านในเดือนก.ค.ยังคงเท่ากับระดับเดียวกับเมื่อเดือนก่อน ขณะที่ราคาบ้านในกรุงลอนดอน และอีสต์ แองเกลียขยับขึ้น 0.1% "ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเปราะบาง" ริชาร์ด ดอนเนลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Hometrack กล่าว "ดังนั้น ทิศทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ในตลาดปล่อยกู้จำนองจำเป็นต้องฟื้นตัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน"ทั้งนี้ เศรษฐกิจอังกฤษหดตัวลง 0.8% ในไตรมาส 2 ของปีนี้ ซึ่งรุนแรงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เนื่องจากอุตสาหกรรมการเงินและการก่อสร้างที่ซบเซา ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางอังกฤษมีกำหนดเปิดเผยยอดอนุมัติเงินกู้จำนองบ้านในสัปดาห์นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์จากโพลล์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์กคาดการณ์ว่า ยอดอนุมัติเงินกู้จำนองบ้านจะเพิ่มขึ้น 47,000 รายในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี อย่างไรก็ตาม วิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำในอังกฤษยังคงลากยาวมาถึงช่วงไตรมาส 2 ดังจะเห็นได้จากบรรยากาศด้านการให้บริการภาคธุรกิจและธนาคารที่หดตัว 4.4% จากปีก่อนหน้านี้ และแหล่งปล่อยเงินกู้ทั่วโลกต่างรายงานยอดการปรับลดมูลค่าทางบัญชีและตัวเลขขาดทุน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่ปี 2550
--อินโฟเควสท์--

เงินบาทเปิดตลาด 33.98/99 แนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง
Monday, July 27, 2009 09:06:05
นักบริหารเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 33.98/99 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าต่อเนื่องจากปิดตลาดเมื่อสัปดาห์ก่อน เงินบาทยังมีแรงกดดันจากการแข็งค่าของค่าเงินสกุลในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์ยังมีความผันผวน ปัจจัยที่ยังต้องติดตาม ยังเป็นการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทในสหรัฐที่มีต่อเนื่องไปถึงสัปดาห์หน้า รวมถึงการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย"เงินบาทยังมีแรงกดดันให้แข็งค่าจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยต่างประเทศ และตลาดหุ้นบ้านเรา" นักบริหารเงิน กล่าวส่วนค่าเงินสกุลต่างประเทศเช้าวันนี้ เงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ที่ 94.74/77 เยน/ดอลลาร์ เงินยูโร อยู่ที่ 1.4217/20 ดอลลาร์/ยูโรแนวโน้มเงินบาทสัปดาห์นี้ คาดว่าอยู่ในกรอบ 33.80-34.20 บาท/ดอลลาร์ โดยวันนี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวที่ 33.95-34.00 บาท/ดอลลาร์
--อินโฟเควสท์--
Read More
Designed ByBlogger Templates